บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปวีณา' นำแม่พบผู้การฯปัตตานี ไขปริศนาลูกสาวเมีย ตร.ผูกคอตายมีเงื่อนงำ

"ปวีณา" นำ "แม่ชาวสวนยาง" พบ "ผู้การฯ ปัตตานี" เร่งสืบคดีลูกสาวเมียดาบตำรวจผูกคอตายมีเงื่อนงำ หลังพบมีรอยฟกช้ำตามตัว อีกทั้งสามีไม่ได้มาร่วมงานศพ ขณะที่แพทย์ชันสูตรการเสียชีวิตจากสมองขาดออกซิเจน ด้านผู้การฯ สั่งให้ ผกก.กะพ้อเร่งสืบสวนและให้ความเป็นธรรม...



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ที่กองกำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้นำ นางวนิดา เกตุเส้ง อายุ 52 ปี ชาว อ.นาทวี จ.สงขลา พร้อมญาตินำหลักฐานเข้าพบ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.จีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล รอง ผบก. และ พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณี น.ส.ชุติกาญจน์ เกตุเส้ง อายุ 35 ปี ลูกสาว ซึ่งเป็นภรรยา ด.ต.ชนะทัช เกื้อวงค์ อายุ 41 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.กะพ้อ ผูกคอตายเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ภายในบ้านพักตำรวจ สภ.กะพ้อ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากครอบครัวและญาติที่มาร่วมต่างมีความอึดอัดใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่มีความล่าช้าในการสืบสวนคดีการตายของ น.ส.ชุติกาญจน์ ถึงแม้ว่าทางครอบครัวได้แจ้งมาโดยตลอดว่า การเสียชีวิตครั้งนี้มีเงื่อนงำ และอาจจะเกิดจากการทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วนำศพอำพรางด้วยการผูกคอตาย ทำให้ นางวนิดา ผู้เป็นแม่ กล่าวในห้องประชุมว่า ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ทำไมมีแผลช้ำตามตัว ลูกสาวถูกทำร้าย ขอให้นำคนผิดมาลงโทษ ตนเป็นแม่ไม่สบายใจที่ลูกสาวมาเสียชีวิตแบบนี้ ลูกสาวตนถูกหลอกมาตลอด ที่สำคัญคนเป็นสามีเมื่อภรรยาเสียชีวิตต้องมางานศพ แต่ไม่มา จะให้ตนและญาติคิดยังไง หรือไม่กล้าสู้หน้า วันเกิดเหตุตนและญาติได้ไปดูบ้านจุดเกิดเหตุพบว่า จุดที่ น.ส.ชุติกาญจน์ผูกคอตายอยู่ที่บันไดทางขึ้นชั้นสอง โดยศพอยู่ในลักษณะนอนราบกับบันได โดยมีผ้าผูกคอผูกกับคานชั้นสอง ซึ่งญาติมองว่า หาก น.ส.ชุติกาญจน์จะผูกคอตายเองคงทำได้ยาก และหลังการตายก็พบพิรุธหลายอย่าง ทำให้ครอบครัวและญาติที่มาวันนี้ต่างเชื่อว่าเป็นการฆ่าและอำพรางศพ



นางวนิดา เล่าว่า น.ส.ชุติกาญจน์ อยู่กินกับ ด.ต.ชนะทัช โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ที่บ้านพักตำรวจ สภ.กะพ้อ และมารู้ภายหลังว่ามีครอบครัวแล้ว จึงเกิดระหองระแหงมีปากเสียงกันเป็นประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ด.ต.ชนะทัชได้โทรศัพท์ไปหาน้องชาย น.ส.ชุติกาญจน์ แล้วบอกว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว ด้วยการผูกคอตาย ซึ่งการตายของ น.ส.ชุติกาญจน์ ทราบว่าได้ใช้ผ้าผูกคออยู่ใต้บันไดขึ้นชั้นสองของบ้าน ทำให้ทางครอบครัวติดใจสาเหตุการตาย จึงแจ้งความประสงค์ให้มีการชัดสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำศพให้แพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชันสูตร

เบื้องต้นแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากสมองขาดออกซิเจน นอกจากนี้ตนยังเห็นแพทย์ระบุในเอกสารว่า สภาพศพมีร่องรอยฟกช้ำหลายตำแหน่ง กระดูกซี่โครงร้าว 2 ซี่ ส่วนผลชันสูตรอย่างละเอียดยังไม่ออก อีกทั้งการสืบสวนสอบสวนผ่านมานานถึง 1 เดือนยังไม่มีความคืบหน้า จึงรู้สึกว่าคดีมีความคลางแคลงใจต่อครอบครัว ตนจึงเดินทางไปเข้าพบ นางปวีณา เพื่อขอให้ช่วยเหลือทำความจริงให้ปรากฏและหาสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวที่แท้จริง หากมีผู้กระทำผิดก็ขอให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด


ซึ่งการเดินทางมาพบกับ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ ครั้งนี้ก็เพื่อขอแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.ชุติกาญจน์ ว่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ไม่เชื่อว่าจะผูกคอตายเอง และขอเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ทาง พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ ช่วงเร่งหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับคนผิดอย่างตรงไปตรงมา



ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุก็ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ประยงค์ ในฐานะ ผกก.สภ.กะพ้อ เร่งทำการสืบสวนสอบสวนการตายเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ตนเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ แต่คดีก็ต้องขอการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม โดยเฉพาะผลการชันสูตรของแพทย์ซึ่งสำคัญที่สุด ส่วนที่ญาติสงสัยถึงการตายในวันเกิดเหตุนั้น ทาง ผกก.สภ.กะพ้อ รายงานว่า หลังจากได้ช่วยนำร่างผู้ตายลงมาก็รีบพาไปส่ง รพ.กะพ้อ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตโดยการปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยไว้ได้ จากนั้นจึงรีบนำศพไปชันสูตรที่ รพ.มอ.หาดใหญ่ ตามที่ญาติร้องขอ

"ตนยอมรับว่าคดีนี้ทำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้หายข้อสงสัยกับทุกฝ่าย

 สำหรับสาเหตุและต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของ น.ส.ชุติกาญจน์ นั้นตนได้มีการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายกับ ด.ต.ชนะทัช อยู่กินกันมาหลายปี โดยที่ผู้ตายรู้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว ระยะหลังทั้งสองจึงมีปากเสียงกระทบกระทั่งบ่อยครั้ง ทำให้ชีวิตคู่ไม่ค่อยราบรื่น จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นชนวนเหตุของการตาย เนื่องจากผู้ตายได้ส่งข้อความไลน์ไปถึงภรรยาของ ด.ต.ชนะทัช ทำให้ ด.ต.ชนะทัช เกิดความไม่พอใจ ทำให้ทั้งสองมีปากเสียงกันรุนแรงจนกระทบกระทั่งกัน ด.ต.ชนะทัช จึงได้เดินออกจากบ้านไปนั่งอยู่ที่โรงพัก เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ด.ต.ชนะทัชจึงเดินกลับบ้าน ปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูก็เห็นผู้ตายผูกคอตาย จึงรีบตะโกนเรียกตำรวจมาช่วยกันนำร่างลงมาแล้วรีบส่งไป รพ.กะพ้อ แต่ก็ช่วยชีวิตไม่ทัน"



ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยถึงสาเหตุที่ไม่รับแจ้งความในวันเกิดเหตุนั้น เพราะเป็นการตายผิดธรรมชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วพนักงานสอบสวนก็ต้องรับคดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องรอผลชันสูตรจากทาง รพ. แต่เมื่อทางญาติมีข้อสงสัยและไม่มั่นใจว่าลูกสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำนั้น ก็สามารถแจ้งความให้มีการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงได้ ซึ่งตนก็ถือว่าเป็นการดีที่สุด สำหรับกระเป๋าที่ทางญาติเก็บไว้และสงสัยว่าจะเป็นหลักฐานที่อาจจะโยงถึงการตายของ น.ส.ชุติกาญจน์นั้น ตนจะนำไปตรวจพิสูจน์และใช้เป็นวัตถุพยานเพิ่มเติม สำหรับ ด.ต.ชนะทัช ตนได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้วเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว ขอให้ทางญาติและประชาชนมั่นใจในกระบวนการทางกฎหมายและจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีข้อยกเว้น แม้จะเป็นตำรวจก็ตาม


สำหรับผลรายงานการชันสูตรของแพทย์นั้น ระบุถึงการตายว่า เนื้อเยื่อบริเวณเล็บเท้าเล็บมือเขียวช้ำเล็กน้อย หน้าบวมแดง มีบาดแผลถลอกเล็ก 2 แผล รอยช้ำต้นแขนข้างขวา สภาพศพลำตัวไม่พบความผิดปกติ สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากสมองขาดออกซิเจน จากกลไกการกดรัดบริเวณคอ



ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า ขอบคุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีที่ให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าว ทางแม่ของผู้ตายมาแจ้งทางมูลนิธิฯ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องลูกสาวเสียชีวิตมาร่วม 1 เดือน แต่คดียังไม่คืบหน้า ตนก็ได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต.แล้ว และได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่ญาติข้องใจคือการเสียชีวิตของลูกสาว ซึ่งตนเข้าใจที่ต้องรอผลชันสูตรของแพทย์ให้ชัดเจนก่อน ตนจึงขอให้ทางตำรวจโดย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ พร้อมด้วยตนและญาติไปพบกับแพทย์ที่ชันสูตรที่ รพ.มอ.หาดใหญ่ เพราะผลชันสูตรถือว่ายืนยันที่สุด เพราะการกล่าวหาใครต้องมีหลักฐาน และตนก็เข้าใจกับผู้ที่สูญเสีย.