วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่วมขยายอีก3อ. ที่นครพนมสาวจมดับ ปักธงเตือนกาฬสินธุ์ มูล-ชีจ่อถึงเมืองอุบล

กาฬสินธุ์ยังทุกข์ระทม ลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นถึงจุดวิกฤติ เจ้าหน้าที่ต้องปักธงแดงเตือนภัยสั่งทุกหมู่บ้านเฝ้าระวังสถานการณ์นํ้า 24 ชม. เช่นเดียวกับนครพนม นํ้ายังไม่ลด หลังเจอฝนถล่มซ้ำ เตรียมขอเรือผลักดันน้ำเพิ่มอีก 12 ลำ ส่วนแม่น้ำมูลเอ่อท่วมชุมชนเทศบาลนคร-อุบลราชธานีและเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ด้านทหารขนของลงเรือและซาเล้งไปซับน้ำตาพี่น้องชาวสกลนครถึงบ้าน ภาคเหนืออ่วมไม่แพ้กัน ฝนถล่มน้ำฝั่งพม่าทะลักลงแม่เมยท่วมบ้านมอเกอร์ไทยกว่า 1 เมตร ส่วนที่เชียงรายดินสไลด์ทับถนน ขึ้นไปพระธาตุดอยตุง

น้ำท่วมหลายจังหวัดยังคงวิกฤติ แม้ว่าบางพื้นที่ระดับน้ำจะลดลงใกล้สภาวะปกติแล้ว แต่ชาวบ้านยังเดือดร้อน เนื่องจากบ้านเรือนถูกกระแสน้ำซัดบ้านพังเสียหายหมดทั้งหลัง ต้องอพยพหนีไปอาศัยอยู่ในที่ปลอดภัย และรอคอยความช่วยเหลือ

น้ำชีล้น-ปักธงแดงเตือนภัย

วันที่ 6 ส.ค. นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ เรียกหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์น้ำในลำน้ำชี ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า อบต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ หลังพบว่าระดับน้ำถึงจุดวิกฤติจนต้องปักธงแดงเตือนภัย ล่าสุด น้ำเพิ่มขึ้นจากวันที่ 5 ส.ค. ประมาณ 3 ซม. แต่เจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมได้ ส่วนอำเภอที่น่าเป็นห่วงคือฆ้องชัย และร่องคำ น้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะใน ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย ที่เป็นพื้นที่เสียงน้ำล้น จึงมอบหมายให้นายอำเภอแจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านจัดเวรยามเฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชม. สำหรับระดับน้ำในเขื่อนลำปาว วันนี้อยู่ที่ 1,711 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 86.42%

ขอเรือผลักดันน้ำเพิ่ม 12 ลำ

ที่ จ.นครพนม ลำน้ำสงคราม และลำน้ำอูน ยังอยู่ในสภาวะวิกฤติ ระดับน้ำสูง 11-12 เมตร เกินความจุไป 1 เมตร ทำให้น้ำเอ่อท่วมขังในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ ล่าสุดน้ำทรงตัว แม้กองทัพเรือได้ติดตั้งเรือผลักดันน้ำ 35 ลำ ที่สะพานลำน้ำสงคราม เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม จุดบรรจบลำน้ำอูนเพื่อเร่งระบายน้ำให้ลงน้ำโขงมากที่สุด แต่น้ำก็ยังทรงตัว เนื่องจากมีฝนตกลงมาอีก ทั้งนี้ จะขอเรือผลักดันน้ำเพิ่มอีก 12 ลำ มาติดตั้งบริเวณประตูลำน้ำอูน ส่วนพื้นที่แถบลุ่มน้ำก่ำ อ.นาแก อ.วังยาง อ.เรณูนคร และ อ.ธาตุพนม บางจุดน้ำเริ่มลดลง แต่บางหมู่บ้านน้ำยังท่วมอยู่ เนื่องจากมีมวลน้ำจากหนองหาร จ.สกลนคร ไหลมาสมทบอีกวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าต้องใช้เวลา 5-6 วัน ระดับน้ำในลำน้ำก่ำจะเริ่มลดลง

น้ำท่วมขยายพื้นที่อีก 3 อำเภอ

ล่าสุด จังหวัดนครพนม ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยเพิ่มอีก 3 อำเภอ รวม 10 อำเภอจากทั้งหมด 12 อำเภอ พื้นที่นาข้าวเสียหายกว่า 2 แสนไร่ ประชาชนเดือดร้อน 20,612 ครัวเรือน รวม 62,561 คน ถนนเสียหายกว่า 60 สาย ล่าสุด กระแสน้ำกัดเซาะคอสะพานเส้นทาง ต.นาคูณใหญ่ ไป อ.นาหว้า จนใช้สัญจรไม่ได้ ต้องปิดการจราจรชั่วคราว ขณะที่ ร.ต.ท.ปรีชา บัวสิงห์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.นาแก รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิตในคลองเลียบถนนสายบ้านนาคู่-บ้านพิมาน ต.ตาคู่ ทราบชื่อ น.ส.นภาพร ลำทอง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 บ้านเหล่าทุ่ง ต.สีชมพู อ.นาแก เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายปั่นจักรยานออกไปดูน้ำท่วมเมื่อ 3 วันก่อนแล้วหายตัวไป กระทั่งเจอศพขึ้นอืดอยู่ในคลอง

ขอทหารผลิตน้ำประปาสนาม

จ.ร้อยเอ็ด ศูนย์บัญชาเหตุการณ์อุทกภัยจังหวัด รายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ระดับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีน้ำล้นตลิ่งร้อยละ 83 ส่งผลกระทบเกิดน้ำท่วมใน อ.จังหาร อ.เชียงขวัญ อ.ธวัชบุรี อ.ทุ่งเขาหลวง อ.โพธิ์ชัย อ.เสลภูมิ อ.อาจสามารถ และ อ.พนมไพร ส่วนลำน้ำเสียวเพิ่มสูงขึ้นเข้าท่วม อ.ปทุมรัตต์ อ.จตุรพักตรพิมาน อ.เกษตรวิสัย อ.สุวรรณภูมิ อ.หนองฮี และ อ.โพนทราย ขณะที่นาย สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด ประสานงานให้ทหาร นพค.54 สนับสนุนรถผลิตน้ำประปาสนาม 1 คัน รถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร 1 คัน และรถบรรทุกขนาดเล็ก 1 คัน นำมาเป็นศูนย์ผลิตน้ำประปาและน้ำดื่มที่ ต.นางาม อ.เสลภูมิ เพื่อแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน

มวลน้ำมูล-น้ำชีจ่อถึงอุบลฯ

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี เผยว่า ปริมาณน้ำตามลำน้ำสาขาใน จ.อุบลราชธานี เช่น ลำน้ำเซบก ลำน้ำเซบาย ลำน้ำโดมใหญ่ ลำน้ำชี สามารถระบายลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงได้ คาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำในอำเภอที่มีพื้นที่ติดกับลำน้ำสาขาจะคลี่คลายลง ส่วนแม่น้ำมูลไหลผ่านตัวจังหวัด ระดับน้ำวันที่ 6 ส.ค. เวลา 11.00 น. ที่สถานี M7 สะพานเสรีประชาธิปไตยวัดได้ 112.67 ม.เพิ่มขึ้นจากวันที่ 5 ส.ค. 10 ซม. คาดว่ามวลน้ำจากแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลจากต้นน้ำจะไหลลงมาถึงจังหวัดอุบลราชธานีประมาณวันที่ 9 ส.ค. ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นที่ 112.90 ม.รทก. (บวก/ลบ 30 ซม.) ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ คือเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ ซึ่งอาศัยติดริมฝั่งแม่น้ำมูล

เขื่อนธาตุน้อยเร่งระบายน้ำ

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำชีที่เขื่อนธาตุน้อย ต.สหธาตุ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เป็นจุดรับมวลน้ำจาก จ.ยโสธร ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา น้ำเพิ่มสูงขึ้นถึง 30 ซม. น้ำสูงจนติดบานประตูระบายน้ำทั้ง 8 บานที่เปิดแขวนบานสูงสุดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบปี ขณะนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 117.60 ม.รทก. ล้นตลิ่ง 90 ซม. เหลืออีก 2-3 เมตร จะเข้าสู่จุดวิกฤติ ขณะนี้เขื่อนยังรองรับน้ำได้อีก 168 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ขณะเดียวกัน นายวงศ์พัทธ ณุราช หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา ที่ 2 โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลุ่มน้ำชีตอนล่าง และเซบายตอนล่าง สำนักชลประทานที่ 7 นำเจ้าหน้าที่ยกบานประตูระบายน้ำให้สูงขึ้นอีก 3 เมตรเพื่อช่วยเร่งระบายน้ำพร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่เหนือและท้ายเขื่อนเฝ้าระวังน้ำท่วม เนื่องจากคาดว่าน้ำชีจะเพิ่มขึ้นอีก 50 ซม.ต่อจากนี้

นำของลงเรือ–ซาเล้งแจกถึงที่

ที่ จ.สกลนคร พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผบ.มทบ.29 ค่ายกฤษณ์สีวะรา สั่งการให้กำลังพลนำสิ่งของที่มีผู้บริจาคนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย ในเขตเทศบาลนครสกลนคร โดยเฉพาะชุมชนหนองสนม ชุมชนรอบค่าย และหมู่บ้านอารีนา 1 และ 2 ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมมานานกว่า 1 สัปดาห์ แม้น้ำจะลดแล้ว แต่ชาวบ้านยังเดือดร้อน ทหารได้นำสิ่งของขึ้นรถซาเล้งเพื่อสะดวกในการขนส่ง สามารถเข้าถึงทุกตรอกซอกซอยไปให้ถึงที่ ส่วนหลายหมู่บ้านที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง เช่น ที่ ต.ศรีวิชัย ต.ขัวก่าย ต.ธาตุ อ.วานรนิวาส ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร และชุมชนธาตุดูม เขตเทศบาลนครสกลนคร ที่อยู่ใกล้กับหนองหาร น้ำยังสูงกว่า 1 เมตร ก็ให้นำส่งสิ่งของขนส่งทางเรือไปแจกจ่ายชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ในบ้าน

พ้อบ้านพังได้ค่าชดเชย 3 หมื่น

ส่วนที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ที่รับน้ำจากลำพังชู จ.มหาสารคาม ไหลท่วมนาข้าวบ้านเรือนประชาชนและถนนในหมู่บ้านได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านนายพงษ์ศักดิ์ และนางฐานิตา มาลาหอม สองผัวเมีย หมู่ 9 ต.พุทไธสง ถูกกระแสน้ำพัดบ้านพังเสียหายเกือบทั้งหลัง ต้องพาลูกไปอาศัยอยู่ที่บ้านญาติชั่วคราว นางฐานิตาเผยว่า กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากและไหลมาตอนกลางคืน ทำให้ขนย้ายข้าวของหนีไม่ทัน บ้านเรือนพังเสียหายเกือบหมดเหลือแต่โครง ค่าเสียหายประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้รับการชดเชยเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐมากน้อยขนาดไหน ทราบเบื้องต้นจาก อบต.ว่า ตามระเบียบ หากบ้านพังทั้งหลังจะได้แค่ 30,000 บาท คงไม่เพียงพอซ่อมแซมบ้านได้แน่นอน

คำชะโนดน้ำลด–อีก 5 วันเข้าได้

ด้านนายสมหวัง พ่วงบางโพ รอง ผวจ.อุดรธานี นำเจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมเกาะคำชะโนด วังนาคินทร์ดินแดนพญานาค ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง ตั้งแต่ทางเขาพบว่าแห้งหมดแล้ว ส่วนบริเวณศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าปทุมมา บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ต้นมะเดื่อยักษ์และต้นชะโนดยังถูกน้ำท่วมปริมาณน้ำสูงประมาณ 65 ซม. สภาพทั่วไปของต้นชะโนดและต้นไม้ภายในเกาะยังปกติไม่มีท่าทีว่าจะตาย แต่ที่ผิดปกติคือสะพานพญานาคทั้งสองตัวพบตัวสะพานพญานาคแตกแยกจากกันบริเวณสะพาน นายสมหวังกล่าวว่า ขณะนี้น้ำได้ลดลงมากแล้ว อีกไม่เกิน 5 วัน น้ำภายในเกาะจะลดถึงศาลปู่คำชะโนดอย่างแน่นอน หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปไหว้ปู่ศรีสุทโธได้

โคราชน้ำลด–เหลือแค่ 3 อำเภอ

นายสุเทพ รื่นถวิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า พื้นที่ผลกระทบที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 12 อำเภอ 75 ตำบล 758 หมู่บ้าน 14 ชุมชน ราษฎรประสบภัย 23,142 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 9 อำเภอ และยังมีน้ำท่วมขัง 3 อำเภอ คืออำเภอประทาย อำเภอโนนแดง และอำเภอเมืองยาง โดยอำเภอประทายมีแนวโน้มสถานการณ์เข้าสู่ปกติเหลือส่วนที่ติดลำน้ำสะแทดท่วมหมู่บ้านที่ลุ่มต่ำ แต่ระดับน้ำลดลงจากวันที่ 5 ส.ค. 20 ซม. อำเภอเมืองยาง แนวโน้มเริ่มลดลง เหลือ 2 ตำบล คือ ต.ละหานปลาค้าว และต.กระเบื้องนอก และอำเภอโนนแดง ระดับน้ำลดลงทุกตำบลเหลือพื้นที่นาบ้านหินตั้ง และบ้านหนองบัว ต.วังหิน ประมาณ 1,500 ไร่

ดินสไลด์ทับถนนพระธาตุดอยตุง

ส่วนภาคเหนือ จ.เชียงราย เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องครอบคลุมหลายอำเภอ ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาสูงไหลทะลักลงแม่น้ำสายพื้นที่กั้นพรมแดนไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 อ.แม่สาย ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ล่าสุดน้ำใต้สะพานสูง 3.39 เมตรจนล้นฝั่งทะลักเข้าท่วมถนนใต้สะพานสูง 30 ซม. หากสูงเกิน 4.5 เมตร จะเข้าท่วมชุมชนร้านค้าย่านธุรกิจ 2 ฝั่งไทย-เมียนมา เทศบาลเมืองแม่สาย และฝ่ายปกครองแม่สายออกประกาศเตือนประชาชนเฝ้าติดตามระดับน้ำ บ้านเรือนและร้านค้าที่อยู่บริเวณลุ่มต่ำเตรียมเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง และสั่งเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนถนนบนดอยทางขึ้นพระธาตุดอยตุง อ.แม่สาย เกิดฝนตกและดินสไลด์ทับเส้นทางเจ้าหน้าที่หมวดการทางแม่สายต้องขุดตักดินเปิดทางให้นักท่องเที่ยวขึ้นกราบไหว้พระธาตุดอยตุง

บ้านมอเกอร์ไทยจมกว่า 1 เมตร

ส่วนที่ อ.พบพระ จ.ตาก หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลทะลักลงแม่น้ำแม่กาล่า ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศเมียนมาไหลลงแม่น้ำเมยจนเอ่อท่วมบ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ สูงกว่า 1 เมตร สะพานมิตรภาพสองแผ่นดิน ใช้เดินข้ามไปมาระหว่างบ้านโซซิเมี่ยนของเมียนมากับบ้านมอเกอร์ไทยถูกตัดขาดใช้การไม่ได้ ขณะที่กาสิโนวาเล่ย์คอมเพล็กซ์ ฝั่งเมียนมา ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ต.วาเล่ย์ น้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ต้องปิดให้บริการชั่วคราว พนักงานต้องช่วยกันขนย้ายตู้สล็อตแมชชีนไปไว้ที่สูง หลังเกิดเหตุ ร.ท.เฉลิม บุญพรวงษ์ นายก อบต.วาเล่ย์ นำเจ้าหน้าที่ออกสำรวจให้ ความช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนพร้อมเตือนผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำเมยให้ย้ายสิ่งของไปที่ปลอดภัย เนื่องจากฝนยังไม่หยุดฝนตก

น้ำป่าไหลท่วมบ้าน–ทางหลวง

ที่ จ.เพชรบูรณ์ น้ำป่าไหลท่วมพื้นที่หมู่ 8 บ้านสะแกงาม หมู่ 12 บ้านเนินโก ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ ตั้งแต่คืนวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 40 หลังคาเรือน น้ำยังเอ่อท่วมถนนสายหล่มสัก-สระบุรี หมู่ 8 ต.บ้านโตก สูงถึง 15 ซม. ทำให้รถสัญจรไม่สะดวก ส่วนที่หมู่ 3 และหมู่ 7 ต.น้ำร้อน น้ำป่าจากเขาตะเบาะและเขาซำหมีไหลท่วมบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน หลังเกิดเหตุทหารจาก ม.พัน. 26 ค่ายพ่อขุนผาเมืองเข้าช่วยประชาชนเก็บข้าวของหนีน้ำ ขณะที่ น้ำป่าจากเทือกเขาบ่อไทยไหลท่วมทางหลวง 2275 (เพชรบูรณ์-วิเชียรบุรี) ช่วงสะพานคลองตาเป้าหมู่ 1 บ้านโคกเจริญ ต.บ่อไทย อ.หนองไผ่ สูง 20-30 ซม. รถสัญจรลำบาก

ถนนสายเอเชียจมน้ำครึ่งเมตร

ส่วนที่ จ.อุตรดิตถ์ นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมทางหลวงหมายเลข 11 หรือถนนสายเอเชีย (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์) ช่วงแยกไผ่ใหญ่ หมู่ 9 ต.หาดกรวด ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร นายประสงค์เผยว่า ฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และเกิดน้ำป่าไหลท่วมพื้นที่ ต.ป่าคาย อ.ทองแสนขัน ก่อนไหลลงมาท่วมถนนสายเอเชียบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำขวางทางน้ำที่จะไหลลงคลองจระเข้ น้ำสูง 40-50 ซม. รถเล็กต้องวิ่งเลนขวา และมีรถติดสะสมยาวเกือบ 3 กม. เนื่องจากเคลื่อนตัวได้ช้าและมีรถตกร่องน้ำจอดเสียหลายคัน

เร่งทำทางเบี่ยงทางลงเขาสก

ด้านนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา พร้อมด้วย ร.ท.สุนันท์ แสงภักดี นายทหารฝ่ายเตือนภัยทางอากาศ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบกที่ 4 พื้นที่ภาคใต้ และนายสมพล พรหมเจียม ผอ.แขวงทางหลวงพังงา ลงพื้นที่ตรวจถนนทางหลวง 401 ทางลงบนเขาสก บ้านท่าหัน หมู่ 2 ต.รมณีย์ อ.กะปง จ.พังงา รอยต่อ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ที่ถูกน้ำป่ากัดเซาะถนนยุบพังเสียหายเป็นบริเวณกว้างจนต้องปิดถนน นายภัคพงศ์เปิดเผยว่า จุดนี้ไม่สามารถนำสะพานแบรี่มาติดตั้งได้ และกำชับให้แขวงทางหลวงพังงาเปิดเส้นทางเบี่ยงเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรได้เร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำในส่วนของป้ายเตือนให้รถที่ต้องสัญจรในเส้นทางดังกล่าวเลี่ยงไปใช้ทางอื่น

สตูลน้ำลด–ถนนสัญจรได้แล้ว

ขณะที่นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผวจ.สตูล ลงพื้นที่ อ.ละงู ตรวจสอบน้ำท่วมพื้นที่ ต.น้ำผุด ล่าสุดน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องเกือบจะเข้าสู่ภาวะปกติ แล้ว ส่วนเส้นทางถนนสายน้ำตกวังสายทอง-วังสายธาร เชื่อมระหว่าง อ.ละงู-กับน้ำตกวังสายทอง บริเวณรอยต่อหมู่ 4 และหมู่ 10 ต.น้ำผุด ที่ถูกน้ำป่าซัดถนนขาดใช้การไม่ได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ซ่อมแซมจนสามารถใช้ได้ตามปกติแล้ว ส่วนน้ำในลำคลองฉลุงที่เอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มริมสองฝั่งคลองพื้นที่ อ.เมืองสตูล ล่าสุดสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผวจ.สตูลได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป เนื่องจากสภาพอากาศยังไว้ใจไม่ได้ อาจมีฝนตกได้ตลอดเวลา

กองทัพช่วย 10 จ.น้ำยังท่วม

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ทุกเหล่าทัพยังระดมความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์ใน 10 จังหวัด เช่น สกลนคร หนองคาย กาฬสินธุ์ นครพนม ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร และมหาสารคาม ทั้งนี้กองทัพระดมสนับสนุนส่วนราชการต่างๆในพื้นที่ ด้วยเครื่องมือช่าง เรือผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำและกำลังพล จัดทำกำแพงกันน้ำในพื้นที่ชุมชนและเปิดทางน้ำในพื้นที่เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง ขณะเดียวกันอากาศยาน C 130 และ ฮท.17 รวมทั้งยานพาหนะและเรือท้องแบนสนับสนุนการลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานและสิ่งของบรรเทาทุกข์ รวมทั้งเวชภัณฑ์และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับเชื่อมั่นว่าความร่วมมือและกำลังใจที่มีให้กัน ผ่าน “ประชารัฐร่วมใจ” จะทำให้เราทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติร่วมกัน

สงฆ์ 5 จ.ใต้ช่วยพี่น้องอีสาน

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย น้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานจำนวน 1 ล้านบาท ขณะที่พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) กรรมการ มส. เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) นำเครื่องอุปโภคบริโภคไปถวายวัดและประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ด้านคณะสงฆ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเครือข่ายพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) บริจาคช่วยเหลือวัดและผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ จ.สกลนคร จำนวน 30,000 บาท จ.นครพนม 34,000 บาท และ จ.อุบลราชธานี จำนวน 34,000 บาท