วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไขดราม่าไม่ทอนเงิน จ่ายเงินปัดเศษ ทบบิลเดือนถัดไป ผิดกฎหมายหรือไม่

จากกรณีกำลังดราม่า อ้างเซเว่นฯ ไม่ทอนเงิน 50 สต. ชาวโซเชียลฯ แตก 2 ฝ่าย (คลิป) ที่ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ นำเสนอวานนี้ และกลายเป็นข้อถกเถียงของผู้คนในโซเชียลฯ เนื่องจากผู้ค้าไม่มีเงินทอนนั้น ล่าสุด วันนี้ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อขอความรู้ด้านข้อกฎหมายกับ อ.วันชัย สอนศิริ นักกฎหมายชื่อดัง เพื่อสอบถามว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวมีความผิดกฎหมายหรือไม่

อ.วันชัย กล่าวว่า ถ้าเขาซื้อสินค้าแล้วได้เงินทอน 50 สต. ก็เป็นสิ่งที่เขามีสิทธิ์ที่จะได้ แต่หากมีการเบียดบังเอาไป ก็ถือว่าเป็น “การยักยอกทรัพย์” โดยมีเจตนาที่จะไม่ถอนเงินก็ถือว่ามีเจตนายักยอกเงินก้อนนี้ไป

นักกฎหมายชื่อดัง อธิบายว่า เรื่องนี้ต้องดูที่เจตนาว่า ถ้าพนักงานขายได้แจ้งแล้วว่า “ไม่มีเงินทอน” จริงๆ มีการเสนอสิ่งตอบแทน เช่น ลูกอม หรือ มีการตกลงกันว่าไม่มีจริงๆ แล้วลูกค้ายินยอม แบบนี้สามารถทำได้ แต่ถ้าคุณไม่แจ้งอะไรเลย ทำเงียบๆ เฉยๆ ไปแบบนี้หากทำแบบนี้กับคนเป็นร้อยเป็นพันคนจะเป็นเงินเท่าไร... หากมีเจตนา เบี้ยวแล้วอมเงินไปเรื่อยๆ ก็จะมีความผิดต่างกรรมต่างวาระกันด้วย เพราะถือเป็นการยักยอกทรัพย์

“ในความเห็นของผม ผมเห็นว่าลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินทอน ไม่ว่าจะกี่สตางค์ก็ต้องทอนให้เขา ถ้าไม่มีต้องแจ้งให้เขาทราบ แล้วเสนอว่าคุณจะเอาเป็นสินค้าไหม เช่น ลูกอม 1 เม็ด หรือแจ้งเพื่อให้ลูกค้ายินยอมไม่เอาเงินทอน แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการตกลงกัน”

เมื่อถามว่า ปัจจุบันมีค่าอุปโภคบริโภค ที่มีส่วนต่างเช่น 30-40 สตางค์นั้น แล้วเราต้องจ่ายเกิน แบบนี้เข้าข่ายความผิดข้อใดหรือไม่ อ.วันชัย กล่าวว่า เราจ่ายเกินถือว่าไม่ผิด แต่การไม่ทอนเลยถือว่าผิด การให้แล้วไม่ต้องทอนนั้นเป็นสิทธิ์ของเรา หรือเป็นการตกลงร่วมกัน เช่น เหรียญ 10-20 สตางค์ หาไม่ได้ แบบนี้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าฝ่ายที่ต้องการเงินทอนแล้วคุณไม่ให้ แบบนี้คือมีความผิด

ทีมข่าวถามต่อว่า ความเป็นจริงเวลาเราไปจ่ายค่าอุปโภคบริโภคเหล่านี้ เราจะรู้สึกว่าเหมือนเป็นการปัดเศษเงินไป อ.วันชัย กล่าวว่า ไม่มีกฎหมายใดอนุญาตให้ปัดเศษ โดยหลักแล้วคือต้องตกลงกับเขาให้ชัดเจน เช่น เงิน 50 สตางค์นี้บริษัทไม่มีทอน คุณจะว่าอย่างไรคะ คือ ต้องมีการพูดคุยตกลงกันก่อน แต่ถ้าเพิกเฉยนี่มีความผิดถือว่าเจตนายักยอกทรัพย์

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังถามต่อไปว่า ปัจจุบันมีการจ่ายเงินผ่านตู้อัตโนมัติแล้วไม่มีเงินทอน แล้วเงินไปทบบิลหน้า แบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ อ.วันชัย อธิบายว่า ถ้าเป็นการตกลงร่วมกันแบบนี้ถือว่าทำได้ ต่างฝ่ายต่างยอมกันไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีการอมเงินกันแบบนี้มีความผิด ขณะที่พนักงานจะเอาเงินที่มากกว่าทอนให้ ลูกค้าจะไม่รับก็ได้ เพราะเขามีสิทธิ์ในเงินทอนของเขา

สำหรับความผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ผ่านมา เรามักจะเห็นว่าการทอนเงินหรือปัดเศษเงินเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางทีที่ยอมจ่ายก็เพื่อตัดปัญหา แต่กลับกลายเป็นช่องทางให้บางหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเอาเปรียบประชาชนได้ หาประชาชนท่านใดที่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้สามารถแชร์ข้อมูลหรือส่งต่อปัญหาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาได้