วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสวนา 'ปฏิรูปตำรวจ'ต้องไม่เหลื่อมล้ำ ต้องไม่มีลูกนามสกุลดังเหนือกฎหมาย

ที่สโมสรตำรวจ บางเขน มีการเสวนาเรื่องปฏิรูปตำรวจ: Bottom Up (ล่างขึ้นบน) จัดโดยกองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ เป็นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อปฏิรูปตำรวจ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 60 ที่สโมสรตำรวจ บางเขน มีการเสวนาเรื่องปฏิรูปตำรวจ: Bottom Up (ล่างขึ้นบน) จัดโดยกองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ เป็นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อปฏิรูปตำรวจ โดยมี พลอากาศเอก อิทธิพร ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น มาปาฐกถาด้วยใจความตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นกระบวนรัฐบาลรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปตำรวจจะแบ่งในประเด็นเริ่มต้น ด้วยการรับฟังความคิดเห็นข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอีกด้วยว่า เขาคิดเห็นอย่างไร ต้องการให้ตำรวจไปอยู่ตรงไหน ตำรวจในฝันของประชาชนเป็นอย่างไร เพื่อส่งให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจพิจารณาต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเสนอเพื่อแก้กฎหมาย จึงต้องทำทุกอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนเสียก่อน การปฏิรูปใหญ่ขององค์กรระดับชาติเป็นเรื่องปกติ เคยมีมาเสมอๆ อย่างการปฏิรูปของกองทัพอากาศ เมื่อใช้ไประดับหนึ่งก็ต้องมาคิดกันใหม่ ซึ่งการปฏิรูปต่างๆ ก็เพื่อให้ประเทศชาติ ประชาชนได้ประโยชน์

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาปาฐกถาใจความตอนหนึ่งว่า ขั้นตอนของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดให้มี 2 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ คือ 1. คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา 2. คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม หรือปฏิรูปตำรวจนั่นเอง นั่นหมายความว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของการปฏิรูปตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการปูนบำเหน็จความชอบ การหาตำรวจในฝัน ในอีก 20 ปีข้างหน้า ไทยแลนด์ 4.0 ทั้งหมดเพื่อการพัฒนา เพราะเราติดกับดักการไม่พัฒนามานาน ถึงแม้ประเทศไทยเราจะมีจุดแข็งหลายด้าน อย่างการเกษตร อาหาร แต่เรากลับไม่พัฒนาเพราะอะไร คู่แข่งของเราทิ้งห่างไปมาก การปฏิรูปต้องไปพร้อมกันทั้งการเมือง สื่อมวลชน ตำรวจ จะทำเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ นั่นหมายถึงเราต้องพัฒนาคน จิตวิญญาณของคน ของตำรวจ เริ่มที่ปฏิรูปโรงพักให้ประชาชนได้ประโยชน์ ได้รับความเป็นธรรม ต้องไม่มีกรณีลูกนามสกุลดัง อย่างคดีลูกกระทิงแดง ตำรวจตายยังให้ความยุติธรรมกับตำรวจไม่ได้เลย แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้น จิตวิญญาณตำรวจต้องปฏิรูปตัวเองทันที ไม่ต้องให้ใครมาสั่ง ไม่ใช่รอกระดาษประกาศปฏิรูป

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า เป้าหมาย ตำรวจในฝัน คือ "ตำรวจประชารัฐ" เพราะหากปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นเยอะ ลักวิ่งชิงปล้น ปัญหายาเสพติดมีมาก ก็ต้องย้อนกลับมาที่รัฐบาลที่ตำรวจอยู่ดี เพราะประชาชนก็จะไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ไม่เชื่อมั่นตำรวจ ข้าราชการตำรวจต้องมีจิตวิญญาณ แม้กระทั่งทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่ อย่าง ตำรวจปลูกต้นไม้ การทำงานกับเครือข่าย เช่น กต.ตร. การวิเคราะห์เป็นสถิติ ผลงาน เพื่อเป็นหลักฐานในการจัดสรรงบประมาณ การพิจารณาแต่งตั้ง รวมทั้งใช้โครงข่ายดิจิตอล เชื่อมโยง อย่าง สตม. ทั้งนี้ตำรวจในฝันไม่ใช่ใคร ไม่ใช่อยู่ที่รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อยู่ที่คณะปฏิรูป แต่อยู่ที่ตัวท่านเอง

โดยงานเสวนา มีวิทยากรที่ร่วมแสดงความคิดเห็นระดับผู้ปฏิบัติงานหลายท่าน อาทิ พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบก.ตรวจราชการ 9 สำนักงานจเรตำรวจ โดย พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ให้ความคิดเห็นว่าการปฏิรูปตำรวจส่วนหนึ่งต้องชัดเจนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อขวัญกำลังใจ เขาจะได้เตรียมการทำงาน หากไม่ชัดเจน เขาก็ไม่มีขวัญกำลังใจ โดยเครื่องมือที่จะบอกว่าใครมีผลงาน ใครมีคุณสมบัติ คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องมีสมุดผลงานติดตัวไว้เลยตั้งแต่เริ่มทำงานต้องผ่านงาน มีผลงาน มีประสบการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องแต่งตั้งเขา แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้รับการแต่งตั้ง โดนเด็กเส้นข้ามหัว แบบนี้คนก็ไม่มีขวัญกำลังใจ