วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระทึก! เพลิงไหม้รถบรรทุกแก๊ส 7 ตัน กลางดึก เมืองปากน้ำ

ระทึก! รถบรรทุกแก๊ส 7 ตัน เกิดเพลิงไหม้กลางดึก กลางเมืองปากน้ำ หวิดบึม คนขับวิ่งหนีหายไป จนท.ต้องระดมฉีดน้ำสกัดและฉีดหล่อเลี้ยงอีกกว่า 1 ชม. จนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ตร.เตรียมเรียกคนจับมาสอบปากคำหาข้อเท็จจริง 

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 4 ส.ค.60 ร.ต.อ.สันหวัช แก้วงดวงศรี รอง.สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับมีเหตุเพลิงไหม้ รถบรรทุกแก๊ส เหตุเกิดบริเวณ สะพานตะกาด ถนนพุทธรักษา ฝั่งมุงหน้าถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทวี เหลาเคน สวป.สภ.เมืองสมุทรปราการ รถดับเพลิงเทศบาลนครสมุทรปราการ จำนวน 3 คัน และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ บริเวณกลางถนน พบรถบรรทุกแก๊ส LPG แบบรถแคปซูล 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-9765 สมุทรปราการ ข้างประตูรถ ติดชื่อ บริษัทธนาสิทธิ์ โลจิสติกส์ จำกัด บริเวณล้อหลังข้างซ้ายมีแสงเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ เพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดถนน เพื่อไม่ให้รถที่ไม่เกี่ยวข้องผ่านไปมา และกันคนห่างรัศมี ประมาณ 50 เมตร ก่อนที่ จะลากสายยางเข้าระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงนานกว่า 10 นาที จึงคุมเพลิงเอาไว้ได้ จากนั้น ยังได้ทำการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอยู่นานเกือบ 1 ชม.เพื่อป้องกันการรั่วไหลของแก๊ส เนื่องจากบริเวณภายนอกของถังแคบซูลบางส่วนได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายด้วย ส่วนคนขับทราบว่า หลังเกิดเหตุได้เปิดประตูลงจากรถ และวิ่งหายไป

ต่อมา ได้มีหญิง อายุประมาณ 50 ปี ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับอ้างว่า เป็นผู้จัดการของบริษัท รถบรรทุกแก๊ส ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่เมื่อพยายามสอบถามหญิงคนดังกล่าว ก็ไม่ยอมเปิดเผยชื่อตนเองและชื่อของคนขับรถแต่อย่างใด ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถคันดังกล่าว ได้บรรทุกแก๊สมา 7 ตัน ขับออกจากบริษัทปั้มแก๊ส ย่านเพชรงาม ถนนพุทธรักษา เพื่อไปส่งที่ปั้มแก๊ส ที่กระทุมแบน จ.สมุทรสาคร โดยออกมาจากบริษัทไม่ถึง 10 กิโลเมตร กระทั่งเกิดเพลิงไหม้ล้อดังกล่าว ส่วนสาเหตุ คาดว่าล้อหลังด้านซ้ายชำรุดจนไปติดกับคัซซีระหว่างทางล้อได้ไปเสียดสีกับคัซซี จนเกิดไฟลุกไหม้ดังกล่าว ส่วนคนขับได้วิ่งลงจากรถเอาถังดับเพลิงมาดับแต่ไม่เป็นผล จึงได้กลับไปบอกตนที่บริษัท เพื่อให้ตนได้มาดูที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวคนขับ มาทำให้การเพื่อหาสาเหตุ อย่างละเอียดอีกครั้ง...