วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

20 ปี แห่งการปฏิรูป : ผ่าแผนยุทธศาสตร์กำหนดอนาคตประเทศ

จากมุมมองของคนในรัฐบาลที่มองภาพการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ การทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศในเชิงบวกมาตลอด จนถึงขั้นมั่นใจชูสโลแกนการขับเคลื่อนประเทศว่า “สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

และพยายามผลักดันเพื่อให้สังคมตื่นตัว แต่สังคมยังไม่ขานรับเสียงแห่งการปฏิรูปของรัฐบาล จังหวะเวลาที่เหลือของรัฐบาลนับจากนี้ไปจะทำอย่างไรให้การขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย

“ทีมการเมือง” เฝ้าติดตามมาจนถึงนาทีนี้ ผ่านการบอกกล่าวของ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

โดยมองถึง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งกำหนดให้ยุทธศาสตร์ชาติต้องคำนึงถึงเป้าหมายการปฏิรูปประเทศ

อย่างน้อยต้องประกอบด้วยวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ เป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว กำหนดระยะเวลาที่ต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ตัวชี้วัด อย่างน้อยต้องมีเป้าหมายในด้านความมั่นคงของประเทศ ด้านคุณภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน และบทบาทของรัฐที่มีต่อประชาชน

กำหนดกรอบในการจัดทำต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ชาติ ความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล และเป้าหมายการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

“ครม.-หน่วยงานของรัฐ” มีหน้าที่ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ โดยการกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจัดให้มีการทบทวนทุก 5 ปี หรือกรณีสถานการณ์โลกหรือประเทศเปลี่ยนแปลงไป กรรมการยุทธศาสตร์แต่ละด้านต้องจัดทำแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ เสนอให้ ครม.เห็นชอบก่อนประกาศใช้ ครม.ต้องกำหนดหลักเกณฑ์การติดตาม การตรวจสอบ การประเมินผล ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามคำแนะนำ ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เมื่อมีมติแล้วให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้พักราชการ พักงาน ให้ออกจากราชการ ออกจากงานไว้ก่อน หรือให้พ้นจากตำแหน่งต่อไป

ที่สำคัญต้องกำหนดกลไก เปิดให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำและกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมสร้างความรับรู้ ความเข้าใจไปด้วย

เฉกเช่นเดียวกับการทำแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน ต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีองค์ประกอบอย่างน้อยต้องมีผลอันพึงประสงค์ในแต่ละด้านที่จะดำเนินการปฏิรูปประเทศ กำหนดระยะเวลาที่ต้องดำเนินการ ตัวชี้วัดผลการดำเนินการ หน่วยงานหรือบุคคลที่รับผิดชอบ งบประมาณ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังว่าจะบรรลุภายในระยะเวลา การเสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็นในการปฏิรูปประเทศ

หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมความพร้อมและกลไกรองรับภารกิจตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ขณะนี้รอการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้าน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อเดินหน้าพัฒนาประเทศไปให้ถึงเป้าหมาย

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านจะมีอิสระ แต่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ ป.ย.ป.ยังมีหน้าที่อยู่เป็นตัวเชื่อมปฏิรูปต่างๆเหล่านี้ และคณะกรรมการแต่ละชุดที่ตั้งขึ้นมาตามกฎหมายทั้งสองฉบับจะต้องทำงานเป็นรูปเป็นร่างคงได้เห็นในช่วง เม.ย.2561

รัฐบาลชุดนี้มีพันธกิจเดินหน้าปฏิรูปประเทศจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ทำงานคู่ขนานกันไป ทั้งหมดจะไปบอกว่าเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีและ ป.ย.ป.ไม่เกี่ยวคงไม่ใช่ ป.ย.ป.ยังอยู่ต่อไปเพื่อติดตามและขับเคลื่อน ที่สำคัญมันยังมีองค์ประกอบเรื่องปรองดองอีก

ฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาประเทศ

โลกในศตวรรษ 21 มันจะไม่เหมือนเดิม วันนี้เราเหมือนอยู่ในดักแด้ไหมทอง อึดอัด กลัวในสิ่งที่ยังมองไม่เห็น แต่เรากำลังจะเปลี่ยนเป็นผีเสื้อในศตวรรษ 21 โดยเปลี่ยนในด้านวัฒนธรรมการดำรงอยู่ วัฒนธรรมการทำงาน การเรียนรู้และวัฒนธรรมการ
ทำธุรกิจ

เดิมมนุษย์เป็นคนสร้างเทคโนโลยี แต่วันนี้เทคโนโลยีจะมาครอบเรา มาเปลี่ยนวิถีของเรา

วันนี้สิงคโปร์ออกหนังสือ “สิงคโปร์ 2065” เพื่อวางยุทธศาสตร์ชาติใน 40-50 ปี โฉมหน้าประเทศของเขาจะเป็นอย่างไร ขอให้ดูประเทศเพื่อนบ้านเป็นตัวอย่าง ไม่เช่นนั้นจะตีตราว่าเราต้องการสืบทอดอำนาจ

เดิมการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเหมือนบันไดลิง ประสบเจอปัญหา เช่น เกิดการคอร์รัปชัน บันไดลิงก็ล้มก็ต้องพาดใหม่

แต่โมเดลยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเปรียบเหมือนท่อ วางไปเลยว่าทิศทางของประเทศไปทางไหน รัฐบาลเหมือนงูที่อยู่ในท่อ มีอิสระกำหนดนโยบายของรัฐบาล ตราบใดที่อยู่ในอุโมงค์นี้ ซึ่งไม่กว้างไปจนทำอะไรก็ได้ และไม่ตีกรอบแคบจนอึดอัด ทำอะไรก็ไม่ได้

ก่อนที่จะเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเทศไทยยังมีเรื่อง “ซ่อม เสริม สร้าง” อีกเยอะ เป็นที่มาของการปฏิรูปด้านต่างๆ ต้องยอมรับว่าบ้านเราไม่ปกติ ต้องปะผุกันก่อน ไทยแลนด์ 4.0 มีความจำเป็นเพื่อให้สังคมเห็นเป้าหมายร่วมกันก่อน ไม่ใช่ทำจบได้ภายในวันเดียว

ต่อไปไทยแลนด์ 4.0 ก็เชื่อมกับยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศไปพร้อมๆกัน

พอเราพูดแบบนี้ก็ต้องถามว่าจะเดินไปได้อย่างไรหากยังมีความขัดแย้งในสังคมอยู่ ป.ย.ป.จึงต้องเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นปรองดอง เพื่อให้เกิดพื้นที่ร่วม ประชาชนมีความรู้สึกในพื้นที่เดียวกัน 4.0 คือเป้าหมายร่วม ถ้าไม่มีพื้นที่ร่วมและเป้าหมายร่วมก็จะกลายเป็นความเพ้อฝัน

รัฐบาลมีเวลาประมาณ 1 ปี จะจัดลำดับความสำคัญในสิ่งที่จะต้องทำ คือ 1.ซ่อมระบบราชการ ถ้าไม่เริ่มปฏิรูประบบราชการ จะเดินหน้าปฏิรูปด้านอื่นๆได้หรือไม่ มันยากมาก 2.เสริมระบบความคิดของคนไทยรับศตวรรษที่ 21 และ 3.สร้างนวัตกรรมใหม่ๆที่ไม่ใช้ระบบภาครัฐ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ 4.0

“ผมกลัวประชาชนเบื่อการปฏิรูป จะต้องทำอย่างไรให้เป็นรูปธรรม จับต้องได้

ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มและคำนึงถึงความต่อต้านจากผู้เสียประโยชน์ด้วย

เราเอาปัญหาง่ายๆ 10 เรื่องออกมาก่อน เน้นปรับปรุงยกระดับความโปร่งใส

ให้เอกชนบอกโจทย์ชี้เป้าและรัฐมนตรีเป็นผู้ขับเคลื่อน”

โดยนายกรัฐมนตรีเตรียมจะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเปลี่ยนผ่านสู่ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปกฎหมาย การให้บริการภาครัฐต่อประชาชน ปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้ความซ้ำซ้อนในการทำงานมันหายไป ทำอย่างไรให้กำลังพลภาครัฐเหมาะสม ทำอย่างไรให้ภาครัฐตั้งง่ายยุบง่าย งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง

จะเข้าไปปลดล็อก 10 หน่วยงานใน 10 เรื่องสำคัญเร่งด่วนก่อน จากทั้งหมดที่มีหน่วยงานของรัฐนับ 100 หน่วย เริ่มจากการปรับปรุงประสิทธิภาพหน่วยงานบริการภาครัฐ

ประกอบด้วยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กรมวิชาการเกษตร กรมศุลกากร กรมทรัพย์สินทางปัญญา

กรมที่ดิน กรมการจัดหางาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

ทั้งหมดจะมีความคืบหน้าระดับหนึ่งภายใน 6 เดือนนี้

โดยจำเป็นจะต้องอาศัยกลไกประชารัฐ ซึ่งได้ทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่ภาคเอกชนระดับเคยเป็นซีอีโอในองค์กรใหญ่ๆ นักวิชาการ นักกฎหมาย เข้ามา เพื่อให้มีอำนาจต่อรองกับภาคอื่นๆได้

แต่ถ้าให้บทบาทภาครัฐเป็นฝ่ายทำ

เมื่อการเมืองเข้ามา อาจจะกลับไปเหมือนเดิมอีก.

ทีมการเมือง