บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอารองเท้าวางบนหัว เพื่อลงโทษเด็ก

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอข้อกฎหมาย เกี่ยวกับอำนาจการทำโทษเด็กของบิดามารดา หรือครู อาจารย์ โดยเฉพาะในปัจจุบันพบเห็นการลงโทษเด็กด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม ใช้วิธีการลงโทษแบบพิสดาร และมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงมากขึ้น ทั้งที่มีกรณีศึกษาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และผ่านสถานีโทรทัศน์หลายช่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการกระทำความผิดซ้ำอีก 

ล่าสุด มีข่าวว่าคุณครูลงโทษเด็กนักเรียนชาย โดยคุณครูได้นำรองเท้าของเด็กนักเรียนชายคนดังกล่าว ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องของต่ำและสกปรก มาวางไว้บนร่างกายของนักเรียนชาย และยังให้นักเรียนชายคนดังกล่าวกราบรองเท้าของตัวเองด้วย โดยเป็นการลงโทษ เนื่องจากเด็กนักเรียนชายคนดังกล่าววางรองเท้าไม่เป็นระเบียบ ทั้งนี้ ต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากอีกฝ่ายด้วยนะครับ ก่อนที่จะตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก 

การกระทำดังกล่าวในทางกฎหมายมีบทบัญญัติไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้สิทธิแก่บิดามารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครองในการทำโทษบุตรตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน หรือตักเตือนบุตรหรือเด็ก ซึ่งอยู่ในการปกครองดูแล ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 

มาตรา 1567 ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ 
     (1) กำหนดที่อยู่ของบุตร 
     (2) ทำโทษบุตรตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน 
     (3) ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป 
     (4) เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

ในกรณีที่บิดามารดาได้ฝากเด็กให้ไปศึกษาในโรงเรียน หรือสถานศึกษาอื่นๆ เพื่อให้เป็นผู้ดูแลบุตรแทนตน คุณครู อาจารย์ในโรงเรียน ย่อมมีสิทธิในการทำโทษอบรมว่ากล่าวสั่งสอน ตักเตือนเด็กได้ครับ ถือว่าเป็นการได้รับมอบหมายจากบิดามารดาของเด็กแล้ว ประกอบกับ ตามจารีตประเพณี ครูอาจารย์ย่อมมีสิทธิในการทำโทษ ว่ากล่าวตักเตือน หรืออบรมลูกศิษย์ได้ โดยไม่มีความผิดตามกฎหมายทั้งในทางแพ่งและอาญา แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นการทำโทษตามสมควร รวมถึงใช้วิธีลงโทษให้เหมาะสมกับเด็ก

หากคุณครู อาจารย์ในโรงเรียนทำโทษเด็กโดยไม่คำนึงถึงความสมควร รวมถึงใช้วิธีลงโทษที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก เรียกได้ว่าใช้อารมณ์ในการทำโทษเด็ก การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นความผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญาครับ 

การนำเอารองเท้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นของต่ำ และสกปรกไปวางบนร่างกายนั้น เจตนาย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามพื้นรองเท้าอาจจะติดตามเนื้อตัว ร่างกาย และเสื้อผ้าของเด็ก ในกรณีที่เจตนาทำให้สิ่งของสกปรกโสโครกเปรอะเปื้อน หรือน่าจะเปรอะเปื้อนตัวบุคคล หรือแกล้งทำให้ของโสโครก เป็นที่เดือดร้อนรำคาญ อาจจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

"มาตรา 389 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใดๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อน หรือน่าจะเปรอะเปื้อนตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

[อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558]

ประการสำคัญ การทำโทษเด็กโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม หรือใช้วิธีลงโทษที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก หรือใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหากับเด็ก อาจจะทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บด้านร่างกาย ตลอดจนส่งผลต่อสภาพใจของเด็กครับ ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน บางรายได้รับบาดเจ็บ หรือได้รับอันตรายสาหัส ถึงขั้นทุพพลภาพก็มีครับ และอาจจะเป็นการปลูกฝังนิสัย ชอบใช้ความรุนแรงให้กับเด็กโดยทางอ้อมด้วยครับ 

ดังนั้น ขอฝากให้บิดามารดา หรือผู้ปกครอง ช่วยกันดูแลบุตรหลานนะครับ หากมีพฤติกรรมที่ผิดสังเกต ก้าวร้าว หรือร่างกายผิดสังเกต หรือมีอาการไม่อยากไปโรงเรียน ให้รีบสอบถามผู้ที่ดูแลเด็กแทนท่านทันทีครับ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ก่อนที่จะสายเกินไปครับ

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย และต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK
 

ทนายเจมส์