วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำแผนแก๊งอุ้มเสี่ยเต็นท์รถ อ้างถูกโกงก่อน ตะโกนฝาก ’เสี่ยโป้’ ช่วยแฉที

"ศรีวราห์" นำทีมสอบ 5 ผู้ต้องหา แก๊งอุ้มรีดทรัพย์เจ้าของเต็นท์รถมือสอง เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ เผยระหว่างเจ้าหน้าที่คุมตัวทำแผน กลุ่มผู้ต้องหาตะโกนขอความเป็นธรรมลั่น อ้างถูกโกงเงินก่อน แถมบอก ’เสี่ยโป้’ ก็โดนเหมือนกัน ฝากด้วยช่วยเปิดโปงที...

จากกรณี นายธนบดี จิตตา อายุ 21 ปี ทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสอง เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.ภุชงค์ เม้าท์ทุ่ง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ห้วยขวาง ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 6 ราย อ้างตัวว่าเป็นตำรวจอุ้มขึ้นรถฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน 4500 เชียงใหม่ แล้วถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกายปล้นทรัพย์สินของมีค่ารวมมูลค่า 3 ล้านบาท เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับคนร้ายตามภาพวงจรปิดทั้งหมด 4 คน จนสามารถติดตามนายกันตพิชญ์ งามเอก อายุ 21 ปี 1 ใน 4 คนร้ายได้ที่ห้องพัก ซ.รัชดา 36 เมื่อเวลา 19.00 น. (3 ส.ค.) ซึ่งนายธนบดี จิตตา พร้อมด้วย นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความและประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางชี้ตัวผู้ต้องหายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายธนบดี ชี้ตัวยืนยันนายกันตพิชญ์ หรือมาร์ค งามเอก อายุ 21 ปี ผู้ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ กระทั่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ตำรวจสน.ห้วยขวาง เร่งรัดติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามตัวนายอานนท์ หรือไก่ สาระสันต์ อายุ 38 ปี นายสุชาติ หรือต้อย นิลศิริโก อายุ 40 ปี นายกฤษณะ หรือต่าย พงษ์สว่าง อายุ 30 ปี และนายศุภกร หรือจ่ายุทธ ชัยเน อายุ 35 ปี ที่ถูกออกหมายจับเพิ่ม ผู้ร่วมก่อเหตุได้ในเวลาต่อมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. ที่สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้นำตัวนายกันตพิชญ์ หรือมาร์ค งามเอก อายุ 21 ปี นายอานนท์ หรือไก่ สาระสันต์ อายุ 38 ปี นายสุชาติ หรือต้อย นิลศิริโก อายุ 40 ปี นายกฤษณะ หรือต่าย พงษ์สว่าง อายุ 30 ปี และนายศุภกร หรือจ่ายุทธ ชัยเน อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันปล้นทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง

ต่อมาเวลา 11.30 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมนายธนบดี จิตตา ผู้เสียหาย เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับเพิ่ม ที่สน.ห้วยขวาง โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำตัวผู้ต้องหาที่จับเพิ่มอีก 4 คน มายืนรวมกับผู้ต้องหาตัวปลอมเพื่อให้นายธนบดี ชี้ตัว

เวลาประมาณ 12.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.ณัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ ผบก.ประจำสนง.ผบ.ตร. เดินทางมายังสน.ห้วยขวางเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีและสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับได้เพิ่มด้วยตนเอง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยินดีนำชี้ที่เกิดเหตุเพื่อประกอบคำให้การ

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เร่งรัดสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ประทุษร้ายต่อทรัพย์ นายธนบดี จิตตา อายุ 21 ปี ผู้เสียหาย โดยมีการแอบอ้างเป็นทหาร และตำรวจนอกเครื่องแบบ หน่วงเหนี่ยว กักขัง และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เข้าข่ายเป็นผู้มีพฤติการณ์ขัดคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มี.ค.2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เหตุเกิดที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะสตรีท ถ.รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.60 เวลากลางคืน มาดำเนินคดีโดยเร็ว

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวต่อว่า ทางพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 876/60 ลงวันที่ 2 ส.ค.60 และได้มีการจับกุมตัว นายกันตพิชญ์ หรือมาร์ค งามเอก อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/218 ซ.รัชดา 36 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาไว้แล้ว ส่วนผู้กระทำความผิดที่เหลือ พนักงานสอบสวนได้ขอออกหมายจับจากศาลอาญา และศาลได้ออกหมายจับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาวันที่ 4 ส.ค เวลาประมาณ 03.00 - 05.00 น. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ เพิ่มเติมอีก 4 คน คือ นายอานนท์ สาระสันต์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 ซ.สุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1752/60 ลงวันที่ 3 ส.ค.60 ซึ่งเป็นอดีตพลทหาร นายกฤษณะ หรือต่าย พงษ์สว่าง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ 5 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1753/60 ลงวันที่ 3 ส.ค.60 ซึ่งเป็นอดีตทหาร ยศร้อยโท นายสุชาติ หรือต้อย นิลศิริโก อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 5 ต.นาคาใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1754/60 ลงวันที่ 3 ส.ค.60 และนายศุภกร หรือจ่ายุทธ ไชยมี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 999/1 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1758/60 ลงวันที่ 4 ส.ค.60 ซึ่งเป็นอดีตทหาร ยศจ่า ในความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ทั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดยกแก๊ง ยืนยันเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้ไปตรวจค้นหาทรัพย์สินที่ผู้เสียหายถูกประทุษร้าย และอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่วนทรัพย์สินของผู้เสียหายหากพบว่าอยู่กับใครก็ให้ดำเนินการในข้อหารับของโจรซึ่งจะขยายผลต่อไปอีก นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นของผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่พบว่ามีประวัติก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว

นายธนบดี กล่าวว่า ทรัพย์สินที่หายไปประกอบด้วยนาฬิกาจำนวน 3 เรือน โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง กระเป๋าหลุยส์ 1 ใบ กระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ กุญแจรถเบนซ์ กระเป๋าสตางค์ พร้อมเงินสดจำนวน 13,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 4 ล้านบาท ในวันเกิดเหตุนายกันตพิชญ์ ได้โทรศัพท์นัดตนให้ออกมาพบ เนื่องจากอยู่ในช่วงพิจารณาคดีที่นายกันตพิชญ์ แจ้งความเรื่องการซื้อขายรถยนต์ ตนไม่ทราบสาเหตุที่นายกันตพิชญ์ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เพราะไม่มีเรื่องอะไรโกรธเคืองกัน ส่วนเรื่องรถยนต์ที่ตนรับซื้อรถจากนายกัณนพิชญ์ ในราคาถูกตนได้มีการชี้แจงกับนายกันตพิชญ์ไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ตนรับซื้อรถยนต์มาในราคา 3.3 แสนบาท และได้ขายต่อไปในราคา 4.7 แสนบาท ต่อมาได้มีการเปลี่ยนมืออีกครั้งราคาอยู่ที่ 5 แสนกว่าบาท เป็นเพียงปัญหาเดียวเพราะนายกันตพิชญ์ต้องการเงินส่วนที่ยังไม่ได้ตามจำนวนเงินที่เขาคิดว่าจะขายได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีนายธนบดี เดินทางร่วมทำแผนในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้จะทำด้วยกันทั้งหมด 19 จุด โดยมีจุดสำคัญ 3 จุดใหญ่ จุดแรกบริเวณร้านสตาร์บัคส์ ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเดอะสตีท ถนนรัชดา แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. ซึ่งเป็นจุดที่นายธนบดี ถูกกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดใส่กุญแจมือ แล้วพาลงมาขึ้นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เพื่อทำร้ายและรูดทรัพย์ จุดที่ 2 คอนโดมิเนียม ภายในซอยพหลโยธิน 66 แขวงและเขตสายไหม กทม. ซึ่งเป็นห้องพักของนายธนบดี และเป็นจุดที่กลุ่มคนร้ายบังคับให้มาเอาทรัพย์สิน และจุดที่สาม บริเวณหน้าบ้านพักพี่ชายของนายธนบดี ภายในซ.เพชรเกษม 54 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. ซึ่งเป็นจุดที่นายธนบดีหลอกล่อกลุ่มคนร้ายว่ายังมีทรัพย์สินอีกส่วนเก็บไว้ และเป็นจุดที่นายธนบดี หลบหนีลงมาจากรถเพื่อขอความช่วยเหลือจนรอดมาได้ หลังเสร็จสิ้นการทำแผนเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดกลับมาควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมสน.ห้วยขวางตามเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กำลังทำแผนในจุดแรก กลุ่มผู้ต้องหาได้ตะโกนขอความเป็นธรรม ระบุฝ่ายตนเป็นผู้ถูกโกง ซึ่งมีบางช่วงบางตอนกลุ่มผู้ต้องหาเรียกชื่อ เสี่ยโป้ โดยระบุว่าเคยทำงานให้เสี่ยโป้ และเสี่ยโป้เองก็เคยถูกนายธนบดี โกงเงินไปเช่นกัน จึงอยากให้เสี่ยโป้ และผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูกนายธนบดีโกง มาช่วยเปิดโปงพฤติกรรมดังกล่าวด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สืบห้วยขวางรวบยกแก๊งอุ้มนักธุรกิจรถมือสอง อ้างแค้นเบี้ยวเงินค่ารถ