วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พธม.บีบป.ป.ช.อุทธรณ์ อ้างศาลปค. ที่ตัดสินว่าชุมนุมโดยสงบ

 ‘บิ๊กป้อม’สั่งตร.ประกบติด ผบ.ทบ.กร้าวไม่เกรงใจใคร


พันธมิตรฯแถลงการณ์คาใจยกฟ้อง“สมชาย”พร้อมพวก คดีสลายชุมนุม อ้างคำตัดสินศาลปกครอง-ป.ป.ช.-กสม. ระบุกลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมโดยสงบคัดง้าง เตรียมยื่นหนังสือ ป.ป.ช. 7 ส.ค. จี้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ เผยเตรียมแผนใช้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วม “วิชา” ยันสำนวน ป.ป.ช.ไม่อ่อน ขอใจเย็นรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มก่อน วิษณุแนะ ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ไปก่อน แม้ ก.ม.ใหม่ยังไม่บังคับใช้ “บิ๊กป้อม” ฮึ่มพันธมิตรฯ ระวังผิด ก.ม.ชุมนุมเกิน 5 คน สั่ง ตร.ประกบความเคลื่อนไหว ผบ.ทบ.ขู่จัดการหมดทุกกลุ่ม ไม่เกรงใจใคร นายกฯ สั่ง จนท.เซฟตัวเอง อัดคลิประบายข้าวทุกขั้นตอน ไม่ใช่นักเลงเมินโต้ “วัฒนา” กรธ.แจง ก.ม.ลูกคืบหน้าครึ่งทาง ชี้จำเป็นเซ็ตซีโร่ กสม.เพื่อยกระดับองค์กร เกณฑ์ใหม่ ป.ป.ช.บังคับแจ้งทรัพย์สิน ปล่อยคดีขาดอายุความต้องรับผิดชอบ ป.ป.ช.ชี้มูลผิดวินัยร้ายแรง “อาคม” ว่าที่เลขา กกต.

ยังมีปมประเด็นค้างคาใจ สืบเนื่องจากการตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกรวม 4 คน คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 โดยล่าสุดกลุ่มพันธมิตรฯนัดหารือกันพร้อมมีท่าทีเป็นมติออกมา

พธม.จี้ ป.ป.ช.อุทธรณ์คดีสลายชุมนุม

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. เวลา 09.00 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ ถนนพระอาทิตย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) รุ่น 1-2 ประกอบด้วยนายพิภพ ธงไชย นายประพันธ์ คูณมี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงาน พธม. และกลุ่มมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ร่วมหารือหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกรวม 4 คน ในคดีสลายการชุมนุม โดยหลังการหารือ ได้ออกแถลงการณ์ใจความว่า อดีตแกนนำ พธม. และผู้เกี่ยวข้อง เคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ แต่ไม่เห็นด้วย เพราะมีความคลาดเคลื่อนและขัดแย้งต่อคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ระบุว่า พธม.ชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่การสลายการชุมนุมไม่ได้ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานสากล ดังนั้น จึงมีมติให้นายวีระ สมความคิด เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 11.00 น. พร้อมกับตั้งคณะติดตามการทำงาน เพื่อให้การยื่นอุทธรณ์ได้นำเสนอข้อเท็จจริงเหล่านี้ หากพบว่ายังไม่ได้รับความยุติธรรม พธม.จะใช้ทุกช่องทางตามกฎหมายทวงคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนถึงที่สุด

เล็งใช้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วม

นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงาน พธม. กล่าวว่า ในข้อต่อสู้จะนำรายละเอียดของคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ที่สั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี ชำระค่าเสียหายมูลค่า 32 ล้านบาท ชี้ชัดว่าเจ้าหน้าที่รัฐนั้นทำเกินกว่าเหตุ รวมถึงรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อพฤติกรรมของรัฐบาลและการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบเบื้องต้น ส่วนที่ศาลฎีกาฯ ระบุว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ทั้งที่การชุมนุมมีก่อนออกกฎหมายฉบับดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่เหมาะสมที่จะนำมาตัดสินคดี ขณะเดียวกันในวงหารือได้ประเมินท่าทีของ ป.ป.ช.ต่อการยื่นอุทธรณ์อยู่ที่ครึ่งต่อครึ่ง แต่ยังเชื่อว่าข้อเท็จจริงที่เตรียมเสนอนั้นจะเป็นประเด็นที่ทำให้การยื่นอุทธรณ์นั้นทำได้ และหาก ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์แล้ว ทางกลุ่มเตรียมขอให้ผู้เสียหายจากเหตุการณ์เป็นโจทก์ร่วม และขอใช้ทนายของกลุ่มพันธมิตรฯดำเนินการต่อสู้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรฯจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ขอให้รัฐบาลสบายใจได้

ยันผู้ชุมนุมไม่ได้ตะโกนให้ฆ่าคน

นายประพันธ์ คูณมี กล่าวว่า การเสนอรายละเอียดให้ ป.ป.ช.เพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ จะมีทั้งประเด็นข้อเท็จจริงใหม่ และทั้งข้อกฎหมาย อาทิ การเบิกความของพยานฝ่ายจำเลย ที่ระบุว่าผู้ชุมนุมตะโกนปลุกปั่นให้ฆ่าคน ข้อเท็จจริงพบว่าเป็นการเบิกความของนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชาชน เพียงปากเดียว ไม่มีภาพวีดิโออ้างอิง แต่การชุมนุมของพันธมิตรฯบันทึกภาพไว้ตลอด ไม่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมตะโกนปลุกปั่นด้วยถ้อยคำดังกล่าว ส่วนที่ศาลพิพากษาอ้างว่าไม่สงบนั้น ข้อเท็จจริงที่เป็นมูลเหตุความไม่สงบ เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ต.ค.51 ที่ให้ใช้กำลังเข้าขอพื้นที่จากผู้ชุมนุมที่รัฐสภา

“วิชา” ยันสำนวน ป.ป.ช.ไม่อ่อน

ด้านนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องให้ ป.ป.ช.อุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ยกฟ้อง 4 จำเลยในคดีสลายการชุมนุมว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ยึดหลักต่างประเทศให้ทุกคนที่ไม่พอใจคำตัดสินศาลฎีกาฯ อุทธรณ์ไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ เป็นการพิสูจน์ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าใช้บังคับได้จริงหรือไม่ ทราบว่า ประธาน ป.ป.ช. มอบให้เจ้าหน้าที่ศึกษาคำวินิจฉัยศาลฎีกาฯแล้ว จึงต้องรอฟัง ขอให้ใจเย็นมีเวลา 30 วัน ตนรออ่านคำวินิจฉัยศาลฎีกาฯฉบับเต็มเช่นกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าสำนวน ป.ป.ช. อ่อนเกินไป นายวิชาตอบว่า ไม่ได้อ่อน เมื่อครั้งทำหน้าที่เป็น ป.ป.ช. เราทำหน้าที่กันเต็มที่แล้ว และทนายความที่ดำเนินคดีแทน ป.ป.ช.ก็ทำหน้าที่สุดความสามารถ ต้องไม่มองใครในแง่ร้าย เพียงแต่ความเห็นอาจไม่ตรงกัน มติในองค์คณะผู้พิพากษายังเห็นแตกต่างกัน แล้วจะให้คนทั้งหลายเห็นตรงกันได้อย่างไร เรื่องความยุติธรรมมองได้หลายมุม แต่ต้องยุติโดยคำพิพากษาศาล เมื่อเปิดโอกาสให้อุทธรณ์ ได้ต้องดูว่าประเด็นใดควรโต้แย้งหรือไม่โต้แย้ง

นายกฯวอนอย่าเอาชนะคะคาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ว่าเป็นเรื่องของศาล วันนี้คดีทุกพวกทุกฝ่ายเข้ามาสู่ชั้นศาลหมดต้องไปดูทั้งหมด อย่าไปดูคดีนี้คดีโน้น ต้องไปดูย้อนหลังว่ามีคดีอะไรเข้ามาบ้าง แล้วศาลตัดสินว่าอย่างไร ก็มีกันทุกฝ่ายไม่ใช่เหรอ ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.ในฐานะฝ่ายโจทก์ควรจะพิจารณาอุทธรณ์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ตนเห็นใจคนบาดเจ็บและสูญเสียมากกว่า หากจะมาเอาชนะคะคานกันด้วยกฎหมายคงไม่ได้ กฎหมายก็คือกฎหมาย และการตัดสินไม่ได้ตัดสินเพราะคำพูดของตนหรือความรู้สึก มันไม่ใช่ มันต้องตัดสินตามหลักฐาน ซึ่งมีความซับซ้อน ตนไม่อยากให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากทำ ดังนั้น วันหน้าอย่าให้เกิดเรื่องที่มันเกินเลยถึงขั้นการใช้กำลังกันแบบนี้ขึ้นมาอีก

“วิษณุ” แนะให้ยื่นอุทธรณ์ไปก่อน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯสามารถส่งความเห็นโต้แย้งว่าการสลายการชุมนุมเป็นไปตามหลักสากล ให้กับ ป.ป.ช.ในฐานะโจทย์ เพื่อประกอบในการพิจารณายื่นอุทธรณ์ ได้ แต่กลุ่มพันธมิตรฯยื่นอุทธรณ์เองไม่ได้ ส่วน ป.ป.ช.จะรับหรือไม่รับไว้ประกอบการพิจารณาก็ได้ เมื่อถามว่า จำเป็นต้องรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองออกมาก่อนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า จริงๆ ต้องรอ แต่ไม่ต้องรอก็ได้ เพราะข้อที่ว่าต้องยื่นอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นในทางที่ดีก็ยื่นไปก่อน หลังจากนั้นจะไปอย่างไรต่อก็เป็นเรื่องของผู้รับคือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่จะพิจารณาทำเอง จากนั้นจะเลือกตุลาการ 9 คน มาพิจารณา โดยต้องไม่ใช่คนเดิมที่นั่งพิจารณาคดีดังกล่าวมาก่อน

“บิ๊กป้อม” สั่ง ตร.ประกบแกนนำ พธม.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรฯ หลังมีคำพิพากษายกฟ้องคดีสลายการชุมนุมปี 2551 ว่าทุกอย่างต้องยึดตามกฎหมาย หากมีการรวมตัวกันเกิน 5 คนขึ้นไปถือว่าผิดคำสั่ง คสช. ดังนั้น จะต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะดำเนินการได้ หากไม่ดำเนินการตามนี้ก็ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามเราจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามความเคลื่อนไหว ส่วนกรณีที่จะมีการใช้รถตู้ขนมวลชนมากรุงเทพฯ เพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันพิพากษาคดีรับจำนำข้าว 25 ส.ค.นั้น หากรถตู้วิ่งผิดเส้นทางถือว่าผิดกฎหมาย แต่ถ้าเป็นการโดยสารมาปกติ มารวมตัวเพื่อให้กำลังใจได้ไม่เป็นอะไร เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์หรือไม่หากคำตัดสินศาลออกมาเป็นทางหนึ่งทางใด พล.อ.ประวิตรตอบว่า แม้ว่าผลจะออกมาแบบไหนก็ตามเชื่อว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้

ผบ.ทบ.ขู่จัดการไม่เกรงใจใคร

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯที่จะเดินทางไปยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.อุทธรณ์คดีสลายการชุมนุมปี 2551 ว่า การเคลื่อนไหว หรือชุมนุมทางการเมืองไม่สามารถทำได้ ถ้าจะชุมนุมทางการเมืองต้องขออนุญาต แต่ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม เมื่อถามว่าที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกได้สั่งการให้ดูแลสถานการณ์ช่วงเดือน ส.ค. ที่จะมีการตัดสินคดีใหญ่หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า ที่ประชุมไม่ได้สั่งการเรื่องนี้ ตนจะขอประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังวันที่ 15 ส.ค. แต่ขณะนี้เรายังไม่ได้รับการประสานจากทางศาลว่าจะขอใช้กำลังดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างไร ดังนั้นตอนนี้ไม่มีอะไรเตรียมการเป็นพิเศษ

“การมาชุมนุมประท้วงต่างๆไม่สามารถทำได้ ผมเองพร้อมดูแลทุกอย่างให้เป็นไปตามข้อบังคับกฎหมาย ถ้ามาแล้วเกิดความวุ่นวายจนไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ก็จะบันทึกรายละเอียดไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเท่าเทียมกันทุกฝ่าย เพราะผมไม่รู้จักใคร และไม่ต้องเกรงใจใคร” เลขาธิการคสช.กล่าว

พท.วอนหยุดขุดคุ้ยเขี่ยไฟขัดแย้ง

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.51 มีการใช้ความรุนแรงก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมการชุมนุม เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในขณะนั้น ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดควรยอมรับคำตัดสิน วันนี้รัฐบาลพยายามเดินหน้าสร้างความปรองดองของคนในชาติอยู่ ก็ไม่อยากให้หยิบยกเรื่องความขัดแย้งในอดีตขึ้นมาเพื่อสร้างเป็นความขัดแย้งในปัจจุบันอีก ถ้าทุกฝ่ายยังหยิบยกเรื่องเก่าๆมาโจมตีกันไม่เลิกเช่นนี้ ความปรองดองในชาติที่ทุกคนอยากเห็นคงเกิดขึ้นได้ยาก

“เทือก” ขอเคารพคำพิพากษาศาล

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวว่า ภูมิใจในมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมของระบบศาลไทย ส่วนการที่ใครจะอุทธรณ์คดีก็ว่าไปตามเหตุผล พยานหลักฐาน สำหรับประชาชนที่เป็นกองเชียร์ของแต่ละฝ่ายต้องไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล และต้องเคารพการพิพากษา เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์กระทบต่อความปรองดอง

“วัฒนา” เย้ย “ศรีวราห์” ขยันจับผิด

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขยันเหลือเกิน” กรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งให้ตำรวจออกหมายเรียกเจ้าของรถตู้ที่นำมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการแถลงปิดคดีจำนำข้าวด้วยวาจาที่ศาลฎีกาฯ รถตู้ 21 คันที่มาวันนั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ รถโดยสารประจำทาง 5 คัน ไม่ประจำทาง 16 คัน ซึ่งรถประจำทางถ้าขออนุญาตออกนอกเส้นทางแล้วก็ไม่มีความผิด ส่วนรถโดยสารไม่ประจำทางสามารถวิ่งได้ทั่วราชอาณาจักร ไม่ต้องขออนุญาตและไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น ยืนยันการมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ผิดกฎหมาย การถือป้ายให้กำลังใจก็ทำได้ เพราะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่ใช่ข้อความที่ผิดกฎหมาย เช่น หมิ่นประมาท หรือละเมิดอำนาจศาล ดังนั้นวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา ประชาชนที่อยากมาให้กำลังใจและฟังคำพิพากษาพร้อม น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็มาได้ตามสะดวก

“พิชัย” เจอข้อหายุยงปลุกปั่น

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ บก.ปอท. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน เข้าพบ พงส.กก.3 ปอท. รับทราบการแจ้งข้อกล่าวหา ฐานความผิดมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวชั่วคราว นายพิชัยกล่าวว่า การตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าวสาเหตุมาจากการที่ตนแสดงความคิดเห็นลงหนังสือพิมพ์บางฉบับ และโพสต์เฟซบุ๊ก ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ค. มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขในขณะนี้ และมีการโพสต์ถึงทฤษฎีกบต้ม ซึ่งเป็นคำพูดของนักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“บิ๊กตู่” สั่ง จนท.อัดคลิประบายข้าว

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกระดับที่เจอกับอุปสรรคมากมาย ขอกำชับให้เฝ้าระวังตนเองในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ให้บันทึกภาพวีดิโอระหว่างปฏิบัติงาน ถ้าเกิดปัญหาในอนาคตจะได้มีหลักฐานชี้แจง ตนเชื่อมั่นหลักเกณฑ์และข้อกำหนดในการตรวจสอบและระบายข้าวที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อถามว่าได้มีการหารือถึงกรณีบริษัทที่ประมูลได้ข้าวในสต๊อก แต่เมื่อมีการอายัดเกิดขึ้นเนื่องจากต้องมีการตรวจสอบการทุจริต เกรงว่าจะมีการฟ้องรัฐเกี่ยวกับค่าเก็บรักษาข้าวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องนี้มีคำตอบอยู่ รัฐก็รับภาระอยู่นี่คือปัญหาของเรา

ลั่นไม่ใช่นักเลงเมินโต้ “วัฒนา”

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ประกาศหลังเลือกตั้งพร้อมเอาคืนว่า “จะทำอย่างไรอย่างนั้นหรือ เดี๋ยวเขาก็ดำเนินคดีอยู่แล้ว ให้กฎหมายว่ากันไป ผมก็ไม่ใช่นักเลง สื่อไปให้เครดิตคนพูดจาอย่างนั้นได้อย่างไร สื่อต้องให้เครดิตกับผมมากกว่า เพราะผมพูดจาสุภาพเรียบร้อย อารมณ์ดีตลอดเวลา พูดเพราะด้วยวันนี้ อย่างไรก็ตาม ผมไม่ไปตอบโต้กับคนแบบนี้หรอก” เมื่อถามว่า ดูเหมือนนายวัฒนาจะประกาศอาฆาตรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แล้วทำไมผมต้องกลัวหรืออย่างไร อนาคตใครจะเป็นรัฐบาลยังไม่รู้เลย แล้วก็คงจะไม่มีรัฐบาลใหม่ที่จะมานั่งทำแบบนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลเข้ามาแล้วจะมาทำแบบนี้ผมว่าอย่าเป็นเลย รัฐบาลแบบมาเอาคืน ผมไม่เคยเอาคืนใครอยู่แล้ว ถ้าคุณเป็นแล้วคุณจะเอาคืนใช่ไหม”

มั่นใจยุทธศาสตร์ชาติฉลุย

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้แล้ว ย่อมสร้างความมั่นใจให้กับชาวไทยและชาวโลกได้เห็นพัฒนาการที่ดีของเรา สิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คือ การตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปในแต่ละด้าน เพื่อเข้ามาจัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมอบหมาย สิ่งที่คิดว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการปฏิรูปมี 2 ประการ คือ 1.การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทุกสาขาอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม 2.การจัดทำและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่เพียงเป็นแค่พื้นฐานของการปฏิรูปประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างความปรองดองของคนในชาติ อีกด้วย การลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจะทำให้ประเทศสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน มีความสงบสุข มั่นคง

กรธ.แจง ก.ม.ลูกคืบหน้า 50%

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิฟ บีช จ.ระยอง นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ขณะนี้การยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับของ กรธ.มาถึงครึ่งทางแล้ว ตามกำหนดในรัฐธรรมนูญ 2560 ความคืบหน้าเราได้เสนอไปยัง สนช.แล้ว 5 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) หลังจากนี้จะทยอยส่งร่าง พ.ร.บ.ที่เหลือ จะเสร็จทันกรอบระยะเวลา 240 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแน่นอน ส่วนคณะกรรมการในองค์กรอิสระแต่ละองค์กรมีความแตกต่างกัน เราต้องศึกษา พ.ร.บ.เดิมและให้เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน การเซ็ตซีโร่ กสม.ที่ กรธ.ได้เสนอ เพราะเห็นว่าไทยถูกลดการจัดอันดับสถานะองค์กร กสม.ลงจากเดิมที่เราอยู่กลุ่มเอเหลือแค่บี เพราะคณะกรรมการ กสม.ขาดความหลากหลาย ประกอบกับผลงานการทำงานไม่ดี จึงเป็นเหตุผลที่ กรธ.คิดว่าต้องเซ็ตซีโร่ หากยังเป็น กสม.ชุดปัจจุบันการจะยกระดับจากบีกลับไปเป็นเอได้ยาก

ป.ป.ช.ต้องแจ้งทรัพย์สินกับ สตง.

นายนรชิตกล่าวว่า ขณะนี้การพิจารณาหลักการของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ของ กรธ.ได้เสร็จแล้วในเบื้องต้น เราได้นำหลักอำนาจและหน้าที่ในรัฐธรรมนูญมายึดในการร่างเป็นหลัก มีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ การไต่สวนสอบสวนต่างๆ กรณีข้าราชการและนักการเมืองทุจริต ต้องกำหนดระยะเวลาการไต่สวนให้ชัดเจน การปล่อยให้ขาดอายุความต้องมีการรับผิดชอบ ส่วนการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช.ต้องแจ้งกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ด้วย ส่วนเรื่องการดำรงตำแหน่งของ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน กรธ.ยืนยันว่าต้องดูคุณสมบัติตามข้อห้ามของคณะกรรมการองค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญ สำหรับเรื่อง ป.ป.ช.จังหวัดยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ต้องศึกษาอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ทาง กรธ.เห็นว่าไม่น่าจะมี ป.ป.ช.จังหวัด

ฉะ กรธ.–สนช.ออก ก.ม.อิงการเมือง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง โพสต์เฟซบุ๊กว่า สามองค์กรสามมาตรฐานกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระ 3 แห่ง อาจมีบทบัญญัติการดำรงตำแหน่งกรรมการต่างกันถึง 3 แบบ กกต.ให้เซ็ตซีโร่ ส่วน กสม. สนช. ลงมติวาระแรกให้เซ็ตซีโร่ แต่วาระ 2 และ 3 ชั้นกรรมาธิการกำลังเสนอให้อยู่ต่ออีกครึ่งวาระและสามารถสมัครใหม่ได้ ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน สนช.ลงมติในวาระ 3 ให้ผู้ตรวจการฯชุดปัจจุบันสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ เหลืออีก 2 องค์กร คือ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รู้ว่า กรธ. และ สนช.จะลงมติอย่างไร ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญการเมืองเริ่มวิจารณ์ว่าการออกกฎหมายเป็นกระบวนการทางการเมือง มิใช่ยึดหลักของกฎหมาย เป็นการเริ่มส่งสัญญาณองค์กรอิสระให้วางตัวให้เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจมีชะตากรรมเช่นองค์กรแรกๆ คนออกกฎหมายที่มีหลักที่ต่างกัน เป็นเรื่องที่ประชาชนจะตัดสินเองรับเหตุผลนั้นได้หรือไม่ ผู้ได้รับผลกระทบมีทั้งเสือและคน เสือไม่ร้องไห้แต่คนมีอารมณ์ มีความจริงที่ต้องพิสูจน์ เสือส่วนเสือ คนส่วนคน

ตั้งเป้าสภาใหม่เสร็จ ธ.ค.62

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภาแห่งใหม่ ถ.เกียกกาย นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำสื่อมวลชนตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมกล่าวบรรยายว่า ขณะนี้ภาพรวมความคืบหน้าโครงการอยู่ที่ 38% ตั้งเป้าแล้วเสร็จวันที่ 31 ธ.ค.2562 และจะนำข้าราชการพร้อมสมาชิกรัฐสภาเข้าใช้ในปี 2563 ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองกล่าวหาว่ามีปัญหาทุจริตมาตลอด ตนเป็นเลขาสภาฯคนที่ 4 ในโครงการนี้ ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเกิดอะไร แต่ยุคนี้มีคำสั่ง คสช.ที่ 69 การทุจริตจะต้องไม่มี บางคนไม่เข้าใจ อะไรนิดหน่อยก็บอกว่าทุจริต ในยุค คสช.ไม่มีใครกล้าทุจริตแน่นอน ส่วนยุคอื่นตอบไม่ได้จริงๆ

“ซิโน–ไทย” ท้าแจ้งจับ–ยันเสร็จทันแน่

นายพีระ นาควิมล ผอ.โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด มหาชน กล่าวว่า นักการเมืองที่บอกว่ามีทุจริต ต้องพูดให้ชัดทุจริตส่วนไหน อย่าตีขลุมแน่จริงแจ้งจับเลย ตอนนี้งานก่อสร้างมีงบประมาณขาดทุนอยู่จะไปโกงได้อย่างไร โครงการรัฐจะโกงได้ต้องเริ่มจากการตั้งกรอบงบประมาณ ซึ่งโครงการนี้เริ่มในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่มีข่าวเปลี่ยนแบบแผนก่อสร้างเพื่อให้บริษัทซิโน-ไทยฯได้เปรียบนั้นไม่มีแน่นอน ถ้าสงสัยมาขอเอกสารได้ ยืนยันว่าโครงการนี้เป็นโครงการสะอาด ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ปลายปี 62 สร้างเสร็จแน่นอน

ป.ป.ช.ฟันวินัยร้ายแรงว่าที่เลขาฯ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า ในการประชุม ป.ป.ช.สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้ลงมติชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง นายอำพล วงศ์ศิริ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท. ในการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักเลขาธิการ และ ผอ.สำนักนโยบายยุทธศาสตร์ สำนักงาน ป.ป.ท. โดยมิชอบ หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป เนื่องจากปัจจุบัน นายอำพลได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุม กกต. ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. แต่ กกต.มีมติชะลอการแต่งตั้งไว้ก่อน เพื่อรอผลการไต่สวนในคดีดังกล่าว สำหรับโทษความผิดวินัยร้ายแรงมีโทษถึงขั้นไล่ออก ปลดออก อาจส่งผลถึงการขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ด้วย

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน ต้องรอให้ ป.ป.ช.ส่งหนังสือรายงานมติอย่างเป็นทางการมาก่อน คาดว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุม กกต.ได้วันที่ 8 ส.ค.นี้ ส่วนการสรรหาเลขาธิการ กกต.ที่ชะลอไว้นั้น ต้องหารือกันในที่ประชุม กกต.อีกครั้งว่าจะเริ่มกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กกต.ใหม่ทั้งหมด หรือจะคัดเลือกจากผู้ที่ผ่านหลักเกณฑ์การสรรหาในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นดุลพินิจของ กกต.

สมาคมนักข่าวฯย้ำอย่าครอบงำ

นายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร โฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจาก พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ใช้บังคับมีข้อบัญญัติให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านภายใน 15 วัน กำหนดให้มีการจัดทำแผนการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็น 1 ใน 11 ด้านนั้น สมาคมฯเห็นว่า คณะกรรมการปฏิรูปด้านสื่อฯ มีความสำคัญยิ่งต่อการปฏิรูปสื่อ เพราะ สปท.เสนอแนวทางการปฏิรูปสื่อแบบถอยหลังเข้าคลอง จนถูกต่อต้านจาก 30 องค์กรวิชาชีพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย สปท. จึงขอเสนอคุณสมบัติของคณะกรรมการปฏิรูปสื่อ ดังนี้ 1.ต้องเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจในภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไปในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทต่อชีวิตประจำวัน 2.ต้องมีแนวคิดสนับสนุนและส่งเสริมการกำกับกันเองขององค์กรสื่อ 3.ต้องไม่มีแนวคิดควบคุมสื่อโดยให้ตัวแทนภาครัฐเข้าไปเป็นกรรมการในสภาวิชาชีพสื่อ และ 4.ต้องเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ ไม่มีประวัติด่างพร้อย

“สมาคมฯยืนยันจุดยืนเดิมไม่เห็นด้วยกับการร่างกฎหมาย ที่ให้มีตัวแทนภาครัฐเข้าไปเป็นกรรมการสภาวิชาชีพ เปิดช่องให้รัฐบาลเข้าแทรกแซงการทำหน้าที่ ซึ่งผิดหลักตรวจสอบถ่วงดุลในการปกครองระบอบประชาธิปไตย และพร้อมสนับสนุนให้มีการปฏิรูปสื่อภายใต้หลักการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพให้มีการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนโดยมีกฎหมายรองรับ” นายปรัชญาชัยกล่าว

ค้านตั้ง “อินทิรา” นั่ง ผอ.อคส.

ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. คัดค้านการแต่งตั้งนางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.องค์การคลังสินค้า (อคส.) เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับจำเลยในคดีจำนำข้าว นายวัชระกล่าวว่า กรณีที่ อคส.มีมติให้นางอินทิรา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำรงตำแหน่ง ผอ.อคส. และจะต้องนำเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบนั้น ขอคัดค้านการแต่งตั้งดังกล่าว เพราะนางอินทิรามีความใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเป็นเวลานาน หากไปดำรงตำแหน่ง ผอ.อคส. อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีจำนำข้าวได้