วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอ ปัดโยนคดี ‘ธวัชชัย’ ให้ตำรวจ ชี้ไม่มีหน้าที่สืบหาสาเหตุการตาย

รองโฆษกดีเอสไอ ระบุ คดีการเสียชีวิต “ธวัชชัย อนุกูล” อดีตที่ดินพังงา ไม่ได้อยู่ในอำนาจการสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต แต่ยินดีให้ความร่วมมือ หากตำรวจมีการร้องขอ

ความคืบหน้า หลังศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า นายธวัชชัย อนุกูล ที่ดินจังหวัดพังงา ได้เสียชีวิต สาเหตุมาจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ตับแตก เลือดออกในช่องท้อง และขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ ถูกทำให้ตายโดยไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ ขณะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ 7 ส.ค. 60 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่เห็นคำสั่งอย่างเป็นทางการจากศาล ซึ่งตามขั้นตอน เมื่อศาลมีคำสั่งอัยการจะส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนเจ้าคดี คือ ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง หากดีเอสไอได้คำสั่งศาลมา จะต้องขอระยะเวลาศึกษารายละเอียดในเรื่องข้อกฎหมายก่อน 

"ส่วนกรณีที่สังคมมองว่า ดีเอสไอ ผลักภาระให้ตำรวจนั้น ขอชี้แจงว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นการเสียชีวิตโดยทั่วไป ไม่ได้เข้าข่ายคดีพิเศษ เพราะเป็นการเสียชีวิตโดยปกติ จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่สืบสวนต่อไป ว่าผู้เสียชีวิตตายเพราะสาเหตุใด เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ ซึ่งคดีนี้คณะกรรมการพิจารณาคดีดีเอสไอไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ จึงไม่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายธวัชชัย แต่คงปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากเสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัวของดีเอสไอ โดยทาง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวอนุกูล ดีเอสไอจึงอยากจะคลายข้อสงสัยของสังคม และให้ความร่วมมือทุกอย่าง หากตำรวจต้องการความช่วยเหลือและสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทางดีเอสไอพร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว

พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า สำหรับประเด็นที่ นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของนายธวัชชัย ผู้เสียชีวิตนั้น เตรียมมายื่นร้องขอความเป็นธรรมกับ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ภายในสัปดาห์นี้ ก็สามารถกระทำได้ เนื่องจากเป็นสิทธิของญาติผู้เสียชีวิต ส่วนการตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับ รปภ.ที่เข้าเวรขณะนั้น ทราบว่าขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา และทราบว่า มีเจ้าหน้าที่ รปภ. 2 นาย ซึ่งเป็นลูกจ้างองค์การทหารผ่านศึก โดย 1 นาย ต้นสังกัดได้ย้ายให้ไปเป็น รปภ.ที่ศาลฎีกา ที่อยู่ภายในศูนย์ราชการ ส่วนอีก 1 นาย เกษียณไปแล้วนั้น แต่ไม่ได้กระทบต่อการสืบสวนของตำรวจ หากต้องการเรียกสอบเพิ่มเมื่อไหร่ก็ประสานได้ตลอด.