วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.สับ ส.ว.เลือกกันเองไม่สง่างาม 'พลังชล' ชี้ต้องตอบโจทย์ ปชต.

"อำนวย" มองแนวคิดสรรหา ส.ว.โดยให้เลือกกันเอง ไม่สง่างาม แนะควรเลือกตั้ง ป้องกำหนดตัวบุคคลล่วงหน้า ด้าน "พลังชล" ชี้ ส.ว.ต้องตอบโจทย์ประชาธิปไตย ได้รับการยอมรับจาก ปชช.

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 60 นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่จะคัดเลือกจากกลุ่มสาขาอาชีพ ว่า การสรรหา ส.ว.โดยให้กลุ่มสาขาอาชีพเลือกกันเอง ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน จึงไม่มีความสง่างามในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเข้าไปทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกับ ส.ส. การทำงานอาจมีความเห็นไม่ตรงกัน เพราะไม่มีความใกล้ชิดประชาชนเหมือนกับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง คนที่มาจากการเลือกตั้งเขาจะรู้ปัญหาของประชาชน และรู้ว่าวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้นว่าจะเป็นอย่างไร ต่างจากพวกที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามา ตนมองว่าทางที่ดีเราควรหันกลับไปใช้วิธีการคัดเลือก ส.ว.จากการเลือกตั้ง กำหนดไปเลยว่าจังหวัดใดควรได้ ส.ว.เท่าไรตามจำนวนประชากร แล้วกำหนดคุณสมบัติให้ผู้ที่จะลงเลือกตั้ง ส.ว.ต้องมาจากกลุ่มอาชีพที่วางไว้ 20 กลุ่ม แล้วให้ประชาชนเลือกตั้งว่าจะให้ใครเป็นตัวแทน ส.ว.ของจังหวัดนั้นๆ จะทำให้ได้ ส.ว.ที่หลากหลายจากทุกกลุ่มอาชีพ ดีกว่าการให้กลุ่มอาชีพเขาเลือกกันเอง เพราะถ้าเลือกกันเองก็จะกำหนดบุคคลล่วงหน้าได้ 

นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า การคัดเลือก ส.ว.ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรก ที่ คสช.จะคัดเลือก ส.ว. จำนวน 200 คน และคัดเลือกจากรายชื่อที่ให้ตัวแทนกลุ่มอาชีพเลือกกันเองอีก 200 คน เหลือ 50 คน เพื่อให้รวมเป็น 250 คนนั้น เมื่อข้อกำหนดเป็นเช่นนี้แล้ว การคัดเลือก ส.ว.จากกลุ่มสาขาอาชีพ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้องเลือกให้ได้ตัวแทนจากกลุ่มสาขาอาชีพอย่างแท้จริง เพราะเมื่อ คสช.เลือกเหลือ 50 คนแล้ว กลุ่มคนเหล่านี้จะได้เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน เพราะงานของ ส.ว.ต้องพิจารณากฎหมาย หากไม่รู้ความต้องการของประชาชนแล้ว จะทำหน้าที่แทนประชาชนได้อย่างไร ทำหน้าที่ไปแล้วจะได้การยอมรับได้อย่างไร ที่สำคัญ ส.ว.ช่วงเปลี่ยนผ่านยังมีส่วนในการคัดเลือกนายกฯ ด้วย จึงต้องทำให้ได้รับการยอมรับจากประชาชนมากที่สุด ไม่เช่นนั้นจะตอบหลักเกณฑ์ประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนเป็นผู้เลือกนายกฯ ไม่ได้