วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้นำที่ฉลาดในเรื่องโง่

หลายเสียงพูดตรงกันว่า ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่อาจจะมีชะตาเหมือนริชาร์ด มิลเฮาส์ นิกสัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 37

อาการของทรัปม์ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2560 เหมือนอาการของนิกสันเมื่อสิงหาคม พ.ศ.2517

สิงหาคม 2517 นิกสันต้องมอบเทปบันทึกการสนทนาระหว่างตนกับฮัลเดแมน หน.จนท.ทำเนียบขาว ซึ่งสนทนากันหลังจากเกิดจารกรรมที่อาคารวอเตอร์เกตแล้ว 5 วัน

ในเทปม้วนหนึ่งมีเสียงนิกสันสั่งการให้ซีไอเอไปหยุดการไต่สวนของเอฟบีไอ เทปนี้ทำให้โลกรู้ว่า ประธานาธิบดีนิกสันรู้เห็นเป็นใจในการปกปิดคดีและขัดขวางกระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่แรก แต่ที่ประชาชนคนอเมริกันรับไม่ได้เลยก็คือ การที่ประธานาธิบดีแถลงกับประชาชนทางโทรทัศน์ว่า ตนไม่รู้เรื่องการปกปิดคดีวอเตอร์เกตอะไรเลย

ตอนนั้น ส.ส. และ ส.ว.พรรครีพับลิกันบอกนิกสันอย่างตรงไป ตรงมาว่า ท่านลาออกดีกว่า อย่าทู่ซี้อยู่ เพราะท่านจะต้องถูกรัฐสภาถอดถอนออกจากตำแหน่งแน่ อย่าอ้อยอิ่งเลย การอ้อยอิ่งหิ่งห้อยจะทำให้ท่านถูกปลดโดยไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ และจะต้องได้รับโทษทางอาญาจำคุกถึง 20 ปี แต่ถ้าลาออกตอนนี้ ก็ยังได้บำนาญปีละ 1.5 แสนดอลลาร์

เมื่อไม่มีทางเลือก นิกสันจึงประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 8 สิงหาคม 2517 และกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯที่ต้องลาออกกลางเทอม

มีคนพูดว่า สถานการณ์ของทรัมป์ในตอนนี้มีลักษณะคล้ายกับของนิกสัน ไม่ใช่เรื่องคดีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นนิสัยใจคอของทรัมป์ที่ไม่ให้เกียรติคนอื่น มนุษย์เรานะครับ แม้มีตำแหน่งใหญ่โต แต่ถ้าพูดจาก้าวร้าวไม่ให้เกียรติคนอื่น ผู้คนก็ไม่ชอบ

ฟังการพูดของ ส.ว.เซาท์แคโรไลนา นายทิม สก็อตต์ แล้ว เรารู้เลยว่า ไม่มีสมาชิกสภาคองเกรสของพรรครีพับลิกันคนไหนเอาทรัมป์อีกแล้ว ส.ว.สก็อตต์ถึงกับประกาศว่า พวกเราทำงานให้ประชาชน ไม่ใช่ทำงานให้ประธานาธิบดี

เขียนถึงรัฐเซาท์แคโรไลนา ผู้คนในรัฐนี้เคยชอบทรัมป์มาก ไม่ว่าจะคนในเมืองโคลัมเบียหรือเมืองชาร์ลตัน ต่างเคยเชียร์ทรัมป์กันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูทั้งสิ้น เป็นรัฐที่ทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยคะแนนถล่มทลาย

ทว่าเวลาผ่านไปเพียง 8 เดือน กระแสไม่เอาทรัมป์กลับดังอื้ออึง ส.ส.และ ส.ว.ที่แต่เดิมมุ่งหวังตั้งใจจะเกาะกระแสทรัมป์เพื่อให้ตัวเองเป็นที่นิยมของประชาชนคนเซาท์แคโรไลนา ก็ทิ้งทรัมป์กันหมดเกลี้ยง ไม่ใช่แต่ ส.ว.สก็อตต์คนเดียวนะครับ ส.ว.รัฐนี้อีกคน ลินด์ซีย์ เกรแฮม ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ด่าทรัมป์กรณีที่มีข่าวว่าทรัมป์จะปลดรัฐมนตรียุติธรรม

ทรัมป์เป็นผู้นำไม่นิ่ง แถมปากไว มือไว ชอบให้สัมภาษณ์ตำหนิคนยังไม่พอ ยังทวิตเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่หยุด ข้อความที่ทวิตแต่ละครั้งก็ไปก้าวก่ายงานของคองเกรสจนทุกคนระอา พอหงุดหงิดก็ปลดคนทำงาน วานนี้ก็มีข่าวล่ามาเร็วอีกแล้วว่า ทรัมป์บอกรัฐมนตรีกลาโหมให้ปลดพลเอก จอห์น นิโคลสัน ผบช. กองทหารสหรัฐฯในอัฟกานิสถาน ข้อหาที่ว่าทำสงครามไม่ชนะซะที

ทรัมป์เผยไต๋ออกมาแล้วว่า สหรัฐฯควรจะได้รับผลประโยชน์จากแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ในอัฟกานิสถาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ (35 ล้านล้านบาท) ทหารที่เข้าไปรบก็โต้แย้งว่า สถานการณ์ในอัฟกานิสถานยังไม่สงบจบลง ตามภูเขาเลากาต่างๆ ก็ยังไม่ปลอดภัย เราจะขนแร่ธาตุออกไปยังไง ต้องรอให้สหรัฐฯชนะสงครามในอัฟกานิสถานอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดเสียขาดก่อนครับ ถึงค่อยมาว่ากันในเรื่องผลประโยชน์จากแร่ธาตุ แต่กว่าชนะก็ต้องรออีกหลายปี

สิ่งที่อยู่ใต้สมองของผู้นำสหรัฐฯแต่ละคนในการเข้าไปก่อสงครามในภูมิภาคต่างๆ ก็คือ ผลประโยชน์จากการขายอาวุธ และการเข้าไปช่วยเหลือเพื่อหาความชอบธรรมในการกอบโกยทรัพยากรธรรมชาติประเภทน้ำมันและแร่ธาตุ

ที่ผ่านมา ไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯคนไหนพูดเรื่องจะเข้าไปโกยประโยชน์ ต่างหลอกโลกว่า สหรัฐฯจะเข้าไปช่วยปราบผู้ก่อการร้าย จะเข้าไปช่วยล้มเผด็จการ ฯลฯ

ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นคนแรก ที่เดินหางโผล่ออกมาพูดเรื่องผลประโยชน์จากแร่ธาตุในอัฟกานิสถาน 35 ล้านล้านบาท

ถึงตอนนี้ คนที่เลือกทรัมป์ก็เริ่มชักสงสัยว่า

ทรัมป์เป็นผู้นำที่ฉลาดในเรื่องโง่หรือเปล่า?.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com