วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อุบลรัตน์' ปริ่ม ผวา 4 จังหวัดจม ชี-มูลเริ่มล้น ยอดบริจาค! กว่า260ล้าน

ระดับน้ำใน จ.สกลนคร เริ่มลดลง ส่งผลให้มีขยะลอยเกลื่อนวันละกว่า 200 ตัน นครพนมยังอ่วมเร่งผันน้ำลง ฝั่งโขง ส่วนแม่น้ำมูลไหลทะลักริมสองฝั่งในเขตเทศบาลนครอุบลฯ ร้อยเอ็ดแม่น้ำชีซัดถนนพังชาวบ้านติดเกาะ ด้านกรมชลฯ หน่วงน้ำที่เขื่อนอุบลรัตน์หวั่นทะลักซ้ำ 4 จังหวัด ที่ อ.ชุมแสงระทมรับมวลน้ำก้อนโต ส่วนภาคใต้ฝนกระหน่ำสตูลท่วม 2 อำเภอ ที่เกาะพีพีปักธงแดงเตือนห้ามเล่นน้ำ ขณะที่รัฐบาลเร่งเสนองบและจัดงานระดมเงินช่วยน้ำท่วม

ภัยพิบัติน้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดทางภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก พืชผลทางการเกษตร รวมทั้งไร่นาเสียหายหลายแสนไร่ จ.สกลนคร มีน้ำท่วมหนักสุดเมืองจมบาดาลมาหลายวัน สถานการณ์เริ่มคลี่คลายมวลน้ำไหลลงสู่ จ.นครพนม ปริมาณกักเก็บน้ำในลำน้ำสายต่างๆ เกินความจุเริ่มไหลทะลักเข้าท่วมอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน ทุกภาคส่วนระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

น้ำลดขยะลอยเกลื่อน

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สกลนคร ระดับน้ำเริ่มลดลง เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายสุมนิศร์ ทีฆธนานนท์ รักษาราชการนายกเทศมนตรีนครสกลนคร ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่บ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครสกลนคร ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร อยู่ติดกับหนองหาร พร้อมเปิดเผยว่า บ่อบำบัดน้ำเสียฯเป็นจุดรับมวลน้ำของนครสกลนคร ก่อนไหลลงสู่หนองหาร ล่าสุดระดับน้ำในบ่อบำบัดเริ่มมีส่วนต่างจากระดับน้ำหนองหารแล้ว จากเดิมที่กลายเป็นผืนน้ำเดียวกันประสานขอเครื่องจักรจากศูนย์ ปภ.เขต 7 จ.สกลนคร และ ปภ.จังหวัดใกล้เคียงนำเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ขณะนี้น้ำท่วมใน จ.สกลนคร น้ำเริ่มลดลง แต่ยังมีปัญหาขยะที่ลอยมากับน้ำประมาณ 200-300 ตันต่อวัน ทางเทศบาลนครสกลนครระดมกำลังช่วยกันเก็บและจัดหาที่ทิ้งขยะชั่วคราวเพิ่มเติม สำหรับความเสียหายใน จ.สกลนครมีทั้งหมด 18 อำเภอ พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 1 ล้านไร่ ประชาชนเดือดร้อน 4 แสนคน โรงเรียนปิด 107 แห่ง ถนนที่ใช้สัญจรทั้งสายหลักและสายรองพังเสียหายจำนวนมาก มีผู้เสียชีวิต 10 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 4-5 พันล้านบาท

ทหารหนุนเรือผันน้ำ 35 ลำ

พล.ร.ต.วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม (นรข.) นำกำลังลงพื้นที่ดำเนินการสนับสนุนติดตั้งเรือผลักดันน้ำ 35 ลำ เพื่อผลักดันน้ำ 2 จุด คือ บริเวณสะพานลำน้ำสงคราม และสะพานลำน้ำอูน ในเขตพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีปริมาณน้ำสูงเกินความจุประมาณ 1-2 เมตร เพื่อเร่งผันน้ำลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น จะเป็นการเพิ่มการระบายน้ำได้อีกเท่าตัว เฉลี่ยสามารถระบายน้ำวันละ 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตร

เสริมกระสอบทรายกั้นน้ำ

จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่กรมชลประทานเร่งระบายน้ำจากเขื่อนลำปาว ส่งผลให้น้ำตามลำน้ำสายหลักเอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรตามลำน้ำพาน ลำน้ำปาว และลำน้ำชี ทั้ง 5 อำเภอ ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ที่บ้านโคกกลาง ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานนำกระสอบทรายเสริมพนังกั้นลำน้ำปาวสูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร ในจุดเสี่ยง 3 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากลำพานเข้ามาในพื้นที่ฝั่งบ้านกุดอ้อ บ้านสุขสวัสดิ์ และบ้านสงเปลือย เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมตั้งเวรยามคอยเฝ้าดูพนังกั้นน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เร่งอพยพชาวบ้านใน อ.เมืองกาฬสินธุ์ ไปพักที่วัดบ้านท่าสิน และวัดป่ามัชฌิมมาวาส บ้านดงเมือง ทหารมณฑลทหารบกที่ 23 นำโรงครัวเคลื่อนที่มาประกอบอาหารให้ผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

หนองคายน้ำสูง 3 เมตร

จ.หนองคาย มวลน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ไหลลงมาถึงพื้นที่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นน้ำท่วมถนนสายหลัก อ.เฝ้าไร่และ อ.โซ่พิสัย ระดับน้ำสูง 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรระดับน้ำเพิ่มสูง 3 เมตร ส่วนโรงเรียนบ้านโนนยางดอนเม็ก ยังปิดการเรียนการสอน ระดับน้ำสูงท่วมใต้ถุนอาคารเรียนและสนามฟุตบอล ด้านนายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย กล่าวว่า น้ำจากเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ระบายออกมาในช่วงต้นสัปดาห์ล้นสปิลเวย์อยู่ที่ 1.38 เมตร หรือมีการระบายน้ำออก 11 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำล้นเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ อ.เฝ้าไร่ ก่อนจะไหลลงแม่น้ำสงคราม และไหลลงสู่แม่น้ำโขง ตรวจสอบพบว่ามีปริมาณน้ำจากเขื่อนน้ำอูนลดลง 1.29 เมตร ปริมาณการระบายของน้ำลดลงเหลือ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นสัญญาณที่ดีว่าระดับน้ำจะทรงตัวและลดระดับลงในเร็วนี้ ขณะเดียวกัน ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย และสถานีพัฒนาอาหารสัตว์เตรียมนำฟ่อนหญ้าแห้ง และเวชภัณฑ์แร่ธาตุอาหารสัตว์มาสนับสนุนให้ประชาชนที่เลี้ยงโค กระบือ ต้องย้ายสัตว์เลี้ยงไปอยู่บนที่สูง

ถนนขาดน้ำท่วมขัง

จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำในแม่น้ำมูลล้นตลิ่งท่วมชุมชนสองฝั่งแม่น้ำในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบเป็นวงกว้าง ไหลทะลักเข้าชุมชนกอไผ่ อ.วารินชำราบ ด้านนายพิทักษ์ชัย เกษาพันธ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุข อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยหลายจุด อาทิ ถนนเชื่อมระหว่างบ้านหนองกวาง อ.เขื่องใน กับบ้านส้มป่อย อ.ม่วงสามสิบ น้ำจากลำเซบายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอด 5 วัน ความสูงของน้ำประมาณ 2 เมตร ท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนถูกตัดขาด ต้องใช้เรือในการสัญจรแทน ทำให้ชาวบ้านเกิดความลำบากหากเดินทางเข้าตัวเมืองอุบลราชธานี ต้องเดินทางอ้อมไปไกลอีกกว่า 10 กม.

ร้อยเอ็ดชาวบ้านติดเกาะ

นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า มวลน้ำไหลจากลำน้ำยัง และลำน้ำชี เข้าท่วมในพื้นที่ ต.วังหลวง ต.นาแซง อ.เสลภูมิ น้ำกัดเซาะถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านขาดหลายสาย ทำให้ชาวบ้านอยู่ในสภาพติดเกาะ ล่าสุดทหารกองพลทหารราบที่ 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช นำสะพานเหล็กไปติดตั้งเป็นจุดแรกเชื่อมต่อช่วงถนนระหว่างบ้านนาแซง กับบ้านไค่นุ่น ต.นาแซง อ.เสลภูมิ ถนนขาด 50 เมตร เพื่อให้สัญจรไปมาชั่วคราว ด้านนายวัลลภ จินดาเงิน นายอำเภอเชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ขณะนี้มวลน้ำจากลำน้ำชีไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและหมูบ้านระดับน้ำยังไม่สูง ชาวบ้านยังไม่ยอมอพยพไป หากน้ำหนุนมากขึ้น เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยไว้แล้ว

โคราชอ่วม 12 อำเภอ

ที่เขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เร่ง ระบายน้ำออกเปิดบานระบายทั้ง 7 บาน ยกแขวนพ้นน้ำ น้ำไหลลงท้ายเขื่อน 339 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำในลำน้ำมูลมีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการแพ ร้านอาหารในลำน้ำมูลบริเวณสะพานบ้านแก้ง ต.คูซอด อ.เมืองศรีสะเกษ ครัวที่ตั้งอยู่ริมฝั่งจมน้ำมิดระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านเร่งขนย้ายของขึ้นที่สูงกันอย่างอลหม่าน และเดินไปบนหลังคาครัวที่อยู่ต่ำลงไปอีกหลังหนึ่งซึ่งจมมิดมองไม่เห็น ส่วนที่ จ.นครราชสีมา สรุปสถานการณ์น้ำท่วมประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 12 อำเภอ 75 ตำบล 758 หมู่บ้าน 14 ชุมชน เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือ

เขื่อนอุบลรัตน์หน่วงน้ำช่วย 4 จังหวัด

นายทรงวุฒิ กิจวรวุฒิ ผอ.โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาหนองหวาย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ปริมาณน้ำสูงกว่าเส้นควบคุมบนและเส้นควบคุมน้ำหลาก ตามหลักการบริหารจัดการน้ำด้านความปลอดภัยของเขื่อน มีความจำเป็นต้องระบายน้ำให้อยู่ใกล้เคียงกับเส้นควบคุมบน เพื่อลดความเสี่ยงบรรเทาอุทกภัย และเพื่อให้เขื่อนมีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเป็นช่วงกลางฤดูฝน แต่เนื่องจาก จ.มหาสารคาม จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.ยโสธร ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงมีความจำเป็นต้องให้เขื่อนอุบลรัตน์ช่วยหน่วงน้ำ หรือชะลอการระบายน้ำไว้ก่อน แม้ว่าเจ้าหน้าที่เขื่อนอุบลรัตน์ ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดในการระบายน้ำสูงสุด 25 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสูงมากกว่า 50 ล้าน ลบ.ม. แต่เขื่อนยังคงระบายน้ำเพียง 15 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28% ของปริมาณน้ำไหลลงเขื่อน ขณะนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำ ทั้งปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อน ระดับน้ำแม่น้ำชี และพื้นที่น้ำท่วมด้านท้ายเขื่อนด้วย หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายเขื่อนอุบลรัตน์จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก

เตือนริมฝั่งแม่น้ำมูล

นายสมชาย คณาประเสริฐกุล ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 7 เปิดเผยถึงปริมาณน้ำแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี เมื่อเช้าวันที่ 4 ส.ค. อยู่ที่ 112.43 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง อัตราการไหล 2,558 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 11 เซนติเมตร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งฝั่ง อ.วารินชำราบ 43 ซม.ทำให้น้ำเอ่อท่วมบางชุมชนแล้ว และระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากแม่น้ำมูลทางตอนบนและแม่น้ำชีระบายน้ำลงมาจำนวนมาก คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกหนักภายในสัปดาห์นี้ระดับน้ำจะยังคงสูงกว่าตลิ่งฝั่ง อ.วารินชำราบ 50-80 ซม. เตือนประชาชนและหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เตรียม พร้อมรับสถานการณ์

ชาวบ้านเครียดเป็นห่วงบ้าน

ด้าน น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ นายก เทศมนตรีนครอุบลราชธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่อพยพหนีน้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนจนต้องมาอาศัยอยู่จุดอพยพที่ทางเทศบาลนครอุบลราชธานีมาจัดเต็นท์ไว้บริการ มีทีมแพทย์ไว้คอยตรวจรักษาผู้อพยพที่มีอาการเจ็บป่วย แจกยาสามัญประจำบ้าน และถุงยังชีพเบื้องต้นพบประชาชน ส่วนใหญ่เริ่มมีอาการเครียดจากน้ำท่วมบ้านเรือน เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินของตนเอง และหลายคนลุยน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเริ่มเป็นโรคน้ำกัดเท้าแล้ว สำหรับพื้นที่เทศบาลนครอุบลราชธานี ปัจจุบันมีผู้ประสบอุทกภัยจากลำน้ำมูลน้อย และแม่น้ำมูลไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนจนต้องอพยพไปอาศัยอยู่จุดอพยพ ประกอบด้วยชุมชนวังแดง 36 ครัวเรือน ชุมชนติ่งปลาเผา 9 ครัวเรือน ชุมชนท่าวังหิน 14 ครัวเรือน บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสีย 6 ครัวเรือน และบริเวณสันเขื่อนถนนเลียบริมแม่น้ำมูล 5 ครัวเรือน

ชุมแสงระทมน้ำพิจิตรหนุน

สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ล่าสุดมวลน้ำจากแม่น้ำน่านไหลมาจาก จ.พิจิตร เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรของหมู่ 2 และหมู่ 3 ต.โคกหม้อ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ อย่างต่อเนื่อง ทำให้พืชผลทางการเกษตรที่อยู่ริมแม่น้ำถูกน้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อน 50 หลังคาเรือน ด้านนางนิภา แก้วประดิษฐ์ ชาวบ้านใน อ.ชุมแสง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังคงไม่ไว้วางใจกับสถานการณ์ของน้ำและรีบเก็บของขึ้นที่สูง เนื่องจากทราบว่ายังมีมวลน้ำไหลมาจาก จ.พิจิตร เข้ามาในพื้นที่อีกจำนวนมาก หากมีฝนตกหนักคงต้องอพยพไปอยู่ที่ปลอดภัย

น้ำท่วมนาข้าว 1,000 ไร่

นายศักดิ์ดา บรรดาศักดิ์ นายอำเภอเมืองอ่างทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชลประทาน จ.อ่างทอง และเจ้าหน้าที่ อปท. 3 ตำบล คือ ต.คลองวัว ต.มหาดไทย และ ต.ศาลาแดง นำรถแบ็กโฮและติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกจากนาข้าวในพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ลงสู่แม่น้ำน้อย นายศักดิ์ดาเปิดเผยว่า หลังมีฝนตกลงมาต่อเนื่องหลายวัน ทำให้นาข้าวทั้ง 3 ตำบลได้รับผลกระทบน้ำท่วมจนเกือบจะมิดรวงข้าว เพราะไม่มีที่ระบายน้ำ เนื่องจากน้ำในคลองชลประทานมีระดับสูงและยังเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวอีกด้วย ขณะนี้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือแบบบูรณาการ นำรถแบ็กโฮมาขุดสร้างคันกั้นน้ำเสริมบนคันนา ก่อนสูบน้ำลงสู่แม่น้ำน้อย เพื่อไม่ให้นาข้าวเสียหาย รอจนชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังออกรวงต่อไป

“ปู” โพสต์ให้กำลังใจคนอีสาน

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากอุทกภัยครั้งนี้ขอส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องชาว จ.สกลนคร และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน รวมถึงภาคเหนือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ อยากลงไปเยี่ยมด้วยตนเอง แต่คงเป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงนี้ตนไม่สามารถลงไปเยี่ยมพี่น้องผู้ประสบภัยได้ ขออนุญาตส่งความห่วงใยและกำลังใจไปแทน ขอให้พี่น้องทุกท่านปลอดภัย ผ่านพ้นอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้ และให้สถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สตูลฝนถล่มหนัก 2 อำเภอ

สภาพฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องที่ จ.สตูล ตลอดสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ 2 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ทุ่งหว้า และ อ.ละงู ที่ อ.ทุ่งหว้า ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ไหลเข้าท่วมบริเวณเขตเทศบาลตำบลทุ่งหว้า และน้ำป่าไหลทะลักเข้าพื้นที่หมู่ 7 ต.ทุ่งหว้า และหมู่ 3 ต.ป่าแก่บ่อหิน ส่วนพื้นที่ อ.ละงู น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ที่หมู่ 9 ต.น้ำผุด โดยเฉพาะที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองหอยโข่ง น้ำป่าทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วจนต้องปิดการเรียนการสอน นอกจากนี้ ที่หมู่ 10 ต.น้ำผุด บริเวณสะพานเชื่อมระหว่างหมู่ 10 และหมู่ 4 อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กระแสน้ำป่าไหลทำให้ทางเบี่ยงขาด รถไม่สามารถข้ามผ่านได้ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวล่องแก่ง มีคำสั่งให้หยุดบริการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ปักธงแดงเตือนคลื่นลมแรง

ที่บริเวณท่าเรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เรือหางยาวและเรือนำเที่ยวจำนวนมาก จอดอยู่ภายในคลองแห้งเพื่อหลบคลื่นลม หลังจากตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง และทะเลมีคลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่คอยแจ้งเตือนเรือที่จะนำนักท่องเที่ยวห้ามบรรทุกน้ำหนักเกิน พร้อมแจ้งเตือนให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง ส่วนตามเกาะต่างๆในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ที่อ่าวมาหยา เกาะพีพี เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวัง ที่เกาะไผ่ ทะเลแหวก และเกาะ ปอดะ ขึ้นธงแดงเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำ

ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 4 ส.ค. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี. จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุเรือหางยาวนำเที่ยวของบริษัทบาราคูดัส ชื่อเพชรวารี 4 เกิดล่มบริเวณปากร่องน้ำคลองสน หมู่ 5 ต.อ่าวนาง อยู่ห่างออกไปจากฝั่งประมาณ 1 กม. มีผู้โดยสาร 12 คน พร้อมคนขับเรือ 1 คน และไกด์ 1 คน เจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือสามารถนำนักท่องเที่ยวและคนขับทั้งหมดกลับเข้าฝั่งได้ปลอดภัย ส่วนสาเหตุมาจากเรือไปกระแทกกับหินจนแตกเสียหาย

กรมอุตุฯเตือนฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ของบกลางช่วยน้ำท่วม

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ส.ค. เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเงินช่วยเหลือเร่งด่วนเฉพาะหน้าให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยจะของบกลางประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. ถึงปัจจุบันรวม 35 จังหวัด จำนวน 570,000 ครัวเรือน ชดเชยครัวเรือนละ 3,000 บาท จะจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้สั่งการให้กรมชลประทานในทุกพื้นที่เร่งระบายน้ำให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว หลังจากนี้จะเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบของกระทรวงการคลัง กรณีที่เสียหายอย่างสิ้นเชิง ประกอบด้วย นาข้าวไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ ไร่ละ 1,148 บาท และพืชสวน ไร่ละ 1,690 บาท

นายกฯควัก 1 แสนบาท

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบเงิน 1 แสนบาท สมทบทุนกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในรายการพิเศษ “ประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี” ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรับบริจาคจากประชาชน คาดว่าจะได้เงินประมาณ 300-500 ล้านบาท

สมเด็จพระสังฆราชฯช่วยน้ำท่วม

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหน่วยงานช่วยรวบรวมรับบริจาคเครื่องอุปโภค เช่น เวชภัณฑ์และยา มุ้ง ตลอดจนเครื่องใช้จำเป็นต่างๆเพื่อบรรเทาทุกข์สำหรับผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผู้ประสงค์จะโดยเสด็จพระกุศล สามารถนำสิ่งของต่างๆหรือปัจจัยสำหรับจัดซื้อสิ่งของที่จำเป็น ไปมอบได้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจนครบาลทุกแห่งทั่วกรุงเทพมหานคร และที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อรวบรวมจัดส่งไปยัง จ.สกลนครและนครพนม สำหรับแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 7 ส.ค.นี้

ยอดบริจาค 260 ล้านบาท

ต่อมาเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล รัฐบาลจัดงาน “ประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำ ครม.และศิลปินดารารับโทรศัพท์ รับมอบเงินบริจาคผ่านหมายเลขโทรศัพท์พิเศษหมายเลข 0-2356-0303 รับอัตโนมัติ 30 คู่สาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเปิดสายรับบริจาคเพียง 30 นาที มียอดเงินรวม 260 ล้านบาท