บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุบลน้ำทะลัก เตรียมอพยพ

ติด‘ธงแดง’เตือน พังงาซัดถนนขาด ‘ศรรามควงนิโคล’ ตัดผมช่วยบริจาค

สถานการณ์น้ำท่วม จ.อุบลฯ ใกล้วิกฤติ น้ำทะลัก ติดธงแดง เตือนภัยและเตรียมการอพยพ ส่วนสกลนครยังหนัก พื้นที่รอบหนองหารจมน้ำ ระดับน้ำสูง 1 เมตร จ.ร้อยเอ็ด เกิดเหตุสลด ชาวบ้านงมหอยจมน้ำดับสังเวยไปอีก 1 ราย ส่วนภาคใต้ ที่ จ.พังงา น้ำกัดเซาะถนนขาด รถกระบะตกลงไปจมน้ำ คนในรถรอดชีวิตหวุดหวิด ขณะที่เหล่าดารา-ศิลปินรวมพลังจัดงานหารายได้มอบให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำไปเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ

จากสถานการณ์หลายจังหวัดในภาคอีสาน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม สร้างความสูญเสียมีผู้เสียชีวิตหลายราย ทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตรจมน้ำเสียหายจำนวนมาก ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ล่าสุดแม้ว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายน้ำลดใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังมีหลายพื้นที่ยังถูก น้ำท่วมขัง และน้ำเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ทางการเตรียมอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย

อุบลฯติดธงแดงเตือนภัย

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ จ.อุบลราชธานี น้ำในแม่น้ำมูล บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย สูงขึ้นและล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนหาดสวนยา เทศบาลเมืองวารินชำราบ ประชาชนเตรียมขนย้ายข้าวของขึ้นไปไว้บนที่สูง โดยสร้างเพิงพักชั่วคราวที่ริมถนนแก้วเสนา ขณะที่สำนักชลประทานที่ 7 กรมชลประทาน ติดตั้งธงแดง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แจ้งเตือนประชาชนแสดงสถานการณ์น้ำเริ่มวิกฤติ ที่สะพานข้ามแม่น้ำมูล 3 แห่ง สะพานข้ามลำมูลน้อย 2 แห่ง และบริเวณหาดคูเดื่อ เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากน้ำเอ่อท่วม และให้เตรียมการอพยพ

เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขง

ด้านนายสมชาย คณาประเสริฐกุล ผอ.สำนักชลประทานที่ 7 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบูรณาการเตรียมความพร้อมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานภายใน จ.อุบลราชธานี ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ที่ขออนุมัติจากสำนักเครื่องจักรกลจำนวน 30 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำจากตัวเมืองอุบลราชธานี ขณะเดียวกันได้ประสานจังหวัด เตรียมขอสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือจำนวน 30 ลำ มาระบายน้ำบริเวณหน้าแก่งสะพือ ลงสู่แม่น้ำโขง ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สอบถามข้อมูลและขอความช่วยเหลือได้ที่โทร. 06-1549-4194 และ 08-1977-8688

สกลนครยังไม่พ้นวิกฤติ

ที่ จ.สกลนคร ที่ถูกน้ำท่วมพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอ ระดับน้ำในเขตเทศบาลนครสกลนครลดลงแล้ว แต่ตามอำเภอต่างๆที่อยู่รอบหนองหาร ยังได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร พื้นที่ ต.เชียงสือ อ.โพน-นาแก้ว ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ และ ต.เหล่า-ปอแดง อ.เมือง บางแห่งน้ำยังไหลเชี่ยวกัดเซาะถนนเกือบขาดเสียหายหลายจุด นอกจากนี้ ที่ อ.วานรนิวาส อ.อากาศอำนวย อ.สว่างแดนดิน อ.พรรณานิคม อ.คำตากล้า ยังมีน้ำท่วม ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สรุปพื้นที่การเกษตร เช่น นาข้าว พืชไร่ พืชสวน เสียหายกว่า 9 แสนไร่ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 4 แสนคน เสียชีวิต 10 ราย

นครพนมผลักดันน้ำ

ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำหลายพื้นที่ยังทรงตัว มีลดลงบางพื้นที่ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา มีฝนตกทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่ม บวกกับน้ำหนองหารยังคงมีปริมาณมาก ในส่วนของลำน้ำก่ำน้ำลดลงเล็กน้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ ร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เร่งเดินเครื่องเรือผลักดันน้ำจำนวน 35 ลำ ที่ติดตั้งบริเวณสะพานลำน้ำสงคราม ในเขตเทศบาล ต.ศรีสงคราม จุดไหลบรรจบของลำน้ำอูนมาสมทบ ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง เพื่อให้ลำน้ำสงคราม น้ำอูน ไหลระบายลงน้ำโขงมากขึ้น แก้ไขปัญหาน้ำเอ่อท่วม ในส่วนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ประตูระบายน้ำก่ำตอนล่าง ธรนิศนฤมิตร ที่ควบคุมดูแลลำน้ำก่ำ ไหลมาจาก จ.สกลนคร ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.ธาตุพนม ยังคงเดินเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 26 เครื่อง รวมทั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 4 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำก่ำลงสู่น้ำโขง

รองนายกฯลงพื้นที่ช่วยเหลือ

วันเดียวกัน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการ และช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบปัญหาอุทกภัยที่ อ.นาแก จ.นครพนม มีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม บรรยายสรุปสถานการณ์ สำหรับความเสียหายมีพื้นที่ประกาศประสบอุทกภัยรวม 7 อำเภอคือ อ.นาแก อ.วังยาง อ.เรณูนคร อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ นาข้าวเสียหาย 2 แสนไร่ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง 618 หลัง ชาวบ้านเดือดร้อน 20,612 ครัวเรือน อยู่ระหว่างเร่งสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ได้เร่งรัดให้ทุกภาคส่วนดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกด้าน ทั้งการฟื้นฟู ที่พักอาศัย ความเป็นอยู่ รวมถึงปัญหาภาระหนี้สิน เบื้องต้นทางรัฐบาลมอบหมายให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการพักชำระหนี้ เตรียมวงเงินรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ให้ประชาชนผู้ประสบภัยกู้ยืมไปฟื้นฟู ตามสภาพความเดือดร้อน แบบปลอดดอกเบี้ย และผ่อนชำระในระยะยาว

จมน้ำดับสังเวยอีก 1 คน

ที่ จ.ร้อยเอ็ด ศูนย์บัญชาการเหตุอุทกภัย จ.ร้อยเอ็ด สรุปสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีสูงขึ้นล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 8 ตำบล 88 หมู่บ้าน ใน อ.จังหาร พื้นที่ 2 ตำบล 14 หมู่บ้าน ใน อ.เชียงขวัญ พื้นที่ 12 ตำบล 141 หมู่บ้าน ใน อ.ธวัชบุรี พื้นที่ 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน ใน อ.ทุ่งเขาหลวง พื้นที่ 9 ตำบล 112 หมู่บ้าน ใน อ.โพธิ์ชัย พื้นที่ 3 ตำบล ใน อ.เสลภูมิ พื้นที่ 9 ตำบล 88 หมู่บ้าน ใน อ.อาจสามารถ พื้นที่ 13 ตำบล 140 หมู่บ้าน ใน อ.พนมไพร นอกจากนั้น ระดับน้ำในลำน้ำเสียวเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบพื้นที่ 8 ตำบล 101 หมู่บ้าน ใน อ.ปทุมรัตต์ พื้นที่ 12 ตำบล 130 หมู่บ้าน ใน อ.จตุรพักตรพิมาน พื้นที่ 13 ตำบล 174 หมู่บ้าน ใน อ.เกษตรวิสัย พื้นที่ 10 ตำบล 98 หมู่บ้าน ใน อ.สุวรรณภูมิ พื้นที่ 1 ตำบล 12 หมู่บ้าน ใน อ.หนองฮี พื้นที่ 2 ตำบล 14 หมู่บ้าน ใน อ.โพนทราย วัดประสบภัยน้ำท่วม 18 แห่ง โรงเรียน 30 แห่ง ปิดการเรียนการสอนจำนวน 12 แห่ง
ล่าสุดมีรายงานว่า นายบุญมี แสนโสดา อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 428 หมู่ 8 ต.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ออกไปงมหาหอยกลางทุ่งนาในหมู่บ้านที่น้ำท่วมขังในระดับสูง ได้จมน้ำเสียชีวิตไปอีก 1 คน

แจงพนังกั้นลำน้ำชียังไม่พัง

นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า กรณีมีข่าวพนังกั้นลำน้ำชี บ้านเปลือยตาล ต.ดงสิงห์ อ.จังหาร พังทลาย ตรวจสอบพบว่าพนังกั้นลำน้ำชีไม่ได้พัง แต่เป็นคันดินกั้นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรโดนน้ำกัดเซาะขาด น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร 500 ไร่ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจ ส่วนพนังกั้นลำน้ำชี ในช่วงนี้เขื่อนลำน้ำปาว จ.กาฬสินธุ์ ปล่อยน้ำลงมามากกว่าปกติ ในแต่ละอำเภอที่ลำน้ำชีไหลผ่าน ได้จัดเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านผู้มีจิตอาสา เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนางยุพาภร วิฑูรย์ นายกเหล่ากาชาดร้อยเอ็ด รับมอบเนื้อไก่ปรุงสุกจาก รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 2 พัน กก. นำไปปรุงอาหารเลี้ยงประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.ร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียง สำหรับ จ.ร้อยเอ็ด นำไปปรุงอาหารที่โรงครัวประทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ใน อ.เสลภูมิ 2 จุด ที่สถานีวิทยุบ้านหนองขาม ต.วังหลวง และที่เทศบาลตำบลนาแซง

ร.10 พระราชทานถุงยังชีพ

วันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ท.ฐิตะฐาน สุขศรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบให้แก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมอำเภอโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพ และให้ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ ในโอกาสนี้พระราชทานอาหารแก่ราษฎรผู้ที่เดินทางมารับถุงพระราชทานด้วย ราษฎรต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ป้องเต็มที่น้ำชีล้นฝั่ง

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำชี ปริมาณน้ำจากแม่น้ำชีตอนบนและลำน้ำพองที่ไหลมาบรรจบกับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากลำปาวมีแนวโน้มลดลง ขณะนี้ยอดน้ำกำลังเคลื่อนตัวผ่านแม่น้ำชีตอนล่าง คาดว่าอีกประมาณ 2 วัน จะทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งที่ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ก่อนลงสู่แม่น้ำมูล ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ในเขต จ.กาฬสินธุ์ กรมชลประทานได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนำเครื่องจักร เครื่องมือ และกระสอบทรายเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะเกิดการกัดเซาะบริเวณพนังกั้นแม่น้ำชี เช่น ที่บ้านโนนแดง บ้านสะดำสี บ้านหนองคล้า ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้นำเครื่องจักร เครื่องมือ และกระสอบทรายเข้าป้องกันพนังกั้นน้ำชีไว้แล้ว

สูบน้ำกู้คำชะโนด

ที่ จ.อุดรธานี คณะกรรมการบริหารคำชะโนด วังนาคินทร์ดินแดนพญานาค ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้ประสานงานหน่วยงานของรัฐ เช่น อบจ.อุดรธานี ปภ.อุดรธานี และกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งจำนวน 5 จุด ตามถนนรอบคำชะโนดที่ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 80 ซม. รอบเกาะมีความยาวประมาณ 2.5 กม. เร่งสูบน้ำลงไปที่หนองทุ่งใหญ่ นายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ กำนัน ต.บ้านม่วง กล่าวว่า การสูบน้ำออกจากเกาะคำชะโนด น้ำลดลงชั่วโมงละ 1 ซม. คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำที่มีอยู่ คาดว่าอีกไม่นานจะสูบน้ำออกได้หมด และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ากราบไหว้ปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมได้ตามปกติ

นาข้าวจมน้ำเสียหายหนัก

ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมขังขณะนี้มี 12 อำเภอ 75 ตำบล 758 หมู่บ้าน 14 ชุมชน ราษฎรเดือดร้อน 23,142 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 1 แสน 4 พันไร่ พื้นที่ อ.โนนแดง อ.ประทาย และ อ.เมืองยาง ส่วนใหญ่น้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร นาข้าวจมน้ำเสียหายหมด ช่วงนี้ไม่มีฝนตกทำให้สถานการณ์คลี่คลาย น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนการอพยพประชาชนจำนวน 100 คน บ้านไทยสามัคคี ต.หนองแวง อ.เทพารักษ์ ไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านสะพานหิน เป็นการชั่วคราว ขณะนี้ผู้ประสบภัยได้กลับไปภูมิลำเนาหมดแล้ว ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้าไปทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ นอกจากนี้ได้นำเงินบริจาคผ่านหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ไปจัดซื้อเครื่องครัวช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน

พังงาถนนขาดรถจมน้ำ

ที่ จ.พังงา นายเรวัตร เสือเดช หัวหน้าหมวด ทางหลวงคุระบุรี แขวงทางหลวงพังงา เปิดเผยว่า จากการที่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ผิวจราจรถนนสาย 401 กม.27+150 เขาสก บริเวณรอยต่อพังงา-สุราษฎร์ธานี อ.กะปง เกิดแตกร้าว และดินสไลด์ถนนขาด ต้องปิดการจราจร ด้านนายสมพร พรหมเจียม ผอ.แขวงทางหลวงพังงา กล่าวว่า เส้นทางดังกล่าวอยู่บนภูเขาลาดชัน หากฝนตกหนักจะเกิดดินสไลด์เป็นประจำ ขณะนี้นำรถแบ็กโฮไปซ่อมแซมปรับผิวจราจรให้รถสามารถแล่นผ่านได้ชั่วคราว สำหรับประชาชนที่จะเดินทางไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ขอให้เลี่ยงไปใช้เส้นทาง 4118 อ.ทับปุด จ.พังงา อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ถนนสายอ่าวเหวก หมู่ 4 บ้านทุ่งละออง ต.บางวัน อ.คุระบุรี ถูกน้ำไหลกัดเซาะขาดกว้างประมาณ 2 เมตร มีรถกระบะที่ชาวบ้านขับผ่านตกลงไป 1 คันคนในรถปลอดภัย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สร้างสะพานเบลีย์ให้ประชาชนใช้สัญจรชั่วคราว ขณะที่ฝนยังตกอย่างต่อเนื่องทำให้คลองสาขามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนเสี่ยงจะล้นตลิ่ง เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังและเตรียมอพยพ

เขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำ

ที่ จ.ชัยนาท นายสุชาติ เจริญศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ที่สถานีวัดน้ำ C2 จ. นครสวรรค์ อยู่ที่ 16.36 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเป็น 1,217 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา อยู่ที่ 12.71 เมตร ส่วนอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ปริมาณ 1,217 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำที่รับมาจากมวลน้ำทางภาคเหนือยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าเป็นห่วง ยังสามารถรับน้ำได้อีกมาก อย่างไรก็ตาม ยังคงรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.50 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง สำหรับไว้ใช้ในการเกษตรและไม่ให้พื้นที่ท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบ ทางเขื่อนเจ้าพระยาได้เตรียมพิจารณาปรับลดการระบายน้ำ หลังปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนมีปริมาณลดลง จะทำให้สภาพน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เพราะบางพื้นที่ข้าวกำลังตั้งท้อง รอการเก็บเกี่ยว

ชาวโผงเผงยังใช้เรือเป็นพาหนะ

ที่ จ.อ่างทอง น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังเขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำในคลองโผงเผง สาขาแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงกว่า 10 ซม. ส่วนชาวบ้านที่อยู่นอกเขตคันกั้นน้ำ หมู่ 6 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ยังคงใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงประมาณ 30-70 ซม. นางฉลอง งามดี อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 65/4 หมู่ 6 ต.โผงเผง กล่าวว่า บ้านอยู่ติดคลองโผงเผง น้ำท่วมขังมานานร่วมเดือน ต้องใช้เรือในการพายเข้าออกจากบ้าน ช่วงนี้น้ำในคลองลดลงแต่ยังท่วมขังสูงประมาณ 30 ซม. ไม่รู้สึกเครียดอะไรเนื่องจากเป็นความเคยชิน สำหรับ จ.อ่างทอง มีผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2 อำเภอ ที่ ต.บางจักร อ. วิเศษชัยชาญ จำนวน 103 หลังคาเรือน และ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จำนวน 116 หลังคาเรือน

เมืองกรุงเก่าน้ำลด

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จังหวัดมีแม่น้ำไหลผ่าน 4 สาย คือเจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี และแม่น้ำน้อย บ้านเรือนทั้งสองฝั่งแม่น้ำที่อยู่นอกคันกั้นน้ำใน อ. ผักไห่ เสนา บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา และบางปะอิน รวม 6 อำเภอ 72 ตำบล 353 หมู่บ้าน 15,097 ครัวเรือน และพื้นที่เกษตรกว่า 4 พันไร่ ถูกน้ำท่วม บางพื้นที่น้ำขังสูง 1-2 เมตร มวลน้ำก้อนใหญ่จากทางภาคเหนือได้ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปแล้ว และทางกรมชลประทานได้ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้น้ำลดลงมาอย่างต่อเนื่อง

ชมผู้ว่าฯ แก้ปัญหารวดเร็ว

รายงานแจ้งว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่น้ำท่วม ระบุว่า ขอให้ ผวจ.ดำรงการบูรณาการอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานทั้งระดับจังหวัด ภาค และส่วนกลาง รวมทั้งภาคประชาชน เอกชน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ให้ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยรวมทั้งคำแนะนำของทางราชการ ขณะนี้รับทราบผลการดำเนินการของทุกจังหวัดที่ประสบอุทกภัย จากการประเมินผลและติดตามการทำงานของ ผวจ. และทีมงานฝ่ายต่างๆในการแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้ว พบว่ามีผลการดำเนินการที่รวดเร็ว ครอบคลุมกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อน เป็นที่พอใจของประชาชนและผู้บังคับบัญชา ขอชมเชยและเป็นกำลังใจแก่ ผวจ.และทีมงานในพื้นที่ทุกจังหวัดที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ

“ประยุทธ์” จี้คลี่คลายน้ำท่วม

ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยว่า ได้พูดคุยกับ ผวจ.นครนายก สอบถามสถานการณ์น้ำในพื้นที่นครนายก ทางจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือหากมีน้ำเกินปริมาณที่รองรับ และสั่งการให้เตรียมแผนเผชิญเหตุหากฝนตกนอกเขื่อนอาจทำให้เกิดน้ำท่วม ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เตรียมรับมือกับอุทกภัย โดยเฉพาะภาคใต้ให้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชน ต้องสร้างระบบระบายน้ำจากคลองไปสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว และขอความร่วมมือที่ดินของประชาชนและเอกชน หากต้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ต้องสร้างระบบขนาดใหญ่ขึ้นมารองรับปริมาณน้ำ หากเราไม่เริ่มจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ อยากให้ทุกคนร่วมมือกัน ขณะเดียวกันมีแผนศึกษาการนำน้ำไปเก็บไว้ใต้ดิน โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยศึกษาอยู่ ในต่างประเทศมีการวางระบบนี้อยู่เพื่อให้เกิดความชุ่มชื่น

“จากการไปตรวจเยี่ยมที่ จ.สกลนคร และพื้นที่ภาคใต้ บางพื้นที่เป็นที่ลุ่มซึ่งเป็นพื้นที่ของประชาชนที่ปลูกพืช พอฝนตกลงมาทำให้น้ำท่วม เราต้องไปพิจารณาดูว่าที่ผ่านมาเขาปลูกกี่ครั้ง แล้วเสียหายกี่ครั้ง เราต้องหาวิธีอื่นมาทดแทนการจัดเก็บน้ำ และต้องชดเชยให้เขาด้วย ผมรับฟังทุกข้อเสนอ และเอามาพิจารณาว่า อะไรทำได้หรือไม่ได้”นายกฯกล่าว

“ออมสิน” พอใจจัดงานรับบริจาค

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงาน “ประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี” ยอดเงินบริจาคเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 264 ล้านบาท แต่ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่ามีการซ้ำซ้อนหรือไม่ แม้รายการจะจบลง แต่ประชาชนสามารถบริจาคเข้ามาได้เรื่อยๆ บรรยากาศการจัดงานดีมาก ทุกคน ทุกฝ่ายร่วมมือดี เรามีเวลาแค่นี้ ทำได้ขนาดนี้ถือว่าโอเคแล้ว นายกฯมีความเป็นห่วงผู้ประสบภัยมาก ได้ฝากว่าให้ทำให้ดี ดูแลให้ถึงมือประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้รวดเร็ว เมื่อจังหวัดรายงานความเสียหายมา เราจะตรวจสอบว่าซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อชัดเจนแล้วจะรีบประสานนำงบประมาณไปให้ ต้องดูไม่ให้เกิดปัญหางบประมาณกระจุกที่ใดที่หนึ่ง

ดารา—ศิลปินช่วยผู้ประสบภัย

ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน พิธีกรฝีปากกล้า วู้ดดี้—วุฒิธร มิลินทจินดา ร่วมกับออกาไนซ์ชื่อดัง ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช จัดงาน “ตัดช่วยชาติ” เพื่อหาเงินบริจาคช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยพิบัติทางภาคเหนือและภาคอีสาน ด้วยการรวบรวมช่างตัดผมชั้นนำของประเทศ อาทิ สมศักดิ์ ชลาชล ต้อม ไกรวิทย์ แจ็ค ฟีนิกซ์ โทนี่ รากแก่น ทีมเนเวอร์ เซย์ คัทซ์ ทีมมาร์ค ทาวิน (Mark Thawin) ทีมออฟไซด์ บาร์เบอร์ (Offside Barber) มาให้บริการตัดผมให้ประชาชนที่มาร่วมงานในราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท โดยมีดารานักแสดง อาทิ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ นิกกี้-นิโคล เทริโอ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ แพท-ณปภา ตันตระกูล ธัญญ่า -ธัญญเรศ เองตระกูล อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย จูน-กษมา ศิลาชัย แดน-วรเวช ดานุวงศ์ พร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรม และถือกล่องรับบริจาค รวมถึงนำของมาร่วมประมูลเพื่อสมทบทุนบริจาค บรรยากาศในงานคึกคักไปด้วยผู้คนที่เข้ามาลงทะเบียนต่อคิวตัดผมกันอย่างล้นหลาม รายได้จากการจัดกิจกรรมทั้งหมดมอบให้ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” เพื่อนำไปเยียวยาให้พี่น้องชาวไทยที่ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ สำหรับใครที่สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี “เกิดมาช่วย” เลขที่บัญชี 531-0-00522-5 กระแสรายวัน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสยามพารากอน

ศรราม—นิโคล ย้ำคนไทยต้องช่วยกัน

ทั้งนี้ หนุ่ม-ศรราม และนิโคล เทริโอ ควงคู่กันออกงานครั้งแรกหลังประกาศเป็นแฟนกัน กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า เรื่องของภัยธรรมชาติ สร้างปัญหาให้พี่น้องคนไทยของเราทุกๆคน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การจะช่วยเหลือหรือฟื้นฟูต้องอาศัยน้ำใจจากพี่น้องทุกคน มาช่วยกันเถอะ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน อย่างวันนี้พอวู้ดดี้ชวนมาร่วมกิจกรรมเพื่อส่งกำลังใจให้พี่น้องที่ประสบอุทกภัยอยู่ในตอนนี้ ตนก็ยินดีที่จะช่วยเหลือทุกๆทาง นำเสื้อฟุตบอลมาร่วมประมูล ได้เงินมา 55,000 บาท ด้านนิโคลกล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการตัดผมแล้วเรายังเดินถือกล่องรับบริจาคด้วย ได้รับน้ำใจจากพี่น้องคนไทยร่วมบริจาคเงินตามกำลัง เราทั้งคู่ติดภารกิจที่กรุงเทพฯ อาจจะไปลงพื้นที่ไม่ได้ แต่ถ้ามีกิจกรรมช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ไหน ก็จะไปช่วย ขอให้พี่น้องทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ไม่ต้องห่วง เราคนไทยด้วยกัน อยู่ที่ไหนก็พร้อมจะช่วยเหลือกัน

พายุ “โนรู” ไม่กระทบไทย

ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ช่วงวันที่ 6-7 ส.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย มีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรง จากนั้นช่วงวันที่ 8—11 ส.ค. มรสุมตะวันตก เฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง และบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง

สำหรับพายุไต้ฝุ่น “โนรู” (NORU) บริเวณทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ ในช่วงวันที่ 6—7 ส.ค. ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี ควรตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย