วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครจับโยนจากสะพาน? ญาติ 2โจ๋กระชากสร้อยข้องใจ วินจยย.น้อยใจ โดนกล่าวหา

ผบก.น.8 สั่งเรียกสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างละเอียด หลังญาติโจ๋ชิงทรัพย์ข้องใจ อาจมีใครจับทั้ง 2 คนโยนลงจากสะพาน ลั่นให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ด้านวิน จยย.พลเมืองดี บอกน้อยใจโดนกล่าวหา ฝากชายผู้เสียหาย พร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบที่ขับรถไล่กวดเหมือนกัน เข้าพบพนักงานสอบสวน ช่วยเล่าความจริงที

ต่อมา เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 60 ที่ สน.บางมด พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เดินทางมาสอบปากคำ นายอภิชาติ แซ่อุ้น อายุ 57 ปี วินจักรยานยนต์พลเมืองดีที่ไล่กวดติดตามรถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาคดีพยายามชิงทรัพย์ทั้ง 2 ราย จนเฉี่ยวชนกับขอบสะพานกลับรถ ตกลงมา มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

โดย พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคดีนี้มีญาติของ นายบริสุทธิ์ สุขเพีย อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ และญาติของ นายวีรพงษ์ เนธิบุตร อายุ 20 ปี บุคคลซ้อนท้ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตั้งขอสังเกตว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร มีบุคคลใดจับทั้ง 2 ราย โยนลงจากสะพานกลับรถหรือไม่ เรื่องนี้จึงต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปจนกว่าจะได้รับความยุติธรรมทุกฝ่าย

พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า เท่าที่ตนพูดคุยกับ นายอภิชาติ พลเมืองดี ตั้งแต่หลังเกิดเหตุเมื่อวานนี้ รวมทั้งเรียกมาสอบปากคำซ้ำในวันนี้ พบว่าข้อเท็จจริงยังตรงกัน ซึ่งในฐานะพยานบุคคลอาจจะมองได้ว่าเป็นการให้ปากคำของ นายอภิชาติ เพียงคนเดียว ที่สำคัญเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บขับขี่หลบหนีมานั้น ยังพบว่ามีพยานบุคคลอีก 1 ราย ที่ทางพนักงานสอบสวนต้องการสอบปากคำ โดยเชื่อว่าพยานดังกล่าวน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนอกเครื่องแบบ สวมเสื้อสีส้ม ใส่หมวกตำรวจจราจร และใช้รถจักรยานยนต์สีขาวคล้ายกับรถที่ใช้ในราชการ ไล่กวดรถของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมาด้วย ตั้งแต่ช่วงแยกดาวคะนองตัดจอมทอง จนถึงถนนพระราม 2 แต่กล้องที่จับภาพได้ไม่เห็นเลขหมวกและเลขทะเบียนรถ ดังนั้น จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจจราจรโรงพักต่างๆ ช่วยสอบถามลูกน้อง และพาเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สน.บางมด เพื่อเล่าเหตุการณ์ด้วย

“ในส่วนความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับ นายบริสุทธิ์ ผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนโดยใช้วัสดุอื่นบดบังเอาไว้ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะขณะนี้ นายวีรพงษ์ ที่มาด้วยกันยังรักษาตัวอยู่ สำหรับผู้เสียหายที่เป็นชายสูงอายุประมาณ 60 ปีนั้น ยังตามหาตัวไม่ได้ แต่ได้สั่งการให้ตำรวจจราจร สน.ตลาดพลู นำรถติดเครื่องขยายเสียงไปประชาสัมพันธ์ตามตรอกซอกซอยย่านนั้นแล้ว เพื่อให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ด้านพฤติกรรมของ นายอภิชาติ พลเมืองดี จะรอผลการสอบสวนเสร็จสิ้น เพื่อทำประวัติส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล พิจารณามอบรางวัลให้ต่อไป” พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าว

ขณะที่ นายอภิชาต แซ่อุ้น อายุ 57 ปี วินจักรยานยนต์พลเมืองดี กล่าวว่า ขณะประสบเหตุตนเห็นรถของผู้ต้องหา ขับขี่เข้าไปเทียบกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ซึ่งมีชายอายุประมาณ 60 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว เป็นคนขับขี่ พาหญิงสูงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน น่าจะเป็นภรรยา ซ้อนท้ายมาตามถนนวุฒากาศ จากนั้นผู้ต้องหาที่เป็นคนซ้อนท้ายได้พยายามดึงสร้อยคอทองคำของชายผู้เสียหาย โดยสร้อยนั้นถูกดึงจนขาดแต่ไม่หลุดติดมือมา เพราะสร้อยได้หล่นลงบนหน้าอกของชายผู้เสียหาย ทำให้สามารถคว้าสร้อยกลับคืนไปได้ จากนั้นตนก็ขับขี่ตามรถของผู้ต้องหามาเรื่อยๆ จนสังเกตเห็นชายพลเมืองดีอีกคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นตำรวจจราจรนอกเครื่องแบบ ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมากลางทาง ตนจึงได้แจ้งให้ขับตามรถผู้ต้องหามาด้วยกัน กระทั่งผู้ต้องหาทั้ง 2 รายประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวกับขอบสะพาน ชายคนนั้นก็หายจากจุดเกิดเหตุไป

“ตนทำความดีครั้งนี้ทำด้วยความสุจริตใจ อยากช่วยเหลือสังคมเพราะตนก็เป็นอาสาสมัครแจ้งข่าวของ สน.บางขุนเทียน และเพิ่งไปลงชื่อเป็นพลเรือนจิตอาสา รับผ้าพันคอกับหมวกแก๊ปพระราชทานมาหมาดๆ ในช่วงที่เห็นผู้ต้องหาก่อเหตุกับเหยื่อ ตนหวังเพียงว่าจะขับขี่รถตามไปเพื่อบอกตำรวจในเครื่องแบบที่อาจเจอระหว่างทาง เข้าทำการจับกุมทั้ง 2 รายก็เท่านั้น แต่ในภายหลังกลับมีเพื่อนๆ วินจักรยานยนต์บอกข้อมูลว่า มีญาติผู้ต้องหากล่าวหาว่าตนจับทั้ง 2 รายโยนลงมาจากสะพานกลับรถ ซึ่งตนรู้สึกน้อยใจ อยากให้ผู้เสียหายตัวจริง และตำรวจนอกเครื่องแบบที่ขับรถไล่กวดอยู่ด้วยกันมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้การตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย เพราะตอนนี้ตนรู้สึกไม่สบายใจ” นายอภิชาติ กล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตายแล้ว 1 คู่หูโจรกระชากสร้อยซิ่ง จยย.หนีตกสะพาน อีกรายยังอยู่ไอซียู