วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อดีตพระครูดังวัดที่สุราษฎร์ ลาสิกขาแล้วหลังถูก ตร.จับขับรถ-เสพยาบ้า

อดีตพระครูชื่อดังของวัดวิสุทธิชลาราม ลาสิกขาบทแล้ว หลังถูกจับขณะขับรถโดยมีการเสพยาบ้าคาด่าน ด้าน พสจ.สุราษฎร์ เร่งหารือประธานคณะสงฆ์หาทางป้องกัน ขณะที่ ตร.ชุดจับกุมแจงเหตุไม่ระบุชื่อ พระครู ในบันทึกจับกุม...

จากกรณี ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ตั้งด่านตรวจอาวุธและยาเสพติด บนถนนสายสุราษฎร์-นาสาร พื้นที่หมู่ 6 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง แล้วจับกุม นายอนุวัตร นนทแก้ว อายุ 37 ปี และทราบในเวลาต่อมาคือ พระครูปัญญาวิสุทธาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดวิสุทธิชลาราม อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ในข้อหา ขับรถในขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และข้อหาเสพสารเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า วันที่ 6 ส.ค. 2560 นายคุณัชญ์พงษ์ ทหารไทย ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ล่าสุดรับรายงานจากประธานคณะสงฆ์ จ.สุราษฎร์ธานี ทราบว่า นายอนุวัตร นนทแก้ว หรือ พระครูปัญญาวิสุทธาภรณ์ ได้ทำการลาสิกขาบท ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเช้าวันที่ 5 ที่ผ่านมา โดยในทางสงฆ์ถือว่าได้สิ้นสุดการเป็นพระลงแล้ว หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม

นายคุณัชญ์พงษ์ กล่าวอีกว่า หลังทราบเหตุการณ์ ได้มีการพบปะพูดคุยกับ พระเทพพิพัฒนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นประธานคณะสงฆ์ จ.สุราษฎร์ธานี ท่านยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก นายอนุวัตร เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาศาสนาเป็นอย่างมาก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนสำคัญให้คณะสงฆ์ จ.สุราษฎร์ธานี คำนึงถึงการปกครองดูแลวินัย และการปฏิบัติของสงฆ์ให้มากยิ่งขึ้น ส่วนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดวิสุทธิชลารามนั้น ให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าคณะอำเภอดอนสัก

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากลูกศิษย์คนใกล้ชิดของอดีตพระครูปัญญาวิสุทธาภรณ์ หรือ นายอนุวัตร ว่าหลังจากถูกจับกุม นายอนุวัตร มีอาการเครียดเป็นอย่างมาก และแจ้งกับลูกศิษย์ก่อนเข้าทำการลาสิกขาบทว่า ยอมรับในสิ่งที่ได้กระทำขึ้นมาและยอมลาสิกขาบทเพื่อไม่ให้ศาสนามัวหมอง โดยหลังจากลาสิกขาบท จะเดินทางไปอยู่ต่างจังหวัด และยืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการทางคดี

ด้าน ร.ต.อ.อาคม ศรีณวัฒน์ รอง สวป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี หัวหน้าด่านตรวจอาวุธและยาเสพติด และเป็นหัวหน้าชุดจับกุม กล่าวว่า กรณีโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุตั้งข้อสังเกตว่าขณะจับกุม ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งต้องระบุชั้นยศของพระ หากเป็นพระผู้ใหญ่นั้น ขณะเกิดเหตุ นายอนุวัตร ได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ แบบ 4 ประตู สีแดง หมายเลขทะเบียน กฉ1306 สุราษฎร์ธานี มาตามลำพัง เมื่อตำรวจเรียกตรวจสอบก็ยินยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี แต่สังเกตพบว่ามีอาการคล้ายเมาสุรา จึงทำการตรวจปัสสาวะ ซึ่งนายอนุวัตรก็ยินยอม และมอบเอกสารประจำตัวบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งในบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อ พระครูอนุวัตร นนทแก้ว ตนจึงได้สอบถามว่าเหตุใดจึงแต่งกายด้วยชุดฆราวาส ซึ่งนายอนุวัตร แจ้งว่า เคยบวชเป็นพระจริง และเพิ่งลาสิกขาออกมา เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ และเมื่อผลตรวจออกมาเป็นสีม่วง นายอนุวัตร ยังได้ร้องขอให้ใช้คำนำหน้านามว่า นาย ซึ่งทางตำรวจไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร และไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องสืบสวนให้ทราบว่า นายอนุวัตรเป็นพระภิกษุจริงหรือไม่ ยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับบรรยากาศที่วัดวิสุทธิชลาราม เป็นไปอย่างเงียบเหงา บรรดาพระเณร ต่างปิดปากเงียบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังมีญาติโยมและผู้ที่เลื่อมใส เดินทางมาติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ต่างพากันตกใจ และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา นายอนุวัตร ปฏิบัติตัวเป็นพระสงฆ์ที่อยู่ในวินัย และเป็นพระนักพัฒนา และเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถ.