บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยเรากำลังย่ำอยู่กับที่ ผลประโยชน์มหาศาล จากกองหนังต่างประเทศ

ประเทศกำลังพัฒนา? ไทยเรายังจัดอยู่ในประเทศกำลังพัฒนามานานมากแล้ว และไม่รู้ว่าจะกำลังๆๆๆ ไปอีกนานเท่าไหร่ หลายเรื่องที่เห็นเด่นชัดแล้ว ว่ามีประโยชน์ต่อประเทศชาติและส่วนรวม น่าจะร่วมมือร่วมใจกันเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น ก็ยังไม่สำเร็จได้แต่เชื่องช้ากันอยู่ ก็เลยกำลังๆๆๆ กันอยู่มาเนิ่นนานหลายปีหลายโครงการ

ไม่ไหวจะรอแล้ว!!! อดทนรอต่อไปก็ไม่รู้จะรออีกกี่ปีกี่ชาติ วันนี้ต้องขอพูดดังๆ ให้เข้าใจตรงกันชัดๆ อีกครั้ง ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง ผู้บริหารจากบริษัท ณ๊อบโปรดักชั่นส์ จำกัด Nob Productions โปรดิวเซอร์จากหนังสารคดีเรื่อง ปู่สมบูรณ์ ผู้กำกับหนังเรื่อง สวีตบอย Sweet Boy และเป็นกรรมการสมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ มีเรื่องราวที่จะบอกดังๆ เพื่อให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ตื่นตัว เร่งรีบแต่รอบคอบรอบด้านดำเนินการ เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายๆ ร่วมกัน

ณ็อบ ศฐาณพงศ์ เริ่มร่ายยาวแบบม้วนเดียวจบกันเลย "ปีนี้เป็นปีแรกครับที่ประเทศไทย มีมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมการสร้างภาพยนตร์ระดับโลก และปักหมุดสำคัญว่าเราคือ ฟิล์มเดสติเนชั่น Film Destination ของภูมิภาคแห่งนี้

"ภาพยนตร์ถือเป็นสื่อหนึ่งที่ทรงพลัง เข้าถึงคนดูได้ง่าย และเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ส่วนการถ่ายทำภาพยนตร์ยิ่งถ้าเป็นหนังจากสตูดิโอใหญ่ และดาราระดับโลกไปถ่ายทำที่ใด นอกจากผลพลอยได้เรื่องประชาสัมพันธ์ประเทศแล้ว เศรษฐกิจรอบกองถ่ายทำจะคึกคักด้วย เพราะเกิดการจ้างงาน การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและธุรกิจบริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า สปา ร้านซักอบรีด การเดินทางขนส่งและอื่นๆ

"เพราะการสร้างหนังคือการใช้เงิน ด้านสถานที่ท่องเที่ยวยิ่งเกิดประโยชน์หลายมิติ ยกตัวอย่าง นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่รู้จักหรอกครับ เขาตะปู อ่าวพังงา เขารู้จักกันแต่เกาะเจมส์บอนด์ James Bond Island จากหนังซีรีย์สุดฮิตเรื่อง James Bond The Man with Golden gun จนกลายเป็นมนต์เสน่ห์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญระดับโลก แต่ถ้าวันนี้เราจะมานั่งพูดแต่ James Bond Island หรือหนังดังๆ ที่เคยมาถ่ายในอดีต หากินกับเรื่องเก่าๆ ก็คงไม่ได้แล้ว

"อุตสาหกรรมหนังบ้านเรา ภาพรวมต้องโตขึ้นขยายขึ้นต้องเดินหน้าให้ได้ ผมพูดเฉพาะเรื่องธุรกิจถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศก่อนนะครับ ทุกวันนี้ธุรกิจการถ่ายทำภาพยนตร์ในตลาดโลกแข่งขันกันสูงมาก หนังสตูดิโอใหญ่ๆ กลับให้ความสำคัญเรื่องความสวยงามของสถานที่ทางธรรมชาติลดลง เพราะมันถูกสร้างเพิ่มเติมได้ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก และด้วยเศรษฐกิจทั่วโลกที่หดตัว ผู้สร้างภาพยนตร์จึงต้องมองมากขึ้นว่า ตัวเองจะไปถ่ายหนังที่ไหนแล้วจะได้ประโยชน์สูงสุด

"ต่างประเทศจึงมีมาตรการสร้างแรงจูงใจ (Incentive) การถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศของเขาหลายอย่าง เช่น การคืนหรือยกเว้นภาษี, การยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ, การสนับสนุนเงินทุน, กฎหมายอำนวยความสะดวกในการทำงานของชาวต่างชาติ แต่มาตรการที่จะทำให้ผู้สร้างหนังต่างประเทศสนใจมากคือ มาตรการคืนเงินจากต้นทุนการผลิตภาพยนตร์ (Cash Rebate) ซึ่งหลายๆ ประเทศมีมาตรการนี้กันมานานหลายสิบปีแล้ว ทางผู้ประกอบการไทยเองก็พยายามผลักดันให้มีมาตรการนี้มาตลอดเช่นกัน

"ไทยเรามาตื่นตัวแบบ 10 ริกเตอร์ เมื่อเพื่อนบ้านเราอย่างประเทศมาเลเซีย มุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของเขาอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยดึงดูดบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้ามาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของเขา เริ่มจากตั้งหน่วยงานในการขับเคลื่อนหลักอย่าง Malaysia’s National Film Development Corporation (FINAS) จากนั้นจัดให้มีพื้นที่สนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษอิสกันดาร์ (Isakandar Special Economic Zone) ที่ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ คล้ายกับนิคมอุตสาหกรรมในบ้านเรา แต่วัตถุประสงค์เขาตั้งเขตพิเศษนี้เพื่อการผลิตภาพยนตร์

"รัฐบาลมาเลเซีย ยังไปดึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์รายใหญ่อย่าง ไฟน์วูดส์ Pinewood มาร่วมกันสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์ระดับโลก และสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ สุดท้ายจัดหนักประกาศมาตรการ คืนเงินจากต้นทุนการผลิตภาพยนตร์ (Cash Rebate) ถึงร้อยละ 30 และมีมาตรการลดภาษีด้วย ผลที่ตามมาคือวันนี้ประเทศมาเลเซีย เป็นตลาดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีรายได้จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่อ GDP สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน

"ส่วนประเทศไทยเราทำอะไรอยู่ ช่วงแรกๆ เราก็ยังมองมาเลเซียแบบผ่านๆ เพราะถึงเขามีมาตรการนโยบายมากมายแบบนี้ ผู้สร้างหนังชาวต่างชาติก็ยังมาถ่ายหนังเมืองไทย แล้วหนำซ้ำเวลาทางมาเลเซียต้องสร้างหนังหรือซีรีส์ใหญ่ๆ ก็ยังต้องมาจ้างทีมงานคนไทย และเช่าอุปกรณ์การถ่ายทำของไทยไปที่บ้านเขา มันจึงยากที่จะจูงใจผู้ใหญ่ในรัฐบาลให้เห็นด้วย กับการนำเงินของรัฐไปให้ชาวต่างชาติ ซึ่งพื้นฐานของประเทศเรา ก็ไม่ใช่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ด้วย

"เวลาผ่านไปทุกอย่างมันย่อมเกิดการเรียนรู้ เหมือนทีมงานไทยที่เรียนรู้จากชาวต่างชาติเมื่อหลายสิบปีก่อนจนมีฝีมือและทักษะเก่งระดับโลก วันนี้หลายคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียรู้แล้วว่าหนังหลายๆ เรื่อง ถูกโยกไปถ่ายที่ประเทศมาเลเซีย และเรากำลังเดินย่ำอยู่กับที่ ปีๆ หนึ่งมีกองถ่ายทำต่างประเทศประมาณ 600-700 กองถ่าย จากสถิติของกองกิจการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ต่างประเทศ พบว่า ปี พ.ศ. 2558 มีกองถ่ายทำต่างประเทศ มาถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 724 กองถ่าย เป็นประเภทภาพยนตร์ ละครและซีรีส์รวมกัน 80 เรื่อง

"พอมาปี พ.ศ. 2559 จำนวนลดลงเหลือ 605 กองถ่าย เป็นภาพยนตร์ ละครและซีรีส์รวมกัน 49 เรื่องตัวเลขไม่เคยโกหกครับ และเป็นความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้ เงินรายได้หมุนเวียนในประเทศหายไปเป็นพันล้านบาท ไทยเราต้องถามใจตัวเองว่า เราต้องการกองถ่ายทำต่างประเทศ ที่มาใช้เม็ดเงินสูงขึ้นมั้ย หรือเราต้องการภาพยนตร์ระดับฟอร์มใหญ่ ที่จะเผยแพร่วงกว้างขึ้นมั้ย

"การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เคยจ้าง บริษัทปัญญาคอนซัลแตนท์ ศึกษาความเหมาะสมการตั้งนิคมอุตสาหกรรมสื่อบันเทิง และตั้งคณะกรรมการกำกับการศึกษา โครงการศึกษาความเหมาะสมการตั้งนิคมอุตสาหกรรมสื่อบันเทิง ที่มาจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าโครงการยังดำเนินการอยู่หรือไม่ เพราะไม่ได้ข่าวการประชุมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 แล้ว

"เราเคยเห็นข่าวการจะสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์ระดับโลกในประเทศไทยหลายครั้ง แต่ด้วยเงินมหาศาล
จึงยากที่จะหาผู้ลงทุนมารับความเสี่ยงสูง แต่ตอนนี้ที่น่ายินดีคือ เรามีภาคเอกชนที่กล้าลงทุน และสร้างโรงถ่ายทำภาพยนตร์มาตรฐานระดับโลกจนสำเร็จ มูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเฟสแรกมีโรงถ่ายภาพยนตร์จำนวน 5 โรงไปไม่นานคือ เดอะสตูดิโอพาร์ค The Studio Park ตั้งอยู่ที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ สตูดิโอใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดพื้นที่ 2,400 ตารางเมตร สามารถเก็บเสียงได้ 100% แม้เปิดเครื่องปรับอากาศ และยังมีห้องภายในสตูดิโอ ระบบโพสต์โปรดักชั่น Post Production และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

"เรื่องการพยายามผลักดันมาตรการคืนเงิน (Cash Rebate) นี้มีมานานมากจน พี่อ๋อ ศศิสุภา สังวริบุตร อดีตนายกสมาคมผู้บริหาร การผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ ท่านก็ไม่อยู่แล้ว นานนนนนน! (ลากเสียงยาวได้อีก) ขนาดพี่ปราณ ท่านวรรณสิริ โมรากุล ตั้งแต่ท่านเป็นผู้อำนวยการกอง จนเป็นอธิบดีกรมการท่องเที่ยวคนปัจจุบันจนจะเกษียณ แม้แต่พี่เจษฎา บริษัท วีเอสเซอร์วิส VS Service ผู้ใหญ่ในวงการอีกท่าน ยังเคยแซวว่า แกประชุมผลักดันมาตรการนี้ มาตั้งแต่ผมดำยันผมขาวทั้งหัวแล้ว ไม่รู้จะเกิดขึ้นได้จริงมั้ย ดังนั้นถ้ามาตรการดังกล่าวไม่เกิดในช่วงนี้ ก็คุยกันว่าโอกาสอาจจะไม่มีอีกแล้ว

"จึงเป็นที่มาของการรวมใจทั้งภาครัฐ นำโดยนางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นางสาววรธีรา สุวรรณศร ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ภาคเอกชนหลายภาคส่วน เช่น ท่านอาจารย์เอ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติคนปัจจุบัน, คุณกุลเทพ นฤหล้า นายกสมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศคนปัจจุบัน คุณภคินี ไชยชนะ บริษัท เอ แกรนด์ เอเลเฟ่นท์, คุณวรานนท์ เจริญพงศ์ บริษัท เกียร์เฮด และอีกหลายๆ

"ท่านต้องช่วยกันไปประชุมอธิบาย กับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ให้เข้าใจถึงผลประโยชน์ที่จะได้กลับมาเข้าประเทศทั้งรูปธรรมและนามธรรม และช่วยกันเข็นมาตรการนี้ให้เกิดในรัฐบาลชุดนี้ โชคดีที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ และท่านกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีวิสัยทัศน์และความจริงใจ ช่วยผลักดันจนเกิดมาตรการส่งเสริม การถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยขึ้นสำเร็จ

"สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้น ของผู้ขอรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยคือ ต้องเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ชาวต่างชาติ ที่ได้รับอนุญาตการถ่ายทำภาพยนตร์จากรมการท่องเที่ยวหรือการร่วมทุน โคโปรดักชั่น (Co-Production) ระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ และมีการใช้จ่ายเงินภายในประเทศไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท จะนับเฉพาะค่าใช้จ่ายให้บุคคลและนิติบุคคลไทยเท่านั้น ซึ่งจะสามารถขอคืนเงินจากต้นทุนการผลิตภาพยนตร์ (Cash Rebate) ได้ถึงร้อยละ 15

"เพื่อให้เกิดการจ้างงานและประสบการณ์แก่คนไทย ถ้ากองถ่ายทำต่างประเทศใช้บุคลากรทีมงานคนไทยตามเกณฑ์จะขอคืนเงินเพิ่มเติมได้อีกร้อยละ 3 และถ้าภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีของไทย จะขอคืนเงินเพิ่มเติมได้อีกร้อยละ 2 ซึ่งการคืนเงินนี้มีกระบวนการ และระยะเวลาคืนเงินที่ชัดเจนครับ

"มีคนถามว่าถ้าคนไทยหัวหมอไปเปิดบริษัทที่ฮ่องกง แล้วมาสร้างหนังอ้างว่าเป็นหนังต่างประเทศจะทำยังไง เรื่องนี้ภาครัฐมีกระบวนการตรวจสอบละเอียดครับ และภาคเอกชนก็สามารถตรวจสอบได้ อย่าลืมนะครับชาวต่างชาติ ต้องขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์จากกรมการท่องเที่ยวให้ผ่านก่อน แล้วค่อยมาขอพิจารณารับมาตรการนี้อีกครั้งก่อน จึงเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ได้ และระหว่างถ่ายทำรวมทั้งหลังถ่ายทำก็มีการตรวจสอบทางบัญชี ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ส่วนตัวเงินที่ถูกตั้งไว้ว่าต้องใช้จ่าย 50 ล้านบาท อาจจะสูงไปมั้ย หรือร้อยละการคืนเงินน้อยไปมั้ย

"ผมว่าเราต้องดูกันอีกยาวๆ ครับ แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ผมได้ทราบเบื้องต้นจาก นางสาวสิรินาถ ถีนานนท์ หัวหน้ากลุ่มพิจารณาภาพยนตร์ต่างประเทศ กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ว่าตอนนี้มีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ผ่านคุณสมบัติขอรับเงินคืน ตามมาตรการแล้ว 1 เรื่องครับ

"อย่างไรก็ตามทั้งหมดยังไม่จบครับ เรื่องต่อไปทางสมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ กำลังเจรจากับภาครัฐ เรื่องการปรับปรุงกฎหมาย ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของการถ่ายทำภาพยนตร์ อย่างกฎหมายการทำงานของชาวต่างชาติ มีหลายสิ่งที่ไม่อำนวยความสะดวก และเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายทำภาพยนตร์ครับ

"เรื่องนี้ผมได้เสนอตอนร่วมประชุม (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สาขาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพราะยากนะครับ ถ้าเราต้องไปนั่งคุยแต่ละหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอแก้กฎหมายทีละกระทรวง ผมจึงคิดว่าควรยกระดับ การขออนุญาตการถ่ายภาพยนตร์ ณ ศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จในการถ่ายทำภาพยนตร์ครับ".