วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองปัญหากบฏในฟิลิปปินส์ แลการพัฒนา 3 จว.ชายแดนใต้

สรุปการพัฒนา–พล.ต.บรรพต พูลเพียร ผช.ผอ.ศปป.5 กอ.รมน. (นั่งหัวโต๊ะ) นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก–ลก (แถวหลัง–ซ้ายสุด) พร้อมทีมงาน บรรยายสรุปสถานการณ์และการพัฒนา อ.สุไหงโก–ลก 1 ใน 3 โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”.

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง เมื่อประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำจอมกร้าวแห่งฟิลิปปินส์ เสนอเมื่อเดือนที่แล้วว่าจะผลักดัน “กฎหมายพื้นฐานบังซาโมโร” (บีบีแอล) ให้ผ่านสภา เพื่อตั้ง “เขตปกครองตนเอง” ของชาวมุสลิมบนเกาะ “มินดาเนา” ทางภาคใต้ ซึ่งมีปัญหากบฏมุสลิมต่อสู้แบ่งแยกดินแดนมายาวนาน

ข้อเสนอนี้มีจุดประสงค์เพื่อ “ดึงมวลชน” ชาวมุสลิม และเอาชนะกบฏมุสลิมกลุ่ม “มาอูเต้” ซึ่งเป็นสาขาของ “กองกำลังรัฐอิสลาม” (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย ที่บุกยึดเมืองมาราวีและสู้รบกับกองทัพรัฐบาลมานานกว่า 2 เดือน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 500 คน จนดูเตร์เตต้องขยายกฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาจนถึงสิ้นปี

กฎหมายพื้นฐานบังซาโมโร มีเจ้าหน้าที่รัฐและ “แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร” (เอ็มไอแอลเอฟ) กับ “แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร” (เอ็มเอ็นแอลเอฟ) กบฏมุสลิมกลุ่มใหญ่อันดับ 1 และ 2 ช่วยร่างขึ้น แต่กบฏกลุ่มอื่นๆ อาจไม่เล่นด้วย ส่วนจะผ่านสภาหรือไม่ก็ยังต้องลุ้น

เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้ว หลังเอ็มไอแอลเอฟลงนามข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน ในปี 2557 แต่ “กฎหมายปกครองตนเอง” อันเป็นหัวใจของข้อตกลงสันติภาพกลับไม่ผ่านสภา ส่งผลให้กบฏมุสลิมกลุ่มเล็กๆ หลายกลุ่มหันไปประกาศสวามิภักดิ์ต่อไอเอส ซึ่งการโจมตีเมืองมาราวีเมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการ “ประกาศศักดา” ของสาขาไอเอสเป็นครั้งแรก ซึ่งจนบัดนี้รัฐบาลก็ยังปราบไม่ได้

ก่อนหน้านี้ กลุ่มเอ็มเอ็นแอลเอฟก็เคยลงนามข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลในปี 2539 และมีการตั้งเขตปกครองตนเองบางส่วนบนเกาะมินดาเนามาแล้ว แต่ความรุนแรงก็ไม่ยุติ กบฏหลายกลุ่มยังก่อความไม่สงบอยู่

ข้อเสนอ “เขตปกครองตนเอง” ของดูเตร์เต อาจมีผู้นำไปเปรียบเทียบกับ “สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย” เพราะเคยมีผู้เสนอเรื่องนี้เป็นระยะๆ

เดือนที่แล้ว มีโอกาสลงพื้นที่ จ.นราธิวาส 1 ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทริปนี้มี กอ.รมน. เป็นเจ้าภาพ มี พล.ต.บรรพต พูลเพียร ผช.ผอ.ศปป.5 กอ.รมน. คุมทีมสื่อฯไปเอง ได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบ และความคืบหน้าของการพัฒนาพื้นที่ไม่น้อย

เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงซึ่งขอสงวนนามให้ความเห็นว่า กรณีตั้งเขตปกครองตนเองในฟิลิปปินส์คงเปรียบเทียบกับไทยไม่ได้ เพราะมี “บริบท” ที่ละเอียดอ่อนแตกต่างกัน โดยที่มินดาเนาเป็น “การขัดกันด้วยอาวุธ” (Armed Conflict) มีกองกำลังใช้อาวุธสู้รบกันเต็มรูปแบบ แตกต่างกับ 3 จว.ชายแดนใต้ของไทย ส่วนการที่กลุ่มไอเอส จะเข้ามาตั้งฐานในไทยหรือไม่นั้น ยังไม่ปรากฏ อาจเป็นเพราะไทยยังไม่ใช่เป้าหมาย ไม่เหมือนฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย แต่เจ้าหน้าที่ก็เฝ้าระวังเต็มที่

แม้ 3 จว.ชายแดนภาคใต้ยังมีปัญหาความไม่สงบ แต่การพัฒนาพื้นที่ก็ทำกันอยู่เข้มข้น รวมทั้ง ครม.มีมติเมื่อ 4 ต.ค.2559 ให้มีโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (พ.ศ. 2560–2563) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ 3 อำเภอใน จว.ชายแดนใต้ ได้แก่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ให้เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนา “เกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน” (Agricultural Industry City) อ.เบตง จ.ยะลา ให้เป็นเมืองต้นแบบ “การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development City) อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ให้เป็นเมืองต้นแบบ “การค้า ชายแดนระหว่างประเทศ” (International Border City) มุ่งหวังให้เป็น “สิงคโปร์ในเมืองไทย” โดยมีแนวทางการพัฒนาเป็น 3 ระยะ และมีเป้าหมายเชื่อมโยงระบบขนส่งทั้งหมดไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศด้วย

สำหรับ จ.นราธิวาสที่ได้ไปเยือนหนนี้ มีพื้นที่ 4,475.43 ตร.กม. มีประชากร 787,082 คน ประชาชนส่วนใหญ่ประมาณ 88% เป็นชาวมุสลิม มีด่านพรมแดนติดกับ “มาเลเซีย” 3 ด่าน คือ 1.ด่านตากใบ 2.ด่านสุไหงโก-ลก 3.ด่านบูเก๊ะตา อ.แว้ง มีการนำเครื่องตรวจหนังสือเดินทางระบบ PIBICS และระบบฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ E-Finger print และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV อันทันสมัยมาใช้แล้ว

นราธิวาสมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็น “เกต เวย์” สู่อาเซียนทางใต้ ผ่านทิศตะวันออกของมาเลเซีย และติดอ่าวไทย อีกทั้งมีศักยภาพด้านการขนส่ง โดยทางบกมีถนนที่สะดวกและทางรถไฟถึงชายแดนมาเลเซีย ทางเรือมีท่าเทียบเรือพาณิชย์ ทางอากาศมีท่าอากาศยานนานาชาตินราธิวาสนราธิวาสยังมีทุนมนุษย์และวัฒนธรรม

ที่มีอัตลักษณ์ของความเป็นมลายู มีทุนทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งยางพารา ข้าว ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ลองกอง ส่วนแหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งมีป่าดงดิบชื้น “ฮาลา-บาลา” ที่มีจุดชม “ทะเลหมอก 2 แผ่นดิน” อันสวยงามที่ อ.แว้ง มีศูนย์วิจัยศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร หรือป่า “พรุโต๊ะแดง” ป่าพรุที่อุดมสมบูรณ์แห่งสุดท้ายของไทย มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 120,000 ไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอ คือตากใบ สุไหงโก-ลก และสุไหงปาดี มีพันธุ์พืชและสัตว์ที่หายากมากมาย

ที่ อ.สุไหงโก-ลก ยังมี “ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ” ที่ลือเลื่อง ส่วนที่ ต.ละหาร อ.ยี่งอ มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งบริษัท “ซัน โฟรเซน ฟรุต” เป็นภาคเอกชนรายแรกที่เข้าไปลงทุนทำโรงงานแช่แข็งและแปรรูปผลไม้ท้องถิ่นต่างๆ เช่น ทุเรียน ลองกอง มังคุด สะตอ เพื่อส่งออก

นราธิวาสเดินหน้าพัฒนาในทุกมิติอย่างเข้มข้น...ถ้าปัญหาความไม่สงบยุติลงได้จะยิ่งรุ่งโรจน์ และผู้ไปเยือนจะได้สัมผัสเอกลักษณ์ที่มีเสน่ห์หลากหลายได้ลึกซึ้งมากกว่านี้!


บวร โทศรีแก้ว