วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อวบ อูม อ้วน ป้อม สั้น ทดสอบ AUDI TT 45 TFSI QUATTRO S-LINE

Audi TT รถสปอร์ตคอมแพคเจเนอเรชั่นที่ 3 ตัวเต็มของสายโหดที่คงไว้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูดใจและเพียบพร้อมไปด้วยการออกแบบที่เข้าถึงอารมณ์รถสปอร์ต 2 ประตูทรงหลังคาคร่อม จากคุณสมบัติที่เน้นความคล่องตัว ปรุงแต่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูงของระบบขับเคลื่อนใหม่หมด เครื่องยนต์ 2 ลิตร เทอร์โบ พร้อมแนวคิดในการควบคุมสไตล์สปอร์ตจากระบบขับเคลื่อนทุกล้อ Quattro ล้ำอนาคตด้วยการแสดงผลหน้าจอดิจิตอล Audi virtual cockpit

Audi TT คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการผนวกผลงานการออกแบบยนตรกรรมระดับไอคอนผนวกกับเครื่องยนต์ขนาดเล็กประสิทธิภาพสูง ระบบเกียร์ 6 สปีด ที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว ช่วงล่างสปอร์ตและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็ม สมรรถนะที่เหนือชั้นเกิดขึ้นจากการพัฒนาโมเดล TT มาถึงรุ่นที่ 3 เป็นรถ TT เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่ปรับปรุงเทคโนโลยีให้ผู้ขับควบคุมได้ง่ายขึ้น เปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้สัมผัสประสบการณ์ของการขับเคลื่อนในรูปแบบสปอร์ตด้วยราคา 3,199,000 บาท!

การออกแบบภายนอก
เมื่อครั้ง Audi TT เจเนอเรชั่นแรกเข้าสู่ตลาดเมื่อปี 1998 มันถูกขนานนามว่า เป็นผลงานการปฏิวัติในวงการออกแบบรถยนต์ จากความสวยงามลงตัวตามรูปแบบเรขาคณิต เส้นโค้งที่เชื่อมโยงกลมกลืนทั้งคัน งานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวจากวิศวกรรมของเยอรมนี ประสบความสำเร็จตั้งแต่รถต้นแบบออกโชว์ตามงานแสดงรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก ตามด้วยยอดขายที่มีตัวเลขน่าประทับใจของเวอร์ชั่นผลิตจริงใน TT รุ่นแรก ส่งผลให้สปอร์ตคูเป้เวอร์ชั่นแรกสุดของ Audi กลายเป็นไอคอนไปโดยปริยาย

จากรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่และความกล้าหาญในการออกแบบ นักออกแบบของ Audi ได้นำเอาแนวความคิดทางศิลปะและงานวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูง เทคโนโลยีหลายอย่างถูกปรับปรุงให้สามารถนำกลับมาใช้ในบริบทใหม่ โดยมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น โมเดลรถสปอร์ตไซล์เล็กรุ่น TT มีการเชื่อมโยงกลไกต่างๆ ของตัวรถให้ประสานการทำงานเพื่อมอบสมรรถนะที่ดีในการควบคุม โดยเฉพาะการตอบสนองในด้านการเร่งความเร็ว การยึดเกาะกับผิวถนนและความสะดวกสบาย ส่วนหน้าของ New Audi TT คันใหม่นั้น มีการเน้นเส้นสายแนวนอนที่เฉียบคม ขณะเดียวกันที่กระจังหน้าก็ยังถูกออกแบบให้เป็นแบบเฟรมเดี่ยว (single-frame grille) โดยยืดส่วนหน้าของตัวรถให้กว้างขึ้น จัดวางฝากระโปรงหน้าให้อยู่ในแนวแบนราบกว่ารุ่นก่อน มุมด้านบนของกระจังหน้าจะมีเส้นสายเหลี่ยมมุมที่เฉียบคมลากเป็นรูปตัววี (V) ผ่านหน้ากระโปรงรถ ซึ่งมีโลโก้สี่ห่วงของแบรนด์ Audi วางอยู่ในตำแหน่งด้านบนเช่นเดียวกับรถสปอร์ตสมรรถภาพสูงอย่าง Audi R8 รวมถึงพี่น้องร่วมวงตระกูล 4 ห่วงเกือบจะทุกโมเดลในปัจจุบันที่ใช้หน้าตาคล้ายกันไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า กระจังหน้าและฝากระโปรง 

ภาพลักษณ์ของรถสปอร์ต Audi TT รุ่นใหม่ดูเคร่งขรึมด้วยการออกแบบไฟหน้าให้แบน พร้อมติดตั้งโคมไฟหน้า LED Cornering light พร้อมไฟ LED Daytime Running Lights เพิ่มความคมชัดสูงสุดจากกำลังในการส่องสว่างเมื่อขับตอนกลางคืน มุมมองด้านข้างให้ดูเพรียวลมและแข็งแรง สัดส่วนของหลังคาที่ลาดเทไปยังส่วนท้ายในทรงของรถ Coupe สมัยใหม่ ในขณะที่ตัวรถให้ความรู้สึกพร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าความยาวของ Audi New TT อยู่ที่ 4,177 มิลลิเมตร ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ฐานล้อมีขนาด 2,505 มิลลิเมตร ยาวขึ้นกว่าเดิม 37 มิลลิเมตร ทำให้ระยะของรถในส่วนที่ยื่นออกไปเกินล้อ (Overhang) หน้า-หลัง สั้นลง ตัวรถมีความกว้าง 1,832 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนของความสูงเท่ากับรุ่นก่อนหน้าที่ 1,353 มิลลิเมตร น้ำหนักรถทั้งคัน (รุ่น 45 TFSI Quattro) 1,335 กิโลกรัม รถคันทดสอบใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง Continental รุ่น Contisportcontact 5 ไซส์ 225/50R17 W เท่ากันทุกล้อเนื่องจากใช้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยัดล้อและยางแบบหน้าเล็กหลังใหญ่เหมือนรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง

รายละเอียดอันหลากหลายของ Audi TT 45 TFSI Quattro ทำให้นึกถึงความคลาสสิกแบบร่วมสมัยของ Audi TT เจเนอเรชั่นแรก เส้นโครงร่างของกาบประตูมีขอบสันที่หักเหแสง และดูโดดเด่นในขณะที่ซุ้มล้อที่โค้งมนและกว้างช่วยเสริมรูปลักษณ์ทรงเรขาคณิตอย่างลงตัว เส้นโค้งมนจากซุ้มล้อหน้าสบกับเส้นสายของกระโปรงรถก่อนจะต่อไปเหนือประตูรถและลากจนเกือบเป็นเส้นนอนไปยังส่วนท้ายรถ ให้มุมมองที่ปราดเปรียวเพรียวลม กระจกบังลมบานหลังที่แบนราบ กระจกมองข้างติดตั้งอยู่กับประตูช่วยเน้นย้ำความรู้สึกของรถสปอร์ตคูเป้ได้เป็นอย่างดี

ฝาพับปิดถังน้ำมันทำด้วยอะลูมิเนียมที่อยู่ทางด้านขวามือของตัวรถมีดีไซน์เป็นรูปวงกลมแบบคลาสสิก ล้อมกรอบด้วยสกรูแบบหลบหัว (หัวจม) การเปิดฝาถังเพียงแค่สัมผัสเบาๆ ที่สัญลักษณ์ TT บนฝาพับ ฝาถังก็จะเด้งเปิดออกมาทันที ใน TT รุ่นใหม่จะไม่มีฝาถังน้ำมันอยู่ใต้ฝาพับเหมือนรุ่นแรก เวลาเติมน้ำมันไม่ต้องใช้มือบิดเพื่อเปิดฝาถังอีกต่อไป แค่เสียบหัวจ่ายน้ำมันตรงยังคอถังน้ำมันโดยตรง ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง

เส้นแนวนอนในส่วนท้ายของ Audi TT ใหม่ ยังช่วยเสริมความรู้สึกถึงความกว้างของห้องโดยสารแบบรถสปอร์ตที่ถูกขยายให้กว้างขึ้น (อีกเล็กน้อย) ไฟท้าย LED ถูกออกแบบให้เข้ากับส่วนท้ายของตัวรถ ทำให้กลมกลืนกับแผงส่วนท้ายไล่เรียงตั้งแต่สปอยเลอร์หลัง ฝาท้ายและไฟท้ายแบบใหม่ ในส่วนของไฟหน้าเติมความเฉียบคมด้านมุมมองด้วยแถบเส้นในหลอดไฟหรี่กลางวัน หรือ Day Time Runing Light สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ระบบไฟส่องสว่างแบบใหม่ LED Cornering light ให้มุมมองคมชัดเมื่อขับในที่มืดและมีอายุการใช้งานยาวนาน นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมจาก Audi นอกจากนี้ ไฟเบรกที่สามที่เป็นแถบบางเฉียบติดตั้งอยู่ใต้ขอบของสปอยเลอร์หลังยังช่วยเน้นรูปทรงไฟท้ายให้โดดเด่นขึ้น เมื่อความเร็วถึงระดับที่ 120 กม./ชม. สปอยเลอร์หลังแบบไฟฟ้าจะปรับขึ้นอัตโนมัติ โดยยกตัวขึ้นจากฝากระโปรงหลังเพื่อเพิ่มแรงกดส่วนท้าย ผู้ขับสามารถกดสวิตช์สั่งงานให้สปอยเลอร์หลังยกตัวตลอดเวลาเมื่อต้องการขับเร็วๆ ในสนามแข่งเพื่อเพิ่มแรงกดให้กับท่อนท้าย ท่อระบายไอเสียเป็นแบบปลายท่อเดี่ยวแยกฝั่งขนาดใหญ่โดยแยกออกสองด้านทั้งซ้ายและขวา

โครงสร้างตัวถัง
จากการสร้างยนตรกรรมน้ำหนักเบาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างชื่อและเป็นความเชี่ยวชาญของ Audi รถสปอร์ต New TT นำหลักการใช้วัสดุต่างชนิดกันมาต่อยอดอย่างเป็นระบบ ตามแนวคิดที่ว่า วัสดุที่เหมาะสมถูกนำมาใช้ในปริมาณที่ถูกต้องในจุดที่เหมาะสมเพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด โครงสร้าง ASF (Audi Space Frame) มีการเชื่อมต่อผสานอะลูมิเนียมยึดเข้ากับเหล็กกล้า สำหรับโครงสร้างของ New TT นั้น มีการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำหนักให้ไปอยู่เหนือเพลามากขึ้น ฟอร์แพลน ใช้แผ่นเหล็กกล้าขึ้นรูปหนัก 17% ของน้ำหนักตัวรถ กาบประตูด้านข้างและโครงหลังคาทำจากอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปที่เชื่อมเข้ากับโครงสร้างรถผ่านข้อต่ออะลูมิเนียมรวมทั้งฝากระโปรงหน้ารถ ประตู และฝากระโปรงหลังก็ทำจากวัสดุโลหะเบาเช่นกัน

การออกแบบภายใน
ห้องโดยสารของสปอร์ตคาร์ยุคใหม่จากค่าย Audi ต้องไม่สร้างความจำเจและช่วยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ตลอดเวลาที่ขับขี่ แบรนด์ Audi ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนีคือค่ายรถเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยี Virtual Cockpit มาใช้งานในรถสปอร์ตรุ่น TT ช่วยให้ห้องโดยสารยุคใหม่มีปุ่มควบคุมที่ลดลงช่วยลดภารกรรมของคนขับในการปรับตั้งค่าต่างๆ ระบบรับคำสั่งแบบ Voice Command รับคำสั่งด้วยเสียงแบบง่ายๆ Virtual Cockpit จาก Audi พัฒนาโดย Andre Ebner โดยย่อหน่วยความจำในส่วนของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมให้เล็กลงเพื่อใช้งานในรถยนต์รุ่นใหม่ การออกแบบภายในและจัดวางอุปกรณ์ที่เน้นความเท่ เคร่งขรึมด้วยโทนสีเทาดำตัดกับวัสดุอัลลอยสีเงิน คอนโซลแดชบอร์ดเดินเส้นสายโปร่งเบาพลิ้วไหว ช่วยสื่อความเป็นรถสปอร์ตของ New TT ได้เป็นอย่างดี

งานดีไซน์ภายในห้องโดยสารใช้เส้นแนวนอนผสมกับวัสดุชั้นดีที่มีพื้นผิวหลากหลายห้องโดยสายส่วนหน้าเน้นความกว้างขวางเช่นเดียวกับการออกแบบภายนอก ส่วนของคอนโซลกลางที่เชื่อมโยงงานใช้งานอุปกรณ์โดยกำหนดให้ตำแหน่งคนขับเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งานอุปกรณ์ภายใน การออกแบบตำแหน่งของท่านั่งขับที่ดีช่วยรับน้ำหนักขาขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เบาะโดยสารแบบใหม่หุ้มด้วยหนัง Alcantara ห้องโดยสารของ New TT มีลักษณะเล็กกะทัดรัด ให้มุมมองลื่นไหลพลิ้วไหวต่อเนื่อง แผงหน้าปัดมาตรวัดใช้จินตนาการออกแบบให้มีรูปทรงที่มองดูคล้ายปีกของเครื่องบิน ขณะที่ช่องแอร์ทรงกลมซึ่งเป็นเอกลักษณ์คลาสสิกของรถสปอร์ตก็ยังถูกนำมาใช้ต่อในห้องโดยสารของ TT เวอร์ชั่นล่าสุด

จอแสดงภาพมัลติมีเดีย อินเตอร์เฟส (MMI Screen) เป็นจอภาพเดี่ยวที่ให้ความคมชัดสูงแม้จะขับท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า งานออกแบบที่ล้ำสมัยผสมผสานกันจนออกมาเป็นจอแสดงผลดิจิตอล ผลการตั้งค่าต่างๆ จะแสดงบนจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้วหน้าปัดมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit ของ New TT ถูกควบรวมอยู่ในจอภาพเดียวเพื่อลดภารกรรมในการมองของคนขับ มีลักษณะเหมือนกับแผงมาตรวัดในรถต้นแบบหรือรถอนาคตเพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความทันสมัยน่าใช้งาน เป็นการผสมผสานหน้าปัดมาตรวัดที่แสดงผลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิน้ำในหม้อน้ำ ผนวกรวมเข้าไว้กับระบบ Infotainment  เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์หรือมัลติมีเดีย โดยทำการแสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้วที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับ

เข็มความเร็วและวัดรอบจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแบบการแสดงภาพที่คมชัดมาก จอระบบนำทางเล็กๆ อยู่ตรงกลางหรือหากไม่ชอบก็สามารถเลื่อนเปลี่ยนได้ ผู้ขับขี่สามารถปรับขนาดของมาตรวัดในจอภาพให้เป็นไปตามที่ต้องการ หรือแสดงผลจอภาพทั้งหมดด้วยระบบนำทางและกำหนดพิกัดผ่านดาวเทียม จอภาพทันสมัยขนาด 12.3 นิ้ว ในหน้าปัดมาตรวัดแบบใหม่ของ TT ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีกเพียบ การใช้งานท่ามกลางเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยน ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต้องคิดค้นหาวิธีผูกมัดใจคนซื้อให้อยู่หมัดด้วยของเล่นแปลกๆ ที่ทันสมัย มาตรวัดแบบ TFT หรือ thin film transistor ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในรถระดับสูง เช่น Lamborghini / Mercedes Benz / BMW / Ferrari รวมถึง Honda และ Volvo ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างสรรค์งานศิลปะที่น่าใช้งานโดยนำมาประดับประดาในรถรุ่นใหม่ด้วยการทำงานราวกับนักมายากล Virtual Cockpit ของ New TT ยังสามารถแสดงค่าต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงการโชว์ระบบ Infotainment ด้วยความคมชัดสูงสุด หน้าปัดและแดชบอร์ดต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลพลังสูงอย่างแท้จริง

ฟังก์ชั่นอื่นๆ ใน Virtual Cockpit ของ New TT ประกอบด้วยการกดคำสั่งสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ปุ่มควบคุมถูกย้ายมาอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยทำให้การควบคุมขับขี่รถในปัจจุบันมีความปลอดภัย นอกจากปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยแล้ว New TT ยังใช้แป้นระบบสัมผัสที่กลายเป็นของจำเป็นในรถอย่าง BMW iDRIVE และ Mercedes Benz comand control แป้นควบคุม MMI ใน  Audi TT วางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคันเกียร์เพื่อความสะดวกสบายของคนขับ สวิตช์ควบคุมแบบหมุนคล้าย iDRIVE ของ BMW ทั้งการเข้าสู่เมนูต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว หรือใช้ในการหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อขยายจอภาพที่กำลังแสดงผลของระบบนำทาง วิศวกรของ Audi ออกแบบสวิตช์ควบคุมให้หมุนใช้งานได้ง่าย ลดฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นให้น้อยลง ผู้ขับสามารถกดเลือกหรือสั่งคำสั่งด้วยความรวดเร็วมากกว่าสวิตช์ควบคุมของ TT ในรุ่นที่ผ่านมา

Cockpit ที่เรียบง่ายแต่ทันสมัยของ TT มีดีไซน์ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกับคนขับเกือบทั้งหมด พวงมาลัยสามก้านแบบฐานตัดทรงรถแข่งที่มีก้านวงสามก้านอย่างเท่ทำจากอัลลอย หนังแท้และพลาสติกเกรดสูง คอนโซลโฟมฉีดขึ้นรูปหุ้มด้วยวัสดุพวกหนังสังเคราะห์ ภายในกรุด้วยแผ่นป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ช่องแอร์ทรงกลมสามช่องที่เรียบง่ายแต่ดูดีด้วยพลาสติกและงานกรุขอบสีเงิน ดีไซน์ของ Virtual Cockpit ใน TT เป็นงานออกแบบที่ชาญฉลาด ช่วยลดปัญหาในเรื่องความสับสนของปุ่มและสวิตช์ต่างๆ การนำเอาคุณลักษณะของ Cockpit อากาศยานมาปรับใช้บริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ดที่ทำให้มองคล้ายกับปีกของเครื่องบิน พวงมาลัยมีการออกแบบที่สอดคล้องไปกับหน้าปัดมาตรวัด ช่วยทำให้ทัศนวิสัยโปร่งโล่ง วิศวกรของ Audi พัฒนาถุงลมนิรภัยให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 40% ทำให้แป้นทรงกลมตรงกลางวงพวงมาลัยที่ใช้บรรจุถุงแอร์แบ็กมีขนาดเล็กและสมส่วนมากยิ่งขึ้น แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังวงพวงมาลัย Paddle Shift ให้สัมผัสในการใช้งานที่เน้นความแน่นและมั่นคง รวมถึงยังมีระยะของการกดกระชับมากขึ้นอีกด้วย

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแบบ deluxe ที่มีแผงควบคุมวางตัวในแนวนอนนั้นถูกติดตั้งใต้ช่องแอร์ตรงกลางพร้อมระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select และระบบฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตของ Audi TT ใช้พนักพิงศีรษะแบบรวม (integrated head restraints) และอยู่ในตำแหน่งค่อนต่ำลงกว่ารถรุ่นก่อน น้ำหนักของเบาะเบาลงมากกว่าของรถ TT รุ่นก่อนถึง 5 กิโลกรัม พวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมแบบใหม่ที่มาพร้อมระบบปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ เดินเส้นขอบตัดและหุ้มหนังแบบสปอร์ต 3 ก้าน มีการใช้งานโลหะพวกอะลูมิเนียมมาประดับประดาเพื่อยกระดับของความหรูหราน่าใช้งาน แม้ว่ารถ Audi New TT จะมีเบาะนั่งแบบ 2+2 ที่นั่งซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันและมีช่องเก็บสัมภาระด้านหลังที่กว้างถึง 305 ลิตร มากกว่ารุ่นก่อนถึง 13 ลิตร แต่เบาะหลังมีพื้นที่คับแคบไม่เหมาะกับการนั่งยาวๆ สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถเพิ่มพื้นที่ได้หากพับเบาะนั่งด้านหลังราบลงกับพื้น เบาะผู้โดยสารตอนหลังที่เล็กและคับแคบเหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่หรือเอาไว้วางของจะดีกว่านั่งโดยสารกันไกลๆ

การควบคุมและแสดงผล
แนวคิดการใช้งาน Audi New TT ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับลักษณะความเป็นรถสปอร์ต ทุกองค์ประกอบของอุปกรณ์ภายใน โดยเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานมีให้เลือก 2 ส่วน คือปุ่มควบคุมและเลือกเปิดใช้งานได้เกือบทุกฟังก์ชั่นจากพวงมาลัย โดยที่ไม่ต้องละสายตาจากถนน หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว มีความละเอียดสูงที่ 1,440 x 540 pixels ให้ภาพคมชัด ตรงขอบล่างของจอแสดงผลแบบดิจิตอล Audi virtual cockpit จะมีแถบแสดงผลถาวรสำหรับอุณหภูมิภายนอก เวลาและระยะทางนับ คำเตือนหรือสัญลักษณ์ข้อมูลต่างๆ ก็อาจปรากฏขึ้นด้วยยูนิตการควบคุม ส่วนที่สองคือระบบ MMI ที่ได้รับการพัฒนาใหม่และจัดวางไว้ตรงคอนโซลช่องกลางโดยจะมีท็อกเกิ้ลสวิตช์ 2 ตัวเพื่อเปิดระบบโทรศัพท์ วิทยุ และแถบเมนูมัลติมีเดียต่างๆ ในขณะที่ปุ่มกดสวิตช์กลางจะมีปุ่มด้านข้าง 2 อันเพื่อเข้าสู่เมนูหลักและย้อนหลัง ผู้ขับสามารถเข้าใช้งานโดยแตะแผ่นสัมผัส (touch pad) บนปุ่มกดสวิตช์ โครงสร้างของเมนู MMI คล้ายคลึงกับสมาร์ทโฟน สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นสำคัญทั้งหมดได้โดยตรง New TT ยังมีจอแสดงผลแบบดิจิตอล Audi virtual cockpit ที่แสดงข้อมูลการขับขี่และระบบเครื่องมือต่างๆ เป็นกลุ่มและยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยกราฟิกที่ชัดเจน ผู้ขับสามารถเลือกรูปแบบการแสดงข้อมูลได้ 2 แบบ คือ Classic ซึ่งจะดึงหน้าปัดแสดงความเร็ว (Speedometer) กับหน้าปัดวัดรอบ (Rev counter) หรือ Infotainment (ข้อมูล & บันเทิง)

เครื่องยนต์
Audi TT รุ่น 45TFSI Quattro มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร TFSI ให้กำลัง 230 แรงม้าที่ 4,500-6,200 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยิงตรงไดเรค อินเจคชั่น พร้อมระบบวาล์วแปรผัน AVS (AUDI Valve lift System) ปรับองศาของวาล์วไอเสีย เครื่องยนต์อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,300 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 6 สปีด พร้อมกลไกคลัตช์คู่ ระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่หรือใช้คลัตช์ 2 ชุดช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ออโต้ 6 สปีดมีความว่องไวและไหลลื่น สามารถปรับโหมดการควบคุมจากระบบออโต้ไปเป็นแบบเกียร์ธรรมดาได้ด้วยการผลักคันเกียร์ไปทางซ้ายแล้วชิฟเกียร์ด้วยตำแหน่ง +/- หรือชิฟผ่านแป้น Paddle Shift ที่หลังวงพวงมาลัย สมรรถนะของเครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบกับเกียร์ 6 สปีดและระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำให้ Audi TT 45TFSI มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.3 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro
รถสปอร์ต Audi New TT ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ช่วยเสริมเสถียรภาพและกระจายแรงบิด ระบบขับเคลื่อนทุกล้อจาก Audi ฝากผลงานไว้มากมายในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น การปรับปรุงชุดขับ 4 ล้ออย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะระบบคลัตช์แบบหลายแผ่นที่ควบคุมด้วยไฮดรอลิกไฟฟ้า ติดตั้งบนเพลาท้าย ช่วยลดน้ำหนักลงราว 1.5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ การกระจายแรงบิดระหว่างเพลาล้อคู่หน้าและคู่หลังนั้นก็ถูกควบคุมโดยระบบไฟฟ้าที่รวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที อัจฉริยภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาจัดการกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลังอย่างแม่นยำและเหมาะสม

ระบบเซนเซอร์ของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน จะทำหน้าที่ตรวจสอบถึงสภาพแวดล้อม สถานะของรถขณะขับขี่ ความต้องการของผู้ขับผ่านการเชื่อมโยงกับโหมดของการขับเคลื่อน ซึ่งระบบควบคุมจะมีการคำนวณเพื่อการกระจายแรงบิดที่ดี การตอบสนองที่มีความรวดเร็ว ทำให้ผู้ขับสามารถแก้ไขควบคุมได้ในทุกสถานการณ์ เมื่อเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เข้ากับระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select จะทำให้ผู้ขี่สามารถปรับคุณสมบัติของการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตลอดเวลาให้เข้ากับความต้องการตามโหมดต่างๆ คือ "auto" รถจะกระจายแรงขับในระดับที่สมดุลลงตัว โหมด "dynamic" จะกระจายแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังก่อนและในปริมาณมากกว่า โหมด "efficiency" การกระจายแรงบิดจะถูกปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอัตราสิ้นเปลืองขึ้นไปอีกระดับด้วยการเทแรงบิดลงไปที่ล้อหน้ามากเป็นพิเศษ

ระบบกันสะเทือน
ระบบรองรับน้ำหนักของ Audi TT สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมยานยนต์ของเยอรมัน ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson โครงสร้างชิ้นส่วนของจุดยึดโยงต่างๆ ทำจากอะลูมิเนียม เข้ามาช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Weight) ทั้งนี้ ระบบกันสะเทือนหลังของ TT ยังเป็นแบบโฟล์ลิงก์ (4-Link) รองรับแรงกดแนวนอน (longitudinal force) และแรงบิดแนวขวาง (transverse force) อย่างเป็นอิสระแยกจากกัน สำหรับชุดบังคับเลี้ยวหรือแรคพวงมาลัย ใช้แบบแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า ผนวกระบบแปรผันน้ำหนักพวงมาลัย Progressive steering แบบมาตรฐานที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองตามสภาพการขับขี่ ตัวแรคพวงมาลัยถูกออกแบบมาเพื่อการตอบสนองโดยตรงต่อระยะของการหมุน ทำให้การควบคุมเกิดความเฉียบคมแม่นยำ

Audi Drive Select
ระบบควบคุมการขับขี่ที่ผู้ขับสามารถเลือกได้หรือที่รู้จักกันในนาม Audi Drive Select จะควบคุมลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์โดยจะมีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกระหว่างโหมด comfort, auto, dynamic, efficiency หรือ individual นอกจากนี้โหมดขับเคลื่อนยังมีอิทธิพลต่อโมดูลต่างๆ ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ S tronic, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ทั้งนี้ ในโหมด efficiency นั้น ระบบ Audi Drive Select ก็จะควบคุมไปถึงระบบปรับอากาศและระบบ Auto Start-Stop เพื่อดับเครื่องยนต์ขณะจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย (Start-Stop System) Audi New TT 45 TFSI คันทดสอบ มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 17" และยางรถขนาด 225/50 R17 W

ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ESC (Electronic Stabilisation Control) สามารถปิดการทำงานบางส่วนหรือปิดยกเลิกการทำงานทั้งหมดได้ ช่วยเสริมการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตแบบสุดขั้ว เมื่อขับเข้าโค้งพร้อมกับเปิดระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมเสถียรภาพจะจัดการกับแรงบิดขณะเข้าโค้ง โดยถูกใช้งานในการผกผันแรงบิดให้สามารถกระจายจากล้อหน้าด้านโค้งในไปสู่ล้อหน้าด้านนอกโค้งเพื่อการยึดเกาะที่สมดุล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ยังเฉลี่ยแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังทำให้รถสามารถขับเข้าโค้งในลักษณะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังทำหน้าที่ควบคุมรถแบบไถลปัดท้าย (Drifting) อีกด้วย

อุปกรณ์ต่างๆ
Audi New TT ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบ เช่นระบบวิทยุ MMI ของ Audi และเบรกมือไฟฟ้า (Electromechnical Parking Brake) พร้อมระบบปลดเบรกมือแบบอัตโนมัติ กุญแจรีโมต, ระบบช่วยปรับไฟสูง (high-beam assist), ระบบข้อมูล-ความบันเทิง USB / AUX การใช้งานสื่อสารไร้สายบลูทูธอินเตอร์เฟส (Bluetooth Interface) และระบบสั่งงานด้วยเสียง วิทยุเครื่องเล่น CD เล่นไฟล์ MP, AAC และ WMA พร้อมช่องจอแสดงผล Audi virtual cockpit ชุดเครื่องเสียงระดับเทพ ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียง 155 วัตต์ และลำโพง 9 ตัว ระบบช่วยเหลือต่างๆ จะช่วยให้การขับ TT มีความสะดวกสบาย เพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลอย่างแท้จริง เป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการยนตรกรรมจาก Audi ที่จะไม่หยุดนิ่งอยู่แค่นี้อย่างแน่นอน

ไล่เรียงข้อมูลของเด็กแสบหลังคาทรงคร่อมไปแล้วก็มาถึงห้วงเวลาที่จะออกไปโลดแล่นบนถนนเพื่อลองประสิทธิภาพของ TT ตัวใหม่ที่นำเข้ามาทั้งคันโดยบริษัท ไมช์สเตอร์ เทคนิค ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายพร้อมศูนย์ซ่อมและบริการในประเทศไทย เจ้า  TT ใหม่ใช้โครงสร้างแพลตฟอร์มร่วมกับรถอย่าง VW Golf และ Audi New A3 โครงสร้างรถแบบใหม่ทำให้การบิดตัวลดลง รักษาประสิทธิภาพของการควบคุมและการตอบสนองเมื่อทำความเร็ว ทำให้ช่วงล่างรับหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบจากตัวถังที่แข็งแกร่งมากกว่า TT ทุกรุ่นในอดีต รุ่นที่ผมขับทดสอบวางเครื่องยนต์ตัวเล็กกระจิดริดความจุแค่ 2 ลิตร แต่มีม้าท่วมท้นถึง 230 แรงม้าจากการเสกเป่าของเทอร์โบแปรผันลูกเดียวโดดๆ ห้องโดยสารชัดเจนในความเป็นรถเยอรมัน ด้วยท่านั่งที่สุดยอดจากความลงตัวของการออกแบบ เบาะ พวงมาลัย สามารถปรับได้อย่างหลากหลายครอบคลุมทุกสรีระของคนขับไม่ว่าจะสูงชลูดหรืออ้วนสั้นเตี้ยก็สามารถปรับเบาะกับพวงมาลัยให้ลงตัวได้เป็นอย่างดี เบาะไฟฟ้าสามารถกดให้เตี้ยจนติดกับพื้นด้วยท่านั่งสไตล์รถแข่ง ส่วนพวงมาลัยแบบ 4 ทิศทางก็ปรับเข้าออกหรือสูงต่ำได้ดี กดสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยปุ่มสีเงิน เครื่อง 2 ลิตรเบนซินเทอร์โบติดขึ้นมาอย่างรวดเร็วและให้ซุ่มเสียงในรอบเดินเบาเงียบจนแทบจะไม่ได้ยิน 

โหมด efficiency ใน TT 45 TFSI กลายเป็นโหมดประหยัดที่เหมาะกับการขับย่องๆ ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น เกียร์จะดันตัวเองขึ้นไปที่เกียร์สูงเพื่อคอยลดรอบเครื่องยนต์ คันเร่งย้วยๆ ยืดหยุ่นตอบสนองแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยทำอัตราสิ้นเปลืองได้ 12.9 กิโลเมตรต่อลิตร ไม่ถือว่ากินแต่ก็ไม่ได้ประหยัดอะไรมากมายเป็นโหมดที่เซตการควบคุมเพื่อเน้นการใช้เชื้อเพลิงไม่ให้ยกซดมากจนเกินเหตุ

เครื่องยนต์ 4 สูบรุ่นใหม่ในโหมดนี้ก็ยังติดตั้งระบบตัดรอบเครื่องยนต์เมื่อวิ่งที่ความเร็วเดินทาง 110 -120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่เกียร์ 6 เมื่อยกคันเร่ง รอบเครื่องยนต์จะหล่นลงมาเหลือแค่ 800 รอบต่อนาทีในรอบเดินเบา! ส่วนความเร็วก็ค่อยๆ ลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ต่อเมื่อคนขับกดคันเร่ง ระบบเกียร์จะกลับเข้าสู่การทำงานอีกครั้งอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับตวัดรอบเครื่องยนต์ให้กลับมาอยู่ในรอบปกติ ระบบนี้มีใช้ใน Mercedes Benz C300 AMG Dynamic และ BMW 430i Coupe มีส่วนทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อขับด้วยความเร็วคงที่บนไฮเวย์ 

โหมด Comfort ใน Audi Drive Select กลายเป็นโหมดขับเคลื่อนกลางๆ คั่นอยู่ระหว่าง efficiency และ Auto Mode โดยทำตัวเป็นโหมดเริ่มต้นเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ในโหมดนี้ เกียร์กับคันเร่งจะตอบสนองได้ไวขึ้น แต่ก็ยังไม่สาแก่ใจเท่ากับ Dynamic Mode เหมาะกับการขับแบบปกติที่เน้นวิ่งเรื่อยๆ แต่พร้อมที่จะกระโจนพรวดๆ ทันทีที่คันเร่งโดนทารุนกรรม Comfort เป็นโหมดที่คุณสามารถขับเร็วก็ได้ขับช้าก็ดี

พวงมาลัยในโหมดนี้มีน้ำหนักค่อนข้างคงที่ เมื่อขับเร็วระบบควบคุมน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้า Progressive steering จะทำหน้าที่หน่วงน้ำหนักของพวงมาลัยไม่ให้เบาเกินไปจนออกอาการน่ากลัว น้ำหนักที่พอดิบพอดีของพวงมาลัยซึ่งแปรผันไปตามความเร็วให้ความรู้สึกคล้ายพวงมาลัยไฟฟ้าของ BMW 430i มีให้คุณทั้งความยืดหยุ่นและความกระชับรัดกุมเปลี่ยนแปลงน้ำหนักไปเรื่อยๆ ทีละนิดตามความเร็วของรถ ขับเร็วก็หน่วงขึ้นนิดนึง ขับช้าๆ ก็เบามือขึ้นมาหน่อย เป็นพวงมาลัยที่มีการทำงานค่อนข้างละเอียดและมีระบบควบคุมที่สลับซับซ้อนพอสมควร โดยภาพรวม Progressive steering ของ Audi TT มีความแม่นยำและเฉียบคม ทำงานได้อย่างลื่นไหลให้สัมผัสในทุกย่านความเร็วด้วยการมอบความมั่นใจเมื่อมันทำงานผสานกับช่วงล่างแข็งๆ สไตล์สปอร์ตของ TT 

ข้ามโหมด Auto ไปยังโหมดสูงสุด Dynamic เสียงเครื่องยนต์จะเปลี่ยนบุคลิกจากรถคุณหนูกลายเป็นเสียงของรถแข่งที่มีความโหดดิบเกินบรรยายคล้ายกับการฉีดสารกระตุ้นไปที่เครื่องยนต์ ทุกสิ่งทุกอย่างใน TT 45 TFSI Quattro จะออกมาในลักษณะไวและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์ที่ตวัดขึ้นอย่างจิ้ด เกียร์ที่เคยเฉื่อยชาจะเปลี่ยนตัวเองอย่างเร็ว โดยหันมาคาอยู่ที่เกียร์ 3-4 นานมากเป็นพิเศษเพื่อเทแรงบิดชนิดจัดเต็ม พวกที่ชอบขับแบบลากรอบจะชอบโหมดนี้เป็นที่สุด

พวงมาลัยตึงไม้ตึงมือในลักษณะเตรียมพร้อมที่จะโดนอัดแรงๆ ส่วนท่อระบายไอเสียก็ส่งเสียงระเบิดไปตลอดทางโดยเฉพาะตอนเปลี่ยนเกียร์ขึ้น เสียงปะทุปุงปังจากท่อท้ายคล้ายการเอะอะเอ็ดตะโรอาละวาดเปลี่ยนบุคลิกของรถอย่างสิ้นเชิง มันมีท่อท้ายที่ให้เสียงดังกว่า 430i และ C250 แม้แต่ MINI John Cooper Work พลัง 230 แรงม้าราคา 3.2 ล้าน ซึ่งเป็นรถตัวสุดของ MINI ที่มีท่อดังก็ยังไม่โหดขนาดนี้  นับเป็นเสียงเครื่องและเสียงท่อที่เร้าใจสุดๆ ในกลุ่มรถสปอร์ตราคา 3 ล้านถึง 4 ล้าน โดยมี TT 45 TFSI Quattro ที่มีค่าตัวถูกที่สุดรวมอยู่ในนั้นและอยู่บนหัวแถวซะด้วย! 

เจ้าเด็กอ้วน TT มีรอบเครื่องสูงสุดอยู่ที่ 6,700 รอบต่อนาที และใช้เวลาน้อยมากในการตวัดรอบไปจนถึงขีดแดงในย่านเรดไลน์ก่อนที่รอบจะลดลงเพราะเปลี่ยนเกียร์ แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร นั้นกว้างพอๆ กับแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงที่กว้างสุดๆ แถวลานเท คุณสามารถเทแรงบิดได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานหากมีถนนที่โล่งพอ พลังงานระดับ 37.7 กิโลกรัม/เมตร ในรถคันกระจิริดหนักแค่ 1.3 ตัน ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อกันเล่น อัตราเร่ง 0-100 ใน 5.3 วินาที ของ TT 45 TFSI แรงสุดลิ่มเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวแค่ 3 ล้านบาท คู่แข่งอย่าง BMW 430i Coupe M-Sport มีค่าตัว 3,799,000 บาท มีอัตราเร่ง 0-100 ใน 5.8 วินาที ส่วน Mercedes Benz C250 AMG Dynamic ราคา 3,590,000 บาท มีอัตราเร่งจาก 0-100 ใน 6.8 วินาที เป็นรองเจ้า TT อยู่หลายช่วงตัวเมื่อซัดกันแบบจัดเต็มก็จะเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน 

Audi ใช้รถเจน 1-2 พัฒนา TT เจน 3 ด้วยการนำเอาจุดบกพร่องของรถรุ่นเก่ามาปรับแก้จนเกือบจะพูดได้ว่าสมบูรณ์แบบ เนื่องจากยังมี TT S และ TT RS ที่สุดกว่าในด้านระบบขับเคลื่อน โมเดล TT ยังเป็นรถที่ทำกำไรให้กับ Audi มาตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี รถรุ่นใหม่ต้องมีความเข้มข้นมากกว่าในด้านของการสำแดงพลัง การเทแรงบิดลงพื้นด้วยล้อทั้งสี่ มันยังมีความแตกต่างอย่างชัดเจนในด้านการควบคุมที่ง่ายดายขึ้น เครื่องยนต์ 2 ลิตรและ 2.5 ลิตร เทอร์โบมีพลังงานมหาศาลเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นเก่าที่มีความจุเยอะกว่า ระบบเกียร์ S-Tronic มีประสิทธิภาพสูง ออกแบบเพื่อทำให้ผู้ขับไม่ต้องละมือไปจากพวงมาลัยเมื่อพบกับทางโค้งข้างหน้า ตัวเลขยอดขายรุ่นออโต้ที่มากกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดาถึง 15% บ่งบอกถึงความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

เกียร์ 6 สปีดมีการทำงานที่เร็วและกระชับแถมยังลื่นไหลสุดๆ จนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีถึง 9 สปีด ทำให้คุณหรือใครที่ขับไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมานั่งชิฟเกียร์เองในโหมด Dynamic แม้จะขับในเส้นทางที่คดเคี้ยว ทางบนภูเขาที่เต็มไปด้วยโค้งวกไปวนมา สมองกล ECU ที่ควบคุมเครื่องยนต์และเกียร์จะทำงานด้วยความฉลาดปราดเปรื่องจดจำลักษณะการขับและเรียนรู้เพื่อที่จะปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนให้เข้ากับความต้องการของคุณจนไม่เปิดช่องว่างให้คนขับชิฟอัตราทดด้วยตัวเอง เกียร์ทำงานเปลี่ยนอัตราทดขึ้นหรือลงไปตามฝ่าเท้า แม้แต่การเบรคในย่านความเร็วสูงเมื่อเซนเซอร์ตรวจจับได้ว่าความเร็วที่ใช้ลดลงเกียร์จะเชนลงต่ำให้เองแบบแสนรู้ด้วยความไวสุดๆ เสียงเครื่องยนต์แฝดกึกก้องเมื่อผมต้องลดความเร็วก่อนจะพุ่งสู่โค้งแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคยพร้อมๆ กับเกียร์ที่เชนลงต่ำแบบอัตโนมัติตามการเบรก! หากความเร็วที่ทะยานเข้าไปที่หัวโค้งไม่สูงเกิน ระบบ Quattro จะสร้างสมดุลให้คุณขับเข้าโค้งได้ด้วยความมั่นใจและเร็วกว่ารถคันไหนๆที่เคยขับ จากการยึดเกาะที่เหนือกว่ารถขับสี่ราคาสองล้านแก่ๆ อย่าง Subaru WRX แต่ยังคงเป็นรองการยึดเกาะในระดับรถแข่งของ WRX STi ราคา 3.4 ล้าน อยู่นิดๆ อย่าลืมว่าราคาค่าตัวของ TT นั้นถูกกว่า WRX STi ถึง 200,000 บาท!  

เบาะสปอร์ตปรับไฟฟ้านั่งสบายคนตัวใหญ่รูปร่างอ้วนท้วนจะมีปัญหาแค่ตอนเข้าออกจากรถเท่านั้นจากความเตี้ยของเบาะที่ต่ำกว่า VW Glof 30 มิลลิเมตร สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศหน้าตาแปลกประหลาดแต่ทันสมัยคล้ายกับรถคันต้นแบบใช้งานได้ง่ายแต่ช่องแอร์ต้องใช้ความคุ้นเคยเล็กน้อยในการปรับทิศทางของลม แผงแดชบอร์ดไม่มีอะไรวุ่นวายออกแนวเรียบๆ เพราะ Audi ย้ายทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ที่จอมาตรวัดแล้วเรียกดูได้ด้วยสวิตช์เล็กๆ ที่พวงมาลัย คันเกียร์มีหัวเกียร์กลมๆ จับง่ายให้ความรู้สึกกระชับแตกต่างจากคันเกียร์ของรถคู่แข่งที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตได้ไม่มากเท่ากับ TT ระบบนำทางด้วยดาวเทียมหรือเนวิเกเตอร์มีลูกเล่นให้ใช้งานเพียบแต่ความคมชัดยังเป็นรองเนฯของ BMW 430i คนที่รักการขับแบบมอเตอร์สปอร์ตได้ลองแค่ครั้งเดียวก็จะติดใจแม้จะไม่ใช่ตัวโหดอย่าง TT S หรือ TT RS แต่ราคาที่ไม่แรงมากจนเกินไปทำให้เกิดอาการลังเลอยู่เหมือนกัน! 

สรุปว่ามันดีมั้ย ว่ากันตามเนื้อผ้า Audi TT 45 TFSI Quattro S-Line ราคา 3,199,000 บาท ถึงจะโดนตัดออฟชั่นบางอย่างเพื่อทำราคา มันก็ยังเป็นรถคูเป้ที่ขับได้มันมากคันหนึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง  BMW 430i M-Sport หรือ Mercedes Benz C250 Coupe AMG Dynamic ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขของราคาที่ถูกกว่า อัตราเร่งที่ดุเดือดมากกว่า อัดจาก 0-100 ได้เร็วกว่า แถมยังตัวเบามากกว่ารถคู่แข่งทั้งสองคัน สไตล์ เบา แรงและโหด รวมถึงตัวถังที่ออกมาในแนว อวบ อูม อ้วน ป้อม สั้น แถมเตี้ยทำให้มันมีเสน่ห์เฉพาะตัว

ส่วนล้อที่ให้มาแค่ 17 นิ้วกับยาง Continental รุ่น Contisportcontact 5 ไซส์ 225/50R17 สำหรับลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่ยังมองว่าเล็กเกินไปไม่เข้ากับรถแต่เมื่อได้ลองขับออกทางไกลไปเจอเข้ากับทางหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะทางขรุขระมีผิวไม่เรียบและอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม แก้มยางที่สูงกว่าปกติช่วยทำให้อาการกระด้างของช่วงล่างลดลง นั่งได้สบายขึ้นเยอะเมื่อขับทางไกลและเปรียบเทียบกับล้อขอบ 19 นิ้วที่หล่อเต็มแต่ก็ขับได้ยากกว่าและไม่สบายเท่า แน่ใจได้เลยว่าคนที่ซื้อไปจะต้องเปลี่ยนล้อใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน

TT 45 TFSI Quattro เป็นรถสปอร์ตคันเล็กที่เกือบจะสมบูรณ์แบบหากไม่มีรุ่นที่แรงกว่าอย่าง TTS หรือ RS เครื่องยนต์มีแรงบิดเหลือเฟือพร้อมซ่าได้ทุกเมื่อตามความต้องการ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกับเกียร์ฉลาดๆ และเฟืองทดกำลังที่ทำงานแบบรุดหน้าทำให้คุณสามารถออกตัวในโหมดสูงสุดได้โดยไม่มีอาการฟรีทิ้งหรือเป๋ปัด ทอร์คสเตียร์หรืออาการดึงที่พวงมาลัยตอนจัดเต็มก็ไม่ปรากฏ รวมถึงอาการรอรอบก็น้อยมากแทบไม่โผล่มาให้สัมผัส กำลัง 230 แรงม้ากับแรงบิด 370 นิวตันเมตร บนน้ำหนักตัว 1.3 ตัน จัดไปเท่าไหร่ก็ให้มาเท่านั้น แถมบางจังหวะจะโคนยังมีล้นเกินความต้องการอีกด้วย!! เบรคดีไม่ต้องเป็นกังวน เอาอยู่แม้จะหวดมาเต็มข้อขอแค่ไม่บ้ามากเป็นพอ การถ่ายเทน้ำหนักขณะเบรกหรืออยู่ในโค้งเหนือกว่ารถขับหน้าและขับหลังนิดๆ เนื่องจากทำตัวเป็นรถขับสี่! วิ่งท่ามกลางสายฝนกระหน่ำก็ยังทรงตัวดีสุดจากการสอดประสานของ Quattro ส่วนเรื่องศูนย์บริการก็ไม่ต้องเป็นกังวนว่าจะแย่ เนื่องจากตระกูลล่ำซำนั้นรับหน้าเสื่อเข้ามากำกับดูแลลงมือลงแรงด้วยตัวเองพร้อมมืออาชีพฝ่ายขายที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงระยะเวลาของประกันตัวรถที่ยาว 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตรก็น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ยังกล้าๆ กลัวๆ ได้บ้างไม่มากก็น้อย เป็นรถที่น่าใช้เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่จะได้รับแลกกับเงิน 3 ล้านนิดๆ ผมได้ขับแค่ 4 วันขอสารภาพตามตรงว่าไม่อยากจะคืนกันเลยทีเดียว. 

Audi TT Coupé Technical data
TT Coupé 45 TFSI quattro S line
แบบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซินดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC)
4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง
(direct injection) และ Turbocharge พร้อมระบบหล่อเย็นด้วยอากาศ
วาล์ว  4 วาล์วต่อสูบ 16 วาล์ว 
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,984 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 169 กิโลวัตต์ 230 แรงม้า) 4,500-6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร 1,600-4,300 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (quattro permanent all-wheel drive)
อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. 5.3 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม. / ชม.
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ ( Start/stop system) 
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้า Progressive steering
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก
น้ำหนักรถ 1,335 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ 305 ลิตร
ความจุถังเชื้อเพลิง 55 ลิตร
ล้อ อัลลอยขอบ 17 นิ้ว ขนาด 8J x 17 
ยาง Continental รุ่น Contisportcontact 5 ไซล์ 225/50R17W

มิติตัวถัง
ความกว้าง 1832 มิลลิเมตร
ความยาว 4177 มิลลิเมตร
ความสูง 1353 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2505 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหน้า 1572 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหลัง 1552 มิลลิเมตร

สีตัวถัง
Glacier white metallic (2Y2Y)
Floret silver metallic (L5L5)
Mythos black metallic (0E0E)
Nano grey metallic (G3G3)
Tango red metallic (Y1Y1)
Vegas yellow solid (L1L1)
Scuba blue metallic (S9S9)

ระบบความปลอดภัย
TT Coupé 45 TFSI
quattro S line
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า 
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Anti-slip regulation) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with
stabilization function)

เซ็นเซอร์หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด 
ชุดปฐมพยาบาล 
อุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 
ชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line 
ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบฉีดน้ำทำความสะอาด
(Headlight washer system)

ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED 
ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) 
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ไล่ฝ้า และพับไฟฟ้า

ความสะดวกสบาย
TT Coupé 45 TFSI quattro S line
เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต 
เบาะนั่งหุ้มหนัง สลับ Alcantara 
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 
ระบบปรับดันหลังเบาะนั่ง 4 ทิศทาง 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบดีลักซ์ 
พวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน แบบสปอร์ตท้ายตัด 
ฟังก์ชันควบคุมความเร็ว (Speed limiter) 
ระบบ Comfort key 
ระบบข้อมูลและความบันเทิง
จอแสดงผลข้อมูลแบบ Audi virtual cockpit 
ระบบเครื่องเสียง Audi sound system 
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 
ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch o
จอสีขนาด 12.3 นิ้ว 
รองรับ DVD, CD, MP3 และ SD card 
ช่องเชื่อมต่อ AUX-IN และ USB