บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมฆเหนือกรีนแลนด์หาย น้ำแข็งละลายเร็ว ทะเลสูงขึ้น 70 ซม.ปลายศตวรรษนี้

ผลการศึกษาของนายซาเวียร์ เฟทท์ไวส์ นักอุตุนิยมวิทยาเบลเยียม พบว่า น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลายเร็วกว่าปกติ เพราะไม่มีก้อนเมฆปกคลุมบริเวณเหนือกรีนแลนด์ จะส่งผลให้ระดับน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 70 เซนติเมตรช่วงปลายศตวรรษนี้..

นายซาเวียร์ เฟทท์ไวซ์ ผู้วิจัยด้านสภาพอากาศของมหาวิทยาลัย ลิเอจย์ ประเทศเบลเยียม ได้ทำการศึกษาก้อนน้ำแข็งของกรีนแลนด์ บริเวณขั้วโลกเหนือ มาเป็นเวลากว่า 11 ปี รวมทั้งผลกระทบต่อสภาพอากาศจากภาวะโลกร้อน ทั้งนี้ นักวิจัยผู้นี้ยังเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการพยากรณ์อากาศที่กำลังใช้อยู่ทั่วโลก คณะผู้เชี่ยวชาญระหว่างรัฐว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาอากาศ Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC ก็ใช้โปรแกรมนี้ด้วยเช่นกัน

การศึกษาดังกล่าว “เป็นโมเดลจำลองสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิ กระแสลม และพายุหิมะ หรือเรียกได้ว่า ตรวจจับทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนพื้นก้อนน้ำแข็ง โมเดลนี้จะจัดเก็บภาวะอากาศในอดีต และสังเกตความเปลี่ยนแปลงว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์หรือไม่" นักอุตุนิยมวิทยาของมหาวิทยาลัยลิเอจย์ ระบุ

โมเดลจำลองสภาพอากาศนี้ถูกใช้อ้างอิงในหมู่นักวิทยาศาสตร์ จากการประเมินของเขา พบว่าระดับน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มขึ้นถึง 60-70 เซนติเมตรในปลายศตวรรษนี้ หรือสูงกว่าที่ประเมินไว้ในปัจจุบันถึง 3 เท่าตัว "ขณะนี้ บริเวณกรีนแลนด์เป็นพื้นที่สำคัญที่ส่งผลให้ระดับน้ำในทะเลสูงขึ้น และถ้าการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันเป็นไปตามนั้นจริง ก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง" นายซาเวียร์ เฟทท์ไวส์ กล่าว

ในแต่ละปี ก้อนน้ำแข็งหลอมละลายลงมหาสมุทรมีปริมาณสูงถึง 20 เท่าของน้ำดื่มในสหภาพยุโรป การละลายของแผ่นน้ำแข็งเร็วขึ้น สืบเนื่องมาจากก้อนเมฆที่ปกคลุมกรีนแลนด์หายไป "จนถึงขณะนี้ เราคิดกันว่าการละลายของก้อนน้ำแข็งแถบกรีนแลนด์เป็นผลมาจากปฏิกิริยาเรือนกระจกเป็นหลัก แต่การศึกษาของผมพบว่า ปฏิกิริยาก้อนเมฆทำหน้าที่เสมือนร่มคือสาเหตุหลัก ซึ่งก้อนเมฆคือคำอธิบายถึงการหลอมละลายของแผ่นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว" นักอุตุนิยมวิทยา กล่าว

อาจจะกล่าวได้ว่า ก้อนเมฆช่วยบดบังแสงแดด และทำหน้าที่เหมือนกับเป็นร่ม หากไม่มีก้อนเมฆก็จะทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น และก้อนน้ำแข็งละลายเร็วขึ้นกว่าปกติ บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างพากันคิดว่า เมื่อก้อนเมฆปกคลุม จะส่งผลสำคัญก่อให้เกิดปฏิกิริยาก๊าซเรือนกระจกที่ปิดกั้นรังสีที่เกิดจากผิวโลกไม่ให้หลุดออกไป มากกว่าการทำหน้าที่เป็นร่ม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม ทั้งนี้ ในระยะยาวระดับน้ำในมหาสมุทรอาจจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 7 เมตร ในอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้า