บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สกลนครจมน้ำเข้าวันที่ 10 โรงเรียนยังเปิดสอนไม่ได้อีก 20 แห่ง

สกลนครเข้าสู่วันที่ 10 โรงเรียนถูกน้ำท่วมยังเปิดเรียนไม่ได้กว่า 20 แห่ง คาดว่าจะใช้เวลากว่า 3 สัปดาห์ น้ำจึงจะแห้ง ด้านโคราช ยังนิ่ง 3 อำเภออ่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าวพังยับ เขาใหญ่ ฝนตกมากกว่า 100 มม.น้ำไหลเข้าเขื่อนลำตะคอง...

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2560 ผู้สื่อข่าว จ.สกลนคร รายงานว่า หลังจากน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา. ขณะนี้เข้าสู่วันที่ 10 แล้ว ที่โรงเรียนบ้านช้างมิ่งพิทยานุกูล ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ได้รับผลกระทบจนไม่สามรถเปิดการเรียนการสอนได้

นายอังกูร บุญรักษา ผู้อำนวยการโรงเรียนช้างมิ่งพิทยานุกูล กล่าวว่า โรงเรียนช้างมิ่งพิทยานุกูล เป็นโรงเรียนมัธยม เปิดสอนชั้น ม.1-6 มีนักเรียน 176 คน ครู อาจารย์ 15 คน ขณะนี้ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ประมาณ 50 ซม. อุปกรณ์การเรียนการสอนเสียหายบางส่วน มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าให้ความช่วยเหลือ นำสิ่งของมาแจกจ่าย แต่อยากให้ส่วนราชการเข้ามาช่วย ในเรื่องน้ำที่ท่วมออกไปจากโรงเรียน เพราะโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบทั้ง 107 แห่ง ได้ทยอยเปิดเรียนเป็นวันแรกแล้ว ยังคงมีโรงเรียนกว่า 20 แห่ง ที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ไม่สามารถเปิดเรียนได้ คาดว่าจะใช้เวลานานกว่า 3 สัปดาห์น้ำจึงจะแห้ง

"สาเหตุหลักที่น้ำยังท่วมอยู่ เนื่องมาจากระดับน้ำในเขื่อนน้ำอูนที่มีมากเกินปริมาณ จนล้นปากกระโถน ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง จนล้นคลองชลประทานและไหลเข้าท่วมโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ต้องปิดการเรียนการสอนนานแรมเดือน จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อหลักสูตรการเรียนการสอน ทางโรงเรียนก็ได้หาทางออก โดยจะชดเชยเวลาเรียนที่เสียไป ด้วยการให้วิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ ถือเป็นการปิดภาคเรียนของเด็ก เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนปกติ เราจะใช้เวลาส่วนนั้นสอนเด็กๆ สำหรับการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ถึงแม้เด็กนักเรียนหยุดเรียน แต่คณะครูทุกคนต้องมาลงชื่อทำงานตามปกติ พร้อมกับจัดเวรยามมาประจำที่โรงเรียนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และช่วงค่ำคืนทุกวัน" ผอ.โรงเรียนช้างมิ่งพิทยานุกูล กล่าว

ด้าน พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผบ.มทบ.29 จ.สกลนคร สั่งการให้ พ.อ.ธเนศร จุลโนนยาง เสธฯ มทบ.29 จัดกำลังพล 40 นาย และรถยนต์บรรทุก จำนวน 2 คัน นำกระสอบทราย 3,000 ใบ เพื่อใช้กรอกกระสอบและวางแนวปิดกั้นน้ำ บริเวณถนนคูเมือง ข้างหมู่บ้านอารียา ระยะทาง 200 เมตร เพื่อระบายลดระดับน้ำที่ท่วมขัง บ.ธาตุดูม 2 ชุมชนทรัพย์เจริญ หวังจะบล็อกน้ำจากทะเลสาบหนองหาร ไม่ให้ไหลย้อนเข้ามาเพิ่มเติม จากนั้นจึงจะนำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกไป เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลา 10 วัน จึงเกิดการเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น เกรงว่าประชาชนจะเกิดเจ็บป่วยเนื่องจากมลภาวะ ซึ่งจะต้องเร่งกำจัดน้ำเสียอย่างเร่งด่วน ในขณะที่น้ำประปาเริ่มมีกลิ่นและสีขุ่นๆ เป็นตะกอน จนสำนักงานประปา จ.สกลนคร ต้องประกาศงดการจ่ายน้ำในหลายชุมชน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

วันเดียวกันที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยของ จ.นครราชสีมา ผลกระทบตามที่ได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จนถึงขณะนี้ยังมีทั้งสิ้น 12 อำเภอ 75 ตำบล 758 หมู่บ้าน 14 ชุมชน ราษฎรประสบภัย 23,142 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหาย 243 หลัง วัด/กุฏิสงฆ์ 5 หลัง สถานที่ราชการ 2 แห่ง ถนน 119 สาย สะพาน 5 แห่ง ยุ้งข้าว 1 หลัง ฝาย 15 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง โรงงาน 3 แห่ง บ่อปลา 147 บ่อ คันดิน 17 แห่ง เป็ด/ไก่ 1,300 ตัว และพื้นที่เกษตรกรรม 104,651 ไร่ ซึ่งอำเภอที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว จำนวน 9 อำเภอ คือ อำเภอเทพารักษ์ อำเภอชุมพวง อำเภอสีดา อำเภอบัวลาย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอด่านขุนทด อำเภอพิมาย และอำเภอลำทะเมนชัย



ทั้งนี้ สำหรับอำเภอที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วม จำนวน 3 อำเภอ คือ อำเภอประทาย อำเภอโนนแดง และอำเภอเมืองยาง สถานการณ์ปัจจุบัน (วันที่ 7 ส.ค. 60) ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร จำนวน 3 อำเภอ 6 ตำบล 53 หมู่บ้าน โดยอำเภอประทาย แนวโน้มสถานการณ์ปกติในพื้นที่ แต่หมู่บ้านที่อยู่ติดลำน้ำลำสะแทด ยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างในทุ่งนา และพื้นที่การเกษตร และถนนระหว่างหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ลุ่มต่ำ และระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง ส่วนอำเภอเมืองยางแนวโน้มสถานการณ์เริ่มลดลง จาก 4 ตำบล เหลือ 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลละหานปลาค้าว ตำบลกระเบื้องนอก และระดับลดลงจากเมื่อวานประมาณ 3 ซม. เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ด้วย จึงทำให้ระดับน้ำลดลงช้า และอำเภอโนนแดง ยังคงมีน้ำท่วมไร่นา และที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ตำบลสำพะเนียง

อย่างไรตั้งแต่เมื่อวานได้เกิดฝนตกคลอบคลุมในหลายอำเภอ โดยเฉพาะเขต อ.ปากช่องฯ ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.หมูสี บริมาณน้ำฝนที่ตกบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แหล่งต้นน้ำวัดได้กว่า 100 มิลลิเมตร ทำให้มีน้ำไหลลงไปสู่ลำน้ำลำตะคองจำนวนมาก ซึ่งมวลน้ำนี้ได้ไหลลงสู่เขื่อนลำตะคอง ประมาณ 2.450 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มวลน้ำมีแนวโน้มลดลงแล้ว ซึ่งน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนก็ยังถือว่ามีปริมาณที่น้อยอยู่ มีเพียง 64 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 22% ของปริมาณความจุ.