วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ค่านิยมผิดๆ มีผัวฝรั่งแล้วจะสบาย รัฐเปิดคลินิกหญิงไทย เร่งแก้ปัญหา

เร่งล้างค่านิยมผิดๆ รัฐเปิด 'คลินิกหญิงไทย' สร้างความเข้าใจใหม่ ใช่ว่ามีผัวฝรั่งแล้วจะสบาย ไม่ต้องทำมาหากิน งานวิจัยเผย พ่อแม่ผู้หญิงคาดหวัง ส่งลูกไปแต่งงานต่างชาติ สบาย เงินทองไม่ขาดมือ

รศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ หัวหน้าสาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า คลินิกหญิงไทยของจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยจะให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้หญิงไทยในต่างประเทศ ให้ได้รับการปฏิบัติจากสามีชาวต่างประเทศตามที่เหมาะสมและควรจะเป็น

ขณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ กฎหมายครอบครัวของประเทศต่างๆ และการเข้าถึงช่องทางการช่วยเหลือเมื่ออยู่ต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มทักษะสำหรับหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อต้องใช้ชีวิตในต่างประเทศ ให้กับผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลกระทบที่จะมากับการแต่งงานของหญิงไทยกับชายชาวต่างชาติ

รศ.ดร.ดุษฎี กล่าวอีกว่า คลินิกนี้จะมุ่งเน้นไปที่หญิงไทยในชนบทของภาคอีสาน เนื่องจากค่านิยมของหญิงไทยในชนบททางภาคอีสาน ต้องการมีสามีชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลค่านิยมที่เข้าใจผิดที่ว่าหากแต่งงานกับชาวต่างชาติแล้วจะสุขสบาย จะร่ำรวย ซึ่งเป็นค่านิยมที่ผิด

ทั้งนี้ จากการวิจัยจะพบว่า ชายชาวต่างชาติที่มาสมรสกับหญิงไทย ส่วนใหญ่จะมีฐานะกลางๆ เช่นเป็น คนขับแท็กซี่ คนขับรถบรรทุก หรือทำงานที่อยู่ในระดับล่างถึงกลาง แต่การที่มีเงินทองใช้จ่ายนั้น อยู่ที่ความแตกต่างในเรื่องค่าของเงินระหว่างประเทศเท่านั้น

เมื่อชายชาวต่างชาติที่จะมาสมรสกับสาวไทย ก็จะทำให้เหมือนว่ามีชีวิตหรูหรา เงินทองไม่ขาดมือ ทำให้พ่อแม่คาดหวังให้หญิงไทยพอไปอยู่ต่างประเทศก็ให้ส่งเงินกลับมาให้ทางบ้าน ซึ่งหญิงไทยก็ส่งมาให้ไม่ได้มากพอ และในส่วนของผู้หญิงเอง ก็คาดหวังว่าตัวเองจะต้องอยู่สุขสบายเมื่อสมรสกับชาวต่างชาติไปแล้ว ไม่ต้องทำงาน

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง หากไม่ทำงานก็จะมีเงินใช้จ่ายไม่เพียงพออย่างแน่นอน เพราะค่าครองชีพสูงมาก จนสุดท้ายก็ไม่สามารถส่งเงินกลับมาให้พ่อแม่ได้ ขณะที่พ่อแม่ซึ่งคาดหวังอยู่แล้วก็ทำให้เกิดความกดดันต่อตัวหญิงไทยจนทำให้ทัศนคติที่ไม่ตรงกันนำไปสู่ความหย่าร้างในที่สุด ซึ่งคลินิกนี้ต้องการสร้างให้ครอบครัวเข้าใจลูกสาวมากขึ้น ไม่เกิดการกดดันเพื่อประคับประคองให้ชีวิตคู่สมรสต่างวัฒนธรรมให้ยั่งยืนได้

ทั้งนี้ คลินิกดังกล่าวยังมีปฏิบัติการเชิงรุก โดยการลงพื้นที่ไปตามชุมชนต่างๆ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล ให้ความรู้ คำแนะนำ ทั้งตัวหญิงไทยและครอบครัว และหากต้องการเข้ามาปรึกษาสามารถติดต่อมาได้หลายช่องทางทั้งเฟซบุ๊ก ชื่อ คลินิกหญิงไทยในสังคมพหุวัฒนธรรม หรือ เดินเข้ามาปรึกษาได้ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

พร้อมกันนี้หากมีหน่วยงานใดต้องการให้ทางคลินิกไปให้ความรู้กับชาวบ้านก็สามารถติดต่อมาได้ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น