วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มวิศวะว.เชียงรายผุดไอเดียช่วยชาวดอย "ตะบี้ตะบันส่งน้ำเพื่อชุมชน"

โดย ยายรหัส

“น้ำ” หนึ่งในปัจจัยสำคัญ ต่อการดำรงชีวิต ทั้งประเทศไทยเองได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์

แต่หารู้ไม่ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงหลายพื้นที่บนดอยสูง โดยเฉพาะที่หมู่บ้านผาเคียวและจะจ๋อ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าลาหู่ลาบา ตั้งอยู่ในเขต ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ต้องเผชิญปัญหาการกักเก็บน้ำจากธรรมชาติไว้ใช้ในชีวิตประจำวันและเพื่อการเกษตร

สิ่งที่น่าดีใจตอนนี้คือ ข้อจำกัดที่ว่ากำลังได้รับการคลี่คลายจากฝีมือ ของ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยเชียงราย ที่รวมทีมเข้าไปศึกษาสภาพปัญหาพร้อมเสนอไอเดียแก้ปมที่เกิดขึ้นด้วยโครงการ “ตะบี้ตะบันส่งน้ำเพื่อชุมชน” ดูจากชื่อโครงการแล้ว “ยายรหัส” ไม่รอรีต้องขอไปเจ๊าะแจ๊ะกับ 5 หนุ่มแกนนำเจ้าของไอเดีย

เริ่มที่หัวหน้าทีม “ก๊อต” อนุชิต จั่นจีน เล่าว่า “หมู่บ้านผาเคียว และจะจ๋อตั้งอยู่บนภูเขาสลับกับพื้นที่ราบระหว่างภูเขา ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรช่วงฤดูแล้ง แม้จะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารมีน้ำไหลผ่านหมู่บ้านตลอดทั้งปี แต่ก็ไม่สามารถนำน้ำจากแหล่งน้ำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ประกอบกับหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงไม่สามารถใช้เครื่องสูบน้ำเข้าแปลงเกษตรได้ ชาวบ้านต้องแบกน้ำขึ้นไปบนดอยทุกวันเพื่อทำการเกษตร จึงได้ปรึกษากับ อ.ภักดี สิทธิฤทธิ์กวิน และ อ.ศิริพงษ์ ตรีรัตน์ อาจารย์ที่ปรึกษา ในการ นำความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลที่ศึกษาอยู่มา พัฒนาต่อยอด เครื่องตะบันน้ำซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว นำมาปรับให้เข้ากับพื้นที่ โดยการออกแบบติดตั้งเครื่องตะบันน้ำ ซึ่งต้องมีการคำนวณความสูงของฝาย ความยาวของท่อและความสูงของพื้นที่การเกษตร รวมถึงเทคนิคต่างๆ เพื่อช่วยชาวบ้านประหยัดทั้งเวลาและแรงงานที่ต้องหาบน้ำขึ้นไป”

ขณะที่ พงศธร สุตะวงษ์ “บาส” อธิบายถึง หลักการทำงานของเครื่องตะบันน้ำว่า “เป็นปั๊มสูบน้ำชนิดหนึ่งที่สามารถส่งน้ำจากแหล่งน้ำที่มีระดับต่ำไปยังพื้นที่ที่มีความสูงได้ตั้งแต่ 10-20 เมตร โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ทำงานโดยอาศัยแรงกระแทกจากน้ำซึ่งภายในเครื่องจะมีกลไกเปิดและปิดวาล์ว สามารถส่งน้ำไปได้ระยะที่ไกลๆ และมีระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นก็จะนำไปเก็บน้ำไว้ในถังเก็บที่อยู่บนที่สูง และเมื่อจะใช้งานก็สามารถต่อไปใช้ในสวน ในชุมชน ใช้ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ ที่อยู่ระดับต่ำกว่าถังเก็บน้ำได้ เครื่องตะบันน้ำเหมาะกับแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เพราะน้ำที่ไหลล้นออกไปยังสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ท้ายน้ำได้ ข้อดีของเครื่องตะบันน้ำ คือเป็นเทคโนโลยีสะอาด จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้พลังงานจากธรรมชาติผลักดันให้เกิดการทำงาน สามารถเพิ่มผลผลิตได้ทุกฤดูกาล ชุมชนก็จะมีรายได้เสริมจากการทำเกษตรกรรม”

ส่วน อนันต์ยศ จันต๊ะคาด “เปรม” เสริมว่า “การทำงานของทีมเรานั้น หลังจากเลือกพื้นที่ได้แล้ว ได้มีการประชุมแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ วางแผนร่วมกับชุมชน พร้อมสำรวจแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำในลำธาร และพื้นที่สวน พร้อมกับสร้างฝายและติดตั้งเครื่องตะบันน้ำร่วมกับชุมชน ติดตั้งถัง เก็บน้ำ นอกจากนี้ ยังช่วยชาวบ้านวางแผนบริหารจัดการเรื่องการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ตะไคร้ ข่า เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปี”

ต่อกันที่ “แลต” นครชัย ก้างยาง บอกถึงแรงบันดาลใจที่ทำโครงงานว่า “ตอนลงพื้นที่สำรวจเห็นชาวบ้านเหนื่อย ท้อ ทุกคนในทีมจึงอยากช่วยให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งแรกๆ ชาวบ้านก็แปลกใจว่าเรามาทำอะไรกัน จะทำได้หรือ แต่จาก การที่เรานำโครงการเข้าร่วมประกวดใน โครงงาน “กล้าใหม่... สร้างสรรค์ชุมชน” ภายใต้ โครงการ “กล้าใหม่... ใฝ่รู้” ปีที่ 11 จัดโดย ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งโครงการได้ให้ทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าค่ายเรียนรู้การทำงานร่วมกับชุมชน ทำให้ได้รับความรู้มากมายที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เริ่มจากการเข้าไปคุยกับผู้นำหมู่บ้าน ขออนุญาตทดลองในพื้นที่ เพื่อทำเครื่องต้นแบบ และทดลองทำให้ดูเพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับชาวบ้าน จนสามารถขยายผล ต่อเนื่องจนสำเร็จได้”

ปิดท้ายกับ ศุภลักษณ์ มณีวรรณ “เอ้” ชี้ถึงปัจจัยความสำเร็จว่า “มาจาก ความอดทน มุ่งมั่น สามัคคี ของทุกคนในทีมที่อยากจะทำเพื่อชุมชน ทุกคนไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะหรือแพ้การประกวดโครงการ แต่ สิ่งที่คาดหวังคือชาวบ้านสามารถทำเครื่อง ตะบันน้ำเองได้ เข้าใจหลักการ และสานต่อขยายไปยังชุมชนอื่นๆ ครอบครัวอื่นๆ หน่วยงานอื่นๆ เป็นการกระจายความรู้ จาก 1 ไป 2 จาก 2 ไป 4 เป็นเท่าทวีคูณ เพื่อทำให้ชาวบ้านบนดอยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ”

และด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ชาวบ้านบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้โครงการ “ตะบี้ตะบันส่งน้ำเพื่อ ชุมชน” คว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโครงงาน “กล้าใหม่...สร้างสรรค์ชุมชน” ภายใต้โครงการ “กล้าใหม่...ใฝ่รู้” ปีที่ 11

“ยายรหัส” เชื่อว่า ความภาคภูมิใจของทุกคนในทีมที่สร้างสรรค์โครงการ “ตะบี้ตะบันส่งน้ำเพื่อชุมชน” กับรางวัลที่ได้รับคงไม่เท่าความอิ่มเอมใจที่ได้เห็นความสุขจากรอยยิ้มชาวบ้านที่ได้รับสิ่งดีๆ

และที่สำคัญที่สุดคือ การได้เป็น “ผู้ให้” กับสังคมโดยรวม.

ยายรหัส