บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ต่อ ธนภพ' สร้างบ้านเป็นของขวัญให้พ่อแม่ ภูมิใจเป็นวัยรุ่นเหยียบขี้ไก่ฝ่อ!!

“สิ่งที่ผมทำทุกวันนี้เพราะผมอยากเก่ง ความเก่งผมไม่มีเส้นชัยและไม่เคยมองว่าตัวเองเก่ง” เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากใจของพระเอกวัยรุ่นสุดฮอต ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ไม่ได้มีดีแต่หล่อทะลุจอแต่ยังเต็มไปด้วยความสามารถ ความฝันอยากเป็น “นักแสดงคุณภาพ”

หลังจากชิมลางงานแสดงละครเต็มตัวเรื่อง “เล่ห์ลับสลับร่าง” ทางช่อง3 เพียงแค่ละครออนแอร์กระแสความปังทะลุจอ ฮอตหนักขนาดนี้ “ทีมข่าวบันเทิง” อยากทำความรู้จักตัวตนให้มากขึ้น...ย้อนความทรงจำวันแรกที่ผู้จัดฯ อย่างพี่แหม่ม-ธิติมา เลือกให้ต่อเล่นบทหมวดอัศวิน ต่อ เผยว่า

“วันแรกที่ผมเห็นภาพผมอยากทำ มันใหม่สำหรับผมมาก ไม่เคยคิดว่าจะมีคนเห็นภาพเราโตได้ในช่วงนั้นเพราะว่าเอาจริงๆ คนติดภาพผมไอ้หัวเกรียน ดูแบดบอยหน่อยๆแต่วันนึงพี่แหม่มติดต่อมาที่นาดาว สนใจเรานะ ผมรู้สึกดีมากอย่างน้อยมีคนยื่นมาเรามาโตขึ้น จริงๆผมอยู่กับบทเด็กมากๆ มันเสี่ยงเหมือนกันที่จะเล่นบทที่โตขึ้นมา บวกกับช่วงนั้นเราอยากเรียนรู้ ได้เล่นหนัง เล่นซีรีส์ เหลือแต่ละคร ที่ยังไม่ได้เล่นอยากโต พอมีละครเรื่องนี้เข้ามาดีใจครับ”

ต้องไปฝึกเตรียมความพร้อมขนาดไหน

“มีเวิร์กช็อปเดี่ยว คู่ และมีเวิร์กช็อปกับพี่ณเดชน์ ส่งไปเรียนคิวบู๊ เรียนการใช้อาวุธต่างๆ เรื่องบู๊เรื่องก่อนๆ ไม่มีคิวนะ เป็นการเล่นแบบสดเลยเดี๋ยวตีกันนะทำยังไงก็ได้อย่าโดนเดี๋ยวเจ็บแต่อันนี้มีการกำหนดท่าทางที่เรียกว่าศิลปะการต่อสู้เข้ามาเกี่ยว เดี๋ยวมีเทควันโด ผสมมวยจีน กังฟู มีมวยไชยาด้วย มันคือมวยตำนานวัฒนธรรมบ้านเรา วันนี้น้อยลงทุกทีผมยังรู้สึกดีใจอย่างน้อยๆเราได้สืบสาน”

ตอนเรียนคิวบู๊มันสาหัสหนักขนาดไหน

“ผมว่ามันเหนื่อยมากแต่โคตรชอบ ถามใครในกองก็ได้ธนภพชอบคิวบู๊มาก มันสนุกแต่เจ็บตัวนะ (หัวเราะ) ถ่ายคิวบู๊วันนึงมีประมาณ 40-50 คิว ตอนเล่นมันแต่พอกลับบ้านเขียวตั้งแต่แขนยันขา มันเขียวเหมือนจะแตก กลับบ้านสักพักเริ่มรู้สึกเอ๊ะๆยกแขนทำไมมันปวดๆ ยกแทบไม่ขึ้น ส่องกระจกอ้าว ช้ำทั้งสองข้าง คิวบู๊ผมโดนหลายอย่างมาก เพิ่มมุมกล้องผมจะต้องยิงปืนได้สองมือแล้วผมเป็นคนถนัดซ้ายแต่มือขวาเราไม่ถนัดบางซีนกล้องไม่ได้ไอ้ต่อไปยิงมือขวาสิ กลายเป็นสร้างคาแรกเตอร์ยิงได้ทั้งสองมือ เคยยิงมือขวาแล้วนิ้วเราไม่ดีเองมันหลุดไปโดนลำกล้องปืนดูดเข้าไปตรงที่ไฟพุ่งออกมา แล้วเนื้อไหม้เละ โดนหนีบร้อนมาก สิ่งที่กลัวกลัวนิ้วกดต่อไม่ได้ ตอนนั้นมันสนุกกลัวเล่นไม่ได้”

เท่าที่ฟังๆ ต่อออกสายบู๊ซาดิสต์หน่อยๆหรือเปล่า

“เอาจริงๆ ก็โรคจิตชอบไม่ใส่เซฟ ปกติคิวบู๊ต้องเซฟแต่ผมดื้อไม่ใส่ พอเซฟแล้วมันรัดแล้วอึดอัดมันไม่คล่องตัวเลยซ่าส์ โดนว่าตลอด พูดจริงๆ พอคนมันชอบแล้วชอบเลย แค่ได้ลองซีนเดียวชอบเลยทั้งที่รู้ทั้งฝุ่น สกปรก ผมไม่ห่วงสกปรกเท่าไหร่”

เรื่องบทเรื่องแอ็กติ้งยังหนักอกหนักใจเพราะบทดูนิ่งขรึม

“ตัวคาแรกเตอร์ไม่หนักใจแต่ยากที่จังหวะละคร ผมยังใหม่และเด็กใหม่ ทางภาพยนตร์เข้าใจผมไม่ใช่เด็กใหม่ แต่ทางละครอยากบอกคุณผู้ชมว่า โปรดมองผมเป็นเด็กใหม่เถอะเพราะมันคนละศาสตร์กัน”

สิ่งที่เราได้จากละครเรื่องนี้

“ประสบการณ์ล้วนๆเลย ได้เรียนรู้ มีคนคนนึงในกองผมพยายามเอาชนะเค้ามากๆเลย ตอนแรกเหมือนผมยังไม่ถูกการยอมรับคือพี่คนนี้ การที่จะได้รับการยอมรับจากเค้าจะจับหัวแล้วจูบหน้าผากมันสแตมป์บางอย่างแล้วผมไม่เคยได้สิ่งนั้น แล้วผมรู้สึกไม่ได้ยังไงเราต้องทำให้กองยอมรับให้ได้ จนวันนึงผมได้สิ่งนี้มา รู้สึกประสบการณ์หลายอย่างผมยอมรับเลย วันที่ผมโดนด่ามีมั้ยมี วันที่โดนชมมีมั้ยมี คำเหล่านี้มารวมกันคือประสบการณ์ต่างหาก เป็นสิ่งที่เราซื้อไม่ได้ ทำให้เราเติบโต ทำเต็มที่วันนี้จะกลายเป็นมาตรฐานในวันหน้า เราต้องพิสูจน์ตัวเอง ผมเริ่มชอบคำว่าพิสูจน์ตัวเองหรือการยอมรับ เชื่อว่าคนเราอยากมีพื้นที่ของตัวเอง อย่างคนเจอผมผู้ใหญ่จะมองว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำให้ผมอยากทำให้เค้าเห็นเราไม่ใช่อย่างนั้น เราเอาจริง จริงจังไม่ใช่เจอปัญหาอะไรนิดหน่อยกลายเป็นหนักไม่เอาเบาไม่สู้ เราไม่ใช่คนแบบนั้น”

เสียงสบประมาทมีมาตลอดทำให้เราอยากพิสูจน์ตัวเอง

“ใช่ครับ ด้วยความธรรมชาติของผมเองเป็นคนดื้ออยู่แล้วจะไม่ยอมแพ้ เกลียดการแพ้ ถ้าตั้งเป้าหมายแล้วผมไม่มีวันหยุดกลางทาง ผมจะมองหน้าจุดหมาย ผมกล้าพูดว่าผมเป็นคนทะเยอทะยาน ผมว่ามันไม่ผิดหรอกที่คนจะออกมาพูดว่าผมอยากเก่งครับ ผมรู้ตัวเอง สิ่งที่ผมทำทุกวันนี้เพราะผมอยากเก่ง ความเก่งผมไม่มีเส้นชัยและไม่เคยมองว่าตัวเองเก่ง มันยากมาก ทุกวันจะเจอคำว่าเก่ง อ้าว ความเก่งหนีเราออกไปแล้ว เราต้องเก่งขึ้นไปเรื่อยๆ”

ความสนุกในกองเล่ห์ลับที่ต่อเจอ

“มันเหมือนแยกก๊กกันในกอง แต่มันไม่แยก มันเป็นการนั่งแยกที่อยู่ในกรุ๊ปเดียวกันมันเป็นเสน่ห์ คนนึงนั่งเตียง คนนึงซุกโซฟา อีกคนนั่งเกรียนเกมกันอยู่สองคน คนนึงนั่งถ่ายรูปเปลี่ยนเล่นก๊อกแก๊กไปเรื่อย แต่เราคุย คุยเรื่องเดียวกัน”

เล่นเกมทายว่าน่าจะเป็นต่อรึเปล่า

“ผมกับพี่แบร์เล่นเกมกัน ถ่ายรูปเป็นพี่เป๊ก พี่จียอนจะซุกตามเตียง พี่ไอซ์ตามโซฟาจะฟุบอยู่ นั่งเล่นโทรศัพท์เกี่ยวกันไปมาแต่พอพูดเรื่องอะไรปุ๊บเออ ใช่ๆ เหมือนคุยกันอยู่ตลอดเวลา แต่เวลามากองสีสันสุดจะเป็นพี่เป๊ก เพราะว่าทำอะไรไม่เคยอายสักอย่าง ไม่เหมือนพี่แบร์ ตดแล้วกล้าบอก หรือตดให้ดม ซึ่งมุกนี้เล่นซ้ำๆ มันจำเจแต่พี่เป๊กด้วยความฟรีฟอร์ม อะไรของเค้าไม่รู้ พูดไปเรื่อย”

ด้วยความเป็นน้องใหม่ฉายาที่พี่ๆ เค้าเอ็นดูตั้งให้

“ฉายานักแสดงเค้าจะเรียกว่าไอ้ห้อย ไข่ห้อย พูดเล่นๆ (หัวเราะ) จริงๆปากห้อยครับ มีช่วงนึงผมจะชอบเหม่อ ชอบคิดอะไรคนเดียวพอคิดปุ๊บกล้ามเนื้อปากก็จะผ่อนก็ห้อยๆหน่อย ฉายาของทีมงานจะเรียกผมว่า เฮ้อ แมน คือผมเป็นคนที่ศาสตร์ภาพยนตร์ใช้ลมหายใจเยอะ หายใจก็มีความหมายแต่ในละครถือว่ารบกวน จะโดนแซวจะถอนหายใจอะไรขนาดนั้น”

รู้สึกช่วงนี้ต่อคิวฮอตพอสมควร

“พอได้ครับ มีว่างไปต่างประเทศช่วงนึงกลับมาก็ทำงานทุกวันเลย ผมชอบทำงาน พอไม่ได้ทำผมรู้สึกอึดอัด ผมอยากทำงานจนแรงหมด หมดแบบอยากทิ้งตัวเพราะผมเชื่อว่าคนเราทำให้สุดไปเลย เหนื่อยแล้วไง ตื่นมาก็หายแล้ว ผมอยากเหนื่อยให้ได้มากที่สุดในตอนที่ร่างกายผมยังไหว”

บางทีเราใช้ร่างกายไปเกินตัวมันก็ไม่ดีนะ

“ก็ใช่ครับแต่ผมตัดสินใจไปแล้วจะดูแลป๊ากับแม่โดยที่ไม่ให้เค้าทำงานอะไรแล้วผมสร้างบ้านให้ป๊ากับแม่ ก็เสร็จแล้วปีนิดๆ สร้างบ้านหลังนี้ถือว่าเป็นของขวัญวันพ่อและวันแม่ปีนี้ด้วย ถือให้เค้าเป็นของเค้า พอเราเห็นบ้านหลังนี้เราหายเหนื่อยครับ ผมว่าไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกที่เราจะตอบแทนบุญคุณเค้าให้หมด แต่มันไม่สายเกินไปที่ผมจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ สิ่งที่ผมทำเพื่อตอบแทนบุญคุณป๊ากับแม่ เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุด”

บ้านหลังนี้งบเยอะมั้ย

“อย่ารู้เลยครับ”

เกินสิบล้านมั้ย

“เกินอยู่แล้วครับ ผมไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยแต่กับป๊ากับแม่ผมกล้าฟุ่มเฟือย อยากได้อะไรบอกเลยเดี๋ยวหามาให้ ช่วงที่เค้าดูแลผมเค้าอดเที่ยว ผมอยากให้เค้าใช้ชีวิตในส่วนที่ขาดให้ครบ ไม่ทำตอนนี้ไม่รู้จะทำตอนไหนเพราะโอกาสมันมาแล้วเราก็ต้องคว้าเอาไว้ วัยรุ่นสองสิ่งอย่าให้ขาดนะ หนึ่งเข้าวัด สองรักพ่อแม่บ้าง สองสิ่งนี้วัยรุ่นไม่มี วัยนี้จริงๆ เป็นวัยเห็นแก่ตัวอยากรู้อยากลองจนลืมคนข้างหลังไปหมดเลยว่ามีใครบ้าง หันกลับมามองหน่อยก็ดีเพราะไม่มีคนข้างหลังเราไม่มีวันนี้เหมือนกัน”

ทำงานหนักยังมีเวลาเจอ มีน-แขนภา แฟนสาวมากน้อยแค่ไหน

“มีครับแต่ก็น้อยลง น้อยลงเรื่อยๆ เพราะงานเยอะขึ้นเรื่อยๆ”

แอบน้อยใจกันบ้างมั้ย

“เคยมีบ้างแต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะตอนนี้เค้าเริ่มจะทำงานเหมือนกัน กำลังจะไปเป็นแอร์ฯ”

ยิ่งห่างกันสิ

“ไม่ครับ เดี๋ยวผมว่างๆจะบินตามไปก็ได้ใครจะรู้ ยังไงต้องหาเวลาเจอกัน ผมเป็นคนไม่กลัวเรื่องเวลาเพราะผมเชื่อว่าคนเราอยากเจอกันจริงๆ มันต้องหาได้สิ ต่อให้ยุ่งแค่ไหนต้องหาได้แน่ๆ”

ไม่คิดชวนเค้าเข้าวงการเต็มตัวเหมือนอย่างต่อบ้างเหรอ

“ผมไม่ค่อยสนับสนุนเพราะผมไม่อยากให้เค้าเหนื่อยแบบผมแบบนี้ จริงๆเค้าก็ทำรายการเดอะโพล เป็นพิธีกร ถ้ารับเล็กๆน้อยๆผมโอเค และทำธุรกิจของตัวเองบางครั้งมันก็ยากถ้าเค้าจะมาจับต้องแบบผมจริงจังมันยาก”

คนโฟกัสความรักต่อกับมีนทำให้เรารู้สึกอึดอัดลำบากใจบ้างมั้ย

“ไม่อึดอัดหรอกครับเพราะมันเป็นผลจากการกระทำของผม ในเมื่อผมเลือกที่จะไม่โกหก ไม่ปิดบังเลือกจะไม่ใช้คำที่สวยหรู เลือกที่จะพูดตรงๆ ตรงแบบนี้ก็ต้องเจออะไรที่ตรงๆเช่นกันแต่ผลตอบรับสำหรับผมมันคุ้มที่ว่าคนที่เข้ามาติดตามเราเค้าติดตามที่ตัวตนของเรา ผมกล้าพูดได้ว่าผมไม่เคยสวมหน้ากาก เข้าหาใคร ผมอยากขอบคุณมากกว่าที่รักผมในแบบที่เป็นตัวผมจริงๆ”

ความฮอตความดังคนมโนยกให้ต่อขึ้นตำแหน่งสามีแห่งชาติ กรี๊ดแต่เราก็ยังมั่นคงกับแฟนจนใครๆก็แอบอิจฉา

“คนเราถ้าจะอยู่ด้วย กัน สิ่งเหล่านี้ ค่ามันไม่ได้อยู่ตรงนี้มันเป็นเรื่องค่าของคน อาจจะไม่ใช่หน้าตา รูปร่าง สิ่งเหล่านั้นมีค่านะแต่ไม่ยืนยาวเท่าสิ่งที่อยู่ข้างใน ผมเลือกแบบยืนยาว ผมอยากได้จากข้างในก่อน อย่างน้อยจิตใจดี รักครอบครัว”

คบกัน 7-8 ปี ทะเลาะกันบ้างมั้ย

“โอ้ยบ่อยครับ โตๆยังทะเลาะกันเลย อย่ามาพูดเลยคบกันไม่เคยทะเลาะ ถุย เอาจริงๆ เอาตรงๆรักกันไม่ทะเลาะให้เตะเลย รักกันมาก กระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดาก็เรื่องขี้ปะติ๋ว ทำไมเอาช้อนไว้ขวา เรื่องไร้สาระ”

ต่อเป็นคนขี้หึงมั้ย

“ผมบอกเลยขี้หึงมาก กล้าพูดว่าเป็นคนขี้หึง ไม่ได้แปลว่ารักมากหรือหวงมากนะ ขี้หึงหนะ ธรรมชาติเราเป็นคนขี้หึง นิสัยผู้หญิงแหละ”

เค้ารับเราได้เหรอความขี้หึงเข้าเส้น

“ได้สิ สำหรับผมเค้าก็หึง หึงเท่ากับว่ารักนะไม่ต่างกัน ไม่หึงแสดงว่าไม่แคร์” โอ๊ยๆๆ มีความอิจฉาสาวมีน อย่างแรง.

ติดตามอ่าน  “เล่ห์ลับสลับร่าง”  ได้ที่นี่