วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีนขยับ แนะโสมแดงทำตามมติยูเอ็น หยุดทดสอบนิวเคลียร์-ขีปนาวุธ

นายรี ยอง-โฮ รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือกับนาย หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน

นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีนเปิดเผยหลังหารือแบบทวิภาคีกับนายรี ยอง-โฮ รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือ นอกรอบการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) และการประชุมเวทีย่อยอื่นๆ ที่กรุงมะนิลา ของฟิลิปปินส์ เมื่อ 6 ส.ค. ระบุได้แจ้งนายรีว่าเกาหลีเหนือควรหยุดทดสอบ นิวเคลียร์และขีปนาวุธ ให้ปฏิบัติตามมติสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และอย่าทดสอบนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธเพิ่มอีกเพื่อจะไม่เป็นการยั่วยุประชาคมโลก แต่ไม่ระบุว่านายรีมีท่าทีตอบรับอย่างไรหรือไม่

นายหวัง อี้ ยังเรียกร้องสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ไม่ให้เพิ่มภาวะตึงเครียด สถานการณ์ถึงจุดวิกฤติแล้วแต่ยังพอมีช่องทางพูดคุยกันได้ ทั้งนี้ หลังหลายชั่วโมงก่อน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ลงมติอนุมัติมาตรการคว่ำบาตรเกาหลี เหนือรอบใหม่ ซึ่งนอกจากเพิ่มรายชื่อเจ้าหน้าที่เกาหลี เหนือที่ถูกห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์แล้ว ยังรวมทั้งสั่งห้ามนำเข้าหรือส่งออกถ่านหิน อาหารทะเล เหล็กและแร่เหล็ก ตะกั่วและแร่ตะกั่ว โดยจีนและรัสเซียที่ถูกมองว่าเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือโหวตสนับสนุน ซึ่งคาดกันว่าการคว่ำบาตรดังกล่าวจะทำให้เกาหลีเหนือสูญรายได้กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 33,000 ล้านบาท)

ขณะที่การประชุมเออาร์เอฟ แม้เหล่า รมว.ต่างประเทศอาเซียนกับจีนจะเห็นชอบในกรอบการทำงานเพื่อเจรจาร่างหลักการปฏิบัติ (code of conduct) เพื่อป้องกันปัญหาขัดแย้งในทะเลจีนใต้ซึ่งจีนอ้างครอบครองเกือบทั้งหมดแต่มีหลายชาติอ้างแย่งชิงพื้นที่ด้วย รวมทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และบรูไน แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องที่จะให้หลักปฏิบัติมีผลผูกมัดทางกฎหมาย ด้านเหล่านักวิจารณ์ เห็นว่าเป็นกลยุทธ์การซื้อเวลาของจีนเพื่อดำเนินการ เป้าหมายยุทธศาสตร์ในทะเลจีนใต้ให้เสร็จสิ้น

การประชุมเออาร์เอฟปีนี้ ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้คล้ายเวทีประชุมอาเซียนครั้ง ผ่านๆมา และต้องเลื่อนไปออกแถลงการณ์ร่วมใน 8 ส.ค.แทน นักการทูตที่ไม่เปิดเผยชื่อ 2 คน ระบุว่า เป็นเพราะมีความเห็นต่างกรณีเกาหลีเหนือ ซึ่งกัมพูชาไม่อยากให้ใส่ถ้อยคำประณามเกาหลีเหนือในแถลงการณ์ ซึ่งอาจได้รับการร้องขอจากจีน และอีกกรณี เวียดนามเน้นย้ำให้เอ่ยถึงการรุกคืบอ้างสิทธิ์และสร้างเกาะเทียมในทะเลจีนใต้ของจีน แต่เพื่อนสมาชิกอื่นๆไม่เห็นด้วยและต่างยอมรับว่าจีนคือคู่ค้าสำคัญของแต่ละชาติ จึงไม่อยากให้มีประเด็นอ่อนไหว.