วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราหูเข้า! สาวเจอแต่เรื่องร้าย พี่ชายไล่ชน-ตร.จับ-เมาขับเสยโรงพัก(คลิป)

สาวระยองเจอเรื่องราวร้ายๆ เริ่มจากถูกพี่ชายขับรถไล่นชนในปั๊ม ตัวเองคว้ามีดไล่ฟัน ต้องพัวพันเพราะไปชนรถคันอื่น มีคลิปยืนยัน พอมาเจอ ตร.แล้วเครียดไปด่า โดนจับข้อหาอาละวาด กับสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ สุดท้ายเลยขับชนบันไดโรงพัก...

 

เวลา 12.00 น. วันที่ 6 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจากห้องวิทยุ ว่ามีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้ารุ่นซิตี้ สีดำ ป้ายแดง หมายเลข ก 3974 ระยอง คนขับเป็นหญิง ขับรถชนบันไดโรงพักแล้วหนีออกถนนใหญ่ เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับอันตราย เพราะผู้คนขับมีอาการเครียดและเมา ขอให้สกัดจับด้วย

หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.ไพศาล วงศ์สุวรรณ รอง สวป.หัวหน้าตู้ยามทับมา ได้นำกำลังไล่ติดตามรถคันดังกล่าวไปตามถนนสาย 36 ไปทางชลบุรี ก่อนถึงสี่แยกทับมา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้ คนขับเป็นผู้หญิงชื่อ นางก้อย (นามสมมติ) อายุ 38 ปี อยู่หมู่บ้านระยองซิตี้ปาร์ค ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง อยู่ในอาการเมา สภาพหน้ารถกันชนหลุด ตรวจค้นในรถพบมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร พบขวดเบียร์ 1 ขวด เป็นขวดเปล่า จึงควบคุมตัวส่ง ร.ต.อ.หญิงกาญจนภัสส์ ปฐวีศรีสุธา รอง สว.สอบสวน โดยมีสามีวัย 50 ปี ตามมาให้ปากคำที่โรงพักด้วย

ท้ังนี้ สามีเล่าให้ฟังว่า ภรรยาตนมีอาการเครียดและเมา เนื่องจากเมื่อคืน 5 ส.ค. เวลา 22.00 น. ที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ ตรงข้ามวัดทับมา ได้ถูก นายวิชัย (ขอสงวนนามสกุล) พี่ชาย มาทำร้ายภายในปั๊มแล้วขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิค ไล่ชน ส่วนภรรยา ได้หยิบมีดดาบยาวที่พกมาในรถลงไปไล่ฟันรถยนต์ของพี่ชาย เหตุการณ์นี้แม้ว่าภรรยาจะไม่โดนชน แต่มีรถยนต์ในปั๊มโดนชนเสียหาย 2 คัน ก่อนที่พี่ชายจะขับรถหหลบหนีไป ต่อมาภรรยาได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองระยอง เพื่อแจ้งความในคดีถูกทำร้ายร่างกาย แต่มาถึงแล้วเกิดอาการเครียด จึงได้ด่าตำรวจเอะอะโวยวายลั่น และมายืนสูบบุหรี่ที่หน้าโรงพัก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเข้าห้องขังเพื่อให้สงบสติอารมณ์ แจ้งข้อหา สูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ และเมาสุรา

"พอตอนเช้าออกจากห้องขัง มาเสียค่าปรับเป็นเงิน 500 บาท และจะขับรถกลับบ้าน ได้ขับรถยนต์ชนบันไดทางขึ้น สภ.เมืองระยอง จนกันชนหน้ารถหลุดห้อย ก่อนจะถูกสกัดจับได้ ควบคุมตัวส่งโรงพักอีกครั้งเพื่อมาสงบสติอารมณ์ และกล่าวหาว่า ขับรถโดยประมาทหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้าน".