วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากขุนเขา...สู่ศิลปาชีพ น้ำพระราชหฤทัยยิ่งใหญ่ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ

จากการตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศเป็นเวลายาวนานต่อเนื่องหลายสิบปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนไทย และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น จึงทรงริเริ่มให้มีการฟื้นฟูและพัฒนางานฝีมือพื้นบ้านในแต่ละภูมิภาค ภายใต้ชื่อ “ศิลปาชีพ” เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ในชนบทให้มีรายได้เสริม นอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้พสกนิกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ยังเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านทั่วทุกภูมิภาคมิให้สูญหาย อีกทั้งยังช่วยเผยแพร่ฝีมือของช่างคนไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดย “ชาวไทยภูเขา” ในถิ่นทุรกันดารบนพื้นที่สูง ก็เป็นหนึ่งในราษฎรที่ได้มีโอกาสสัมผัสถึงน้ำพระราชหฤทัยยิ่งใหญ่ของล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์

และเพื่อเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมสำนักในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ร่วมกับห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สนับสนุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “จากขุนเขา สู่ศิลปาชีพ : 70 ปี ฟ้าในเฟรม” ณ ดิ อีเว้นต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ระหว่างวันที่ 3-16 ส.ค.นี้ เพื่อถ่ายทอดผลงานศิลปกรรมสื่อผสมหัตถกรรมผ้าชาวไทยภูเขาอันวิจิตร ที่สะท้อนเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ ที่พระราชทานความช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยทรงอนุรักษ์และพัฒนาผลงานหัตถกรรมชาวไทยภูเขา เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ควบคู่ไปกับงานโครงการหลวง

นอกเหนือจาก 40 ผลงานศิลปกรรมสื่อผสมหัตถกรรมฝีมือชาวไทยภูเขา ไฮไลต์พิเศษหาชมยากในงานนี้ ยังรวมถึงการเชิญ “โต๊ะทรงงาน” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงใช้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจระหว่างการแปรพระราชฐานเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาค พร้อมลายพระหัตถ์ในใบซักประวัติ ซึ่งสะท้อนถึงความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านงานจิตรกรรมต้นแบบภาพปัก สวนจิตรลดา “อ.นันทพงศ์ สินสวัสดิ์” บอกเล่าถึงการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก เพื่อร่วมจัดแสดงในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯครั้งนี้ว่า นับเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและถ่ายทอดความสวยงามของงานหัตถกรรมชาวไทยภูเขาในโครงการหลวง และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ความงามใต้ผืนผ้าเหล่านี้เปรียบดังแสงสว่างที่ส่องสะท้อนถึงน้ำพระราชหฤทัยยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อชาวไทยภูเขา และยังเป็นการสืบสานความงามของศิลปหัตถกรรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และสมบัติล้ำค่ายิ่งของชาวไทยภูเขาให้คงอยู่ต่อไป กว่าจะเกิดเป็นผลงานศิลปกรรมสักชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและความใส่ใจในรายละเอียดเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การคัดกรองเรื่องราวพระราชกรณียกิจ การออกแบบ การสรรหาผืนผ้าที่เหมาะสมลงตัว เพื่อนำมาประกอบเป็นหนึ่งชิ้นงาน

ผลงานชิ้นพิเศษที่ “อ.นันทพงศ์” บรรจงรังสรรค์ขึ้นในครั้งนี้ประกอบด้วย พระบรมสาทิสลักษณ์คู่แบบศิลปกรรมร่วมสมัย “ราชาเหนือฟ้า ราชินีเหนือฝัน” บอกเล่าความซาบซึ้งในความรักและการทุ่มเทพระวรกายของล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ ที่มีต่อคนไทยทุกหมู่เหล่า ทรงทำหน้าที่เหนือหน้าที่ของพระองค์ อีกหนึ่งผลงานแห่งความภูมิใจคือ “บันทึกของพ่อ” ถ่ายทอดบันทึกการทรงงานด้วยความเพียรตลอด 7 ทศวรรษ ของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับจากวินาทีแรกที่เสด็จฯไปผจญกับดงดอกฝิ่นและป่าที่ถูกแผ้วถางทำลายเพื่อทำไร่เลื่อนลอย สู่การพลิกฟื้นการดำรงชีพแบบใหม่ให้ชาวไทยภูเขา ด้วยการเกษตรพืชผลไม้เมืองหนาวเพื่อเลี้ยงชีพ ทุ่งนาแบบขั้นบันได รวมถึงงานหัตถกรรมประจำถิ่น ที่ต่อยอดจนกลายเป็นอาชีพเสริม ก่อเกิดรายได้ครัวเรือนที่พอเพียงสำหรับให้การศึกษาลูกหลาน ทั้งยังปลูกฝังให้ชาวไทยภูเขามีความรู้ความเข้าใจถึงการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่ทำลายระบบนิเวศน์ โดยผลงานชิ้นนี้ได้พรรณนาผ่านเส้นไหมบรรจงปักเรียงร้อยกันบนรูปม้วนฟิล์ม ที่ประดิษฐ์จากผ้าไหมให้แสงและเงาเสมือนจริง บนพื้นฉากผ้าชาวไทยภูเขาที่ผ่านเทคนิคการย้อมและคุมน้ำหนักสีด้วยผ้าซ้อนผ้า จนกลายเป็นผลงานชิ้นเด่นเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

ภายในงานยังเปิดให้ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ภายใต้คอนเซปต์ “บันทึกแห่งการให้” ได้แรงบันดาลใจจากกล้องทรงงานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บันทึกทั้งทุกข์และสุขของพสกนิกรชาวไทย เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาประโยชน์สุขเพื่อราษฎร ตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ ผสมผสานกับความงดงามของศิลปะพื้นถิ่น ที่นำผ้าชาวเขาทั้ง 6 เผ่า มาจัดเรียงแขวนเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน สะท้อนเรื่องราวการตามรอยพระราชดำริ ด้วยงานประดิษฐ์ตุ๊กตาชาวเขาบนม่านไหมพรมนับเป็นน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงเสียสละพระองค์อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย.

ทีมข่าวหน้าสตรี