วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ต๋ง-ตี' เผย 'ยามาฮ่า ไทยแลนด์ฯ' สู้ไม่ถอย ก่อนคว้าชัย Suzuka 4 Hours

ทัพนักบิดไทยทีมสังกัด YAMAHA THAILAND RACING ตี-อนุภาพ ซามูล, ต๋ง-พีรพงศ์ บุญเลิศ และ เบิร์ด-ประวัติ ญาณวุฒิ ผนึกกำลังผสานรวมใจเป็นหนึ่ง ประกาศกร้าวโชว์ฟอร์มสุดแกร่ง ผงาดครองบัลลังก์แชมป์เอ็นดูรานซ์ รายการ Suzuka 4 Hours....

วันที่ 7 ส.ค. ณ ยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ ถ.เกษตร-นวมินทร์ มีการจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นกันเองระหว่าง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม กับสื่อมวลชน หลังจากที่ทัพนักบิด YAMAHA THAILAND RACING ตี-อนุภาพ ซามูล, ต๋ง-พีรพงศ์ บุญเลิศ และ เบิร์ด-ประวัติ ญาณวุฒิ สยบนักบิดซามูไร และกองทัพนักบิดทั่วเอเชีย ด้วยฟอร์มการขับขี่ที่เหนือชั้น ก่อนกระชากคันเร่งรถแข่งคู่ใจ ยามาฮ่า YZF-R6 ลายธงชาติไทย หมายเลข 99 ทะยานเข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกได้สำเร็จเป็นคันแรก ผงาดยืนโพเดียมอันดับที่ 1 พร้อมนำธงชาติไทยโบกสะบัดเหนือดินแดนซามูไรอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยผลงาน 83 รอบ ในเกมสุดทรหด 4 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งเป็นเกมซัพพอร์ตเรซในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์ ชิงแชมป์โลกรายการ Suzuka 4 Hours ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามซูซูก้า เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น

โดยในปีนี้เป็นครั้งแรกของทัพทีมแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์เรซซิ่งทีม ส่ง ตี-อนุภาพ ซามูล และ ต๋ง-พีรพงศ์ บุญเลิศ เป็นนักแข่งมือหนึ่ง และสองของทีมลงทำการแข่งขัน โดยมี เบิร์ด ประวัติ ญาณวุฒิ เป็นทั้งโค้ชและนักแข่งสำรอง โดยในรอบการซ้อม และควอลิฟาย นั้น ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ก็สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม โดยทั้ง ตี และ ต๋ง ผนึกกำลังกันจนสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน ซูซูก้า เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมงมาครอง สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการมอร์เตอร์สปอร์ตไทย ด้วยการเป็นทีมไทยทีมแรกในรอบ 40 ปี ที่สามารถผงาดครองบัลลังก์แชมป์การแข่งขันระดับโลก ณ สนามซูซูก้า ประเทศญี่ปุ่นได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมนำความภาคภูมิใจ และชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ

"ตี" อนุภาพ ซามูล ให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังการเตรียมตัวก่อนไปได้แชมป์ว่า "ต้องออกกำลังกายอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลตัวเอง ก่อนการแข่งขันตัวผมจะมีความพิเศษกว่าคนอื่นก็คือ ผมจะจัดคอร์สของผมเอง คือปั่นจักรยาน ปั่นจักรยานให้มันได้วันละ 3-4 ชั่วโมง เพื่อที่ว่าเราจะควบคุมหัวใจตัวเองเพื่อให้นิ่งตลอดการขับขี่ ก็จะปั่นอย่างน้อยๆวันละ 100 กิโลเมตร ถ้าอย่างมากก็ 200 กิโลเมตร ก็ก่อนจะไปแข่งผมกับพี่เบิร์ดก็ไปฟิตซ้อมที่เชียงใหม่เกือบ 2 อาทิตย์ ก็ทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงและมีความพร้อม การวางแผนแค่นิดเดียวสามารถทำให้เกมเปลี่ยนได้ เราก็มีการซ้อมกันตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงเลย ค่อนข้างมีเวลาฝึกซ้อมหน่อย เพราะเราไปในวีคที่แข่ง ตอนที่เราโดนโทษ stop & GO เราลงไปอยู่อันดับ 3 ตามหลังผู้นำ 40 วิ แต่เราทุกคนในทีมก็มีความหวัง ผมเหมือนตัวเองจะร้องไห้ แต่พี่เบิร์ดก็บอกว่า 40 วิเนี่ย ไอต๋ง มันไล่รอบละ 4 วิ 10 รอบมันก็ทัน เราก็มีความหวังกอดกันกลมเลย ว่าจะไล่ทันแน่ เราเหมือนกับคนที่สิ้นหวังแต่กลับมามีหวัง"

ขณะที่ "ต๋ง" พีรพงศ์ บุญเลิศ กล่าวว่า "หลังจากที่ผมออกไปเป็นไม้สุดท้าย ยังไม่รู้สาเหตุว่าโดนอะไร  ตอนแรกก็ยังไล่อยู่ใช้เวลาประมาณ 5 รอบ เราก็แซงขึ้นมาที่ 1 แล้วก็ไปเห็นป้าย stop and go เบอร์ 99 ผมรู้สึกว่าทำไมมันถึงมีอุปสรรคมากมายขนาดนี้ ผมเลยต้องเข้าพิต เพราะไม่เข้าจะโดนธงดำ และห้ามแข่งต่อ แล้วตอนนั้นผมก็คิดว่าเราจะแพ้อีกแล้วหรอ ผมจะแพ้ไม่ได้ เพราะผมรู้ว่าคันที่นำอยู่เขาทำเวลาไม่ได้แล้ว เขาไม่โดนโมเมนต์อย่างเรา เขาก็ไปของเขาเรื่อยๆ แต่ผมคิดว่าผมต้องได้แชมป์ ผมเลยกัดฟันไล่ ผมแซงที่ 2 ขึ้นมา และในโค้งสุดท้ายผมหันไปดูจอ ที่ 1 ห่างกันประมาณ 30 วิ หลังจากนั้นเหลือประมาณ 12 รอบ ผมก็ไล่ล่าเลย เพราะว่าผมไม่พลาดแน่นอน และผมสามารถทำไ้ด้ดีที่สุดในทุกโค้งได้ แล้วเราก็ได้รับชัยชนะมา"