วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กฎหมู่กับกฎหมาย

โดย สหบาท

ถ้าปล่อยกฎหมายพ่าย “กฎหมู่” แล้วสังคมจะอยู่ได้อย่างไรคดีสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 พิจารณายืดเยื้อกันเกือบ 9 ปี

ในที่สุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มี “คำพิพากษายกฟ้อง” นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

คำวินิจฉัยถึงเหตุผลที่พิพากษายกฟ้องสรุปประเด็นว่า

เหตุการณ์ช่วงเช้าของวันที่ 7 ต.ค.2551 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันสั่งการให้เปิดทางเข้ารัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีเข้าไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 176

ผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมประตูทางเข้าออกรัฐสภาไว้ทุกด้าน ถือเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ มิได้เป็นการชุมนุมที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

เจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนรักษาความสงบ (กรกฎ/48) ใช้มาตรการควบคุมฝูงชนจาก เบาไปหาหนัก เท่าที่สามารถทำได้ในสถานการณ์ขณะนั้น

กลุ่มผู้ชุมนุมกลับปิดล้อมรัฐสภาเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภา เจ้าหน้าที่รัฐสภา ไม่สามารถออกมาได้ มีการปลุกระดมจะบุกเข้าไปข้างใน จึงไม่ใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตา

สถานการณ์เช่นนั้นศาลเห็นว่าเป็นการยากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรู้ว่าแก๊สน้ำตาจะเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ข้อเท็จจริงจากทางนำสืบยังฟังไม่ได้ด้วยว่าจำเลย มีเจตนาพิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำร้ายผู้ชุมนุมให้ได้รับอันตรายแก่กายและเสียชีวิต

คำพิพากษาของแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถือว่าครบถ้วนทุกประเด็นในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เป็นที่ยุติเพื่อสามารถนำไปยึดถือปฏิบัติในอนาคต

สู่บรรทัดฐานการทำงานของตำรวจเวลาเผชิญเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง.

สหบาท