วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตลาดนัดประชารัฐ รุกชายแดน CLMV

อภิรดี ตันตราภรณ์


รู้กันหรือยัง? “จังหวัดบึงกาฬ” ...มีพื้นที่ติดกับ สปป.ลาว จะทำโครงการจัดตั้ง “ตลาดประชารัฐไทย–ลาว” ณ ลานริมโขง ถนนข้าวเม่า ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เปิดทำการซื้อขายทุกวันอังคารและวันศุกร์

ฝั่งไทยมีจำนวนผู้ขาย 227 ราย และผู้ขายจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว 20 ราย คาดกันว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายเดือนละ 4-5 ล้านบาท ...ตกปีละ 48-60 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังจะผลักดันการค้าขายผ่านจุดผ่านแดนถาวรอีก 1 จุด ที่บ้านพันลำ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอบึงกาฬ ตรงข้ามเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ เปิดทำการทุกวัน และจุดผ่อนปรน 2 จุด คือ บ้านหวังคาด ตำบลปากคาด อำเภอบึงกาฬ และบ้านบุ่งคล้า ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า


มูลค่าการซื้อขายรวมปีละราวๆ 3,500 ล้านบาท

สินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำมันดีเซล ปูนซีเมนต์ รถกระบะ รถเก๋ง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้านำเข้า พลังงานไฟฟ้า ไม้แปรรูป ชาผง มันสำปะหลัง


ลัดเลาะตะเข็บชายแดนมาที่...จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ คือ สปป.ลาว และกัมพูชา ด้าน สปป.ลาว มีด่านพรมแดนถาวร 2 ด่าน คือ ด่านพรมแดนช่องเม็ก อำเภอสิรินธร และ ด่านพรมแดนปากแซง อำเภอนาตาล มีจุดผ่อนปรน 4 จุด ได้แก่

1.หน้าที่ทำการเทศบาลตำบลเขมราฐ 2.บ้านสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร 3.บ้านด่านเก่า ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม 4.ช่องตาล บ้านหนองแซง ตำบลโพนงาม อำเภอบุณฑริก

ด้านที่ติดต่อกับกัมพูชา คือ จุดผ่อนปรนช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน สินค้าที่ส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ของใช้ประจำวัน ยานพาหนะ วัสดุก่อสร้าง สินค้าที่นำเข้า สินค้าเกษตรกรรม พลังงานไฟฟ้า สินค้าเบ็ดเตล็ด สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มูลค่าการซื้อขายปีละ 1,230-1,600 ล้านบาท

มุ่งหวังกันว่าจะจัดตั้ง “ตลาดประชารัฐไทย–ลาว” ขึ้นเหมือนกันที่ตลาดกลางผักและผลไม้ บริษัท อุบลเจริญศรี (สาขาวารินชำราบ) จำกัด บนพื้นที่ 45 ไร่ จำนวน 520 แผง ลานจอดรถ 1,500-2,000 คัน ซื้อขายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง จำนวนผู้ซื้อ 2,000 รายต่อวัน จำนวนผู้ขาย 800 รายต่อวัน

ปริมาณการซื้อขาย 5,000,000 บาทต่อวัน...เดือนละ 150 ล้านบาท...ปีละ 1,800 ล้านบาท สินค้าหลักๆจะเป็นผัก...ผลไม้ตามฤดูกาล

สำหรับ...จังหวัดมุกดาหาร อีกจังหวัดทำเลทองที่มีศักยภาพ เพราะมีสะพานมิตรภาพ 2 เชื่อมระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยใช้เส้นทางเชื่อมต่อไปยังเวียดนามตอนใต้

โครงการตลาดประชารัฐไทย-ลาว จะเกิดขึ้นที่บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทยลาว จำหน่ายทุกวันศุกร์ จำนวน 161 แผง คาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายระหว่าง 20-30 ล้านบาทต่อปี สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นผ้าทอมือ เครื่องเฟอร์นิเจอร์ สินค้าเกษตรพื้นเมือง


ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกันมากนัก “จังหวัดอำนาจเจริญ” ที่มีพื้นที่ติดต่อกับ สปป.ลาว ระหว่างอำเภอชานุมาน และเมืองไซภูทอง เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต มีจุดผ่อนปรน 1 แห่ง คือ จุดผ่อนปรนยักษ์คุ มีด่านประเพณีจำนวน 6 แห่ง มีมูลค่าการซื้อขายปีละอย่างน้อยๆก็เกือบ 60 ล้านบาท

อีกทำเลทองตลาดการค้าชายแดนกลุ่มประเทศ CLMV ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือ “จังหวัดหนองคาย” ได้ผลักดันให้มีการจัดตั้ง
โครงการตลาดนัดประชารัฐไทย-ลาว ที่จุดผ่อนปรนบ้านเปงจานอำเภอรัตนวาปี ตรงข้ามกับด่านประเพณีเมืองท่าพระบาท แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว

ตลาดเปิดทำการซื้อขายสัปดาห์ละ 1 วัน คือ “วันอาทิตย์”...มีแผงค้า 262 แผง มีมูลค่าการค้าซื้อขายวันละไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท ตกปีละราวๆ 30 ล้านบาท

สินค้าที่ทำการส่งออก ได้แก่ สินค้าเกษตร อาหาร สินค้าอุปโภค...บริโภค ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้าจาก สปป.ลาว จะเป็นเครื่องจักสาน อาหารพื้นบ้าน สัตว์น้ำตามฤดูกาล

ที่น่าสนใจ...ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่จะเชื่อมโยงกันได้ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ รอยพระพุทธบาท ณ วัดพระพุทธบาทนาหงส์ วัดพระบาทโพนสัน หาดบ้านโพนแพง แพพันไร่ เป็นต้น

นี่คือความเคลื่อนไหวสำหรับจังหวัดติดชายแดนที่ต้องจับตา หน่วยงานรัฐกำลังเร่งผลักดันให้เงินสะพัด เกิดการค้าการขายกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เฉพาะจังหวัดที่ยกตัวอย่างข้างต้น ในจังหวัดที่ติดชายแดนอื่นๆก็จะมีการสำรวจตลาดเพื่อผลักดันเปิดตลาดประชารัฐต่อไป

เพื่อให้ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านข้ามฝั่งเข้ามาซื้อสินค้าได้โดยสะดวก เช่น ตลาดแถวด่านแม่สอด จ.ตาก ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว

เพิ่มศักยภาพด้วยแผนจัดงานส่งเสริมการค้าชายแดนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2560 จัดแสดง...จำหน่ายสินค้า การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ประชุมลดปัญหาอุปสรรคทางการค้า เพื่อให้การค้ามีความสะดวกรวดเร็ว เชื่อมสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานี นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ

“แผนการผลักดันตลาดประชารัฐในรูปแบบนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกร ประชาชน ผู้ผลิตสินค้าชุมชนในพื้นที่มีสถานที่จำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงการค้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ดึงให้เข้ามาซื้อสินค้าในตลาดฝั่งไทย และยิ่งเป็นตลาดที่ติดกับด่านชายแดน ก็จะช่วยทำให้การค้ามีความคึกคักได้มากขึ้น”


อภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกอีกว่า การค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่า 530,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.10% แยกเป็นการส่งออกมูลค่า 330,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.76% ถือว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 199,978 ล้านบาท ลดลง 1.80% โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 130,852 ล้านบาท

ตอกย้ำ “ตลาดประชารัฐ”...ตามแนวชายแดน CLMV กระทรวงฯได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดที่อยู่ในจังหวัดติดชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย และกรมการค้าภายใน ทำการสำรวจตลาดในพื้นที่ เพื่อผลักดันเป็นตลาดประชารัฐ

เป้าหมายสำคัญก็คือ...ดึงคนของประเทศเพื่อนบ้านข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าไทย เพื่อขยายมูลค่าการค้าชายแดน


ความเชื่อมโยงสำคัญนอกจากผลักดันการค้าขาย การส่งออกแล้วเรายังจะขยายการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด โดยเริ่มนับหนึ่งด้วยการเร่งผลักดันให้จังหวัดที่ติดชายแดนที่มีจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรน และด่านการค้าประเพณี โดยเฉพาะแนวชายแดน สปป.ลาว และกัมพูชา

ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้มีการทำการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น

“นอกจากจะขยายการค้า...ผลักดันส่งออกนำเข้า กระตุ้นการค้าขาย...ดึงให้ประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อสินค้าแล้วยังจะเชื่อมโยงไปถึงการท่องเที่ยวระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น”

ช่องทางทำกินเกิดขึ้นแล้ว ศึกษาลู่ทางกันให้ดีๆ อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆหลุดลอยไป.