วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาติมหาอำนาจเล็งใช้เวทีอาเซียนเคลียร์ใจ

รัฐบาลฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกอาเซียน ที่กรุงมะนิลา ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ โดยมีตัวแทนจาก 27 ชาติเข้าร่วม รวมถึงสหรัฐฯ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเกาหลีเหนือ ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคที่ยังคงเป็นปัญหารุมเร้า ไม่ว่าประเด็นพิพาททะเลจีนใต้ การทดลองขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ กลุ่มกบฏมอเต้สาขากองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ยึดเมืองมาราวี ทางภาคใต้ฟิลิปปินส์ ไปจนถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย ที่กำลังถึงจุดตกต่ำจากมาตรการสหรัฐฯคว่ำบาตรรัสเซีย และประเด็นข้อกล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯที่จะส่งนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมในกรุงมะนิลาครั้งนี้ ระบุว่านายทิลเลอร์สันจะยกประเด็นสำคัญมาหารือกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ รวมถึงการแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในฟิลิปปินส์ แต่สำทับว่าการพูดคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นการทำตามหน้าที่ของนักการเมืองสหรัฐฯ และจะหารือเรื่องความร่วมมือด้านอื่นๆ ด้วย พร้อมประสานเรื่องการนัดพบนายโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ แถลงว่า การหารือกับตัวแทนสหรัฐฯ นับเป็นโอกาสดีที่จะตอบถึงความกังวลของสหรัฐฯและแก้ไขความเข้าใจผิดๆ เข้าใจว่าสาเหตุที่สหรัฐฯต้องมากังวลกับเรื่องนี้มาจากการที่สื่อมวลชนพากันเขียนข่าวเกินจริง ในเรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติด

นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย เตรียมจะหารือนอกรอบกับนายทิลเลอร์สัน ในกรุงมะนิลา เพื่อหารือปัญหาความสัมพันธ์ ส่วนสำนักข่าวเอพีรายงาน เป็นเรื่องน่าจับตาว่าจะเกิดการปะทะทางวาจากันรุนแรงหรือไม่ในประเด็นสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี หลังรัฐบาลเกาหลีเหนือส่งนายรี ยอง โฮ รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือ เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย ซึ่งขณะเดียวกันนักการทูตประจำสหประชาชาติเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯเตรียมที่จะขยายการหารือมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้รุนแรงขึ้น ไปยังเวทีคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี

ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโทษว่าที่ความสัมพันธ์กับรัสเซียตกต่ำเป็นเพราะสภาคองเกรส ขณะที่มีรายงานว่าอัยการสหรัฐฯซึ่งรับผิดชอบการสืบสวนรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง เริ่มใช้คณะลูกขุนใหญ่ในการออกหมายสอบพยานเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งการใช้คณะลูกขุนใหญ่จะมีขึ้นกรณีคดีอาญาความผิดร้ายแรง.