วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีคนช่วยยิง! เตรียมออกหมายจับคดีพี่น้องดวลเดือด 3 ศพ พบพรุนเกินเหตุ

ผู้การสุราษฎร์ธานี ตรวจที่เกิดเหตุสวนปาล์ม อ.ชัยบุรี จุดเกิดเหตุพี่กับน้องตระกูล นามบุศย์ เปิดศึกดวลปืนจนล้มตายด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย 3 ศพ สาหัส 1 พบศพพรุนเกินเหตุ รูกระสุนเพียบ บ่งชี้มีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่าที่ตายและบาดเจ็บ เตรียมออกหมายจับ...


วันที่ 7 ส.ค. พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิสูจน์หลักฐาน 8 และชุดคลี่คลายคดีญาติตระกูลนามบุศย์ ดวลปืนดับ 3 ที่ถนนข้าง อบต.คลองน้อย หมู่ 1 ต.คลองน้อยภ.อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุญาติ 2 ฝ่ายตระกูลนามบุศย์ดวลปืนดับ 3 ที่ถนนข้าง อบต.คลองน้อย หมู่ 1 ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี หาวัตถุพยานเพิ่มเติม พร้อมจำลองเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เพื่อผูกมัดตัวผู้ต้องสงสัยที่มีอยู่ให้ได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุ ชุดคลี่คลายคดีสอบสวนพยานบุคคล พร้อมเก็บพยานวัตถุที่เกิดเหตุและภาพกล้องวงจรปิด เชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 4 คนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย นอนอยู่บนถนน คือนายสมยศ นามบุศย์ อายุ 51 ปี นายอัจฉริยะ นามบุศย์ อายุ 30 ปี สองพ่อลูก และนายสันต์ นามบุศย์ อายุ 25 ปี และบาดเจ็บสาหัส คือ นายอิสระพงศ์ นามบุศย์ จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวน และสอบปากคำพยานไปแล้วจำนวนหลายปาก เก็บวัตถุพยาน ทั้งปลอกกระสุน และกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง รวมถึงผลทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าไม่ได้มีแค่สองฝ่ายที่สูญเสียและพบศพในที่เกิดเหตุ เชื่อว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องและร่วมก่อเหตุด้วย โดยเฉพาะจากปลอกกระสุนขนาด 11 มม., ปืน 11 มม. และปืนขนาด .357 ที่พบ ไม่สอดคล้องกับจำนวนแผลที่พบที่ผู้เสียชีวิตที่มีจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ยังรอผลการตรวจชันสูตรจากพิสูจน์หลักฐาน 8 ว่ากระสุนที่พบในศพผู้เสียชีวิตนั้น นอกจากหัวกระสุน ชนิด 11 มม. และ .357 แล้ว มีชนิดอื่นอีกหรือไม่

"ขณะนี้ได้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน และตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เตรียมออกหมายจับตัวผู้ร่วมก่อเหตุ ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ร่วมคลี่คลายปมความขัดแย้งในตระกูล เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีกในอนาคต" พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าว