วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมาชิกสหกรณ์คลองจั่นฯ ร้องดีเอสไอ ขอคืนทรัพย์ชนะคดีแพ่ง 3,811 ล้าน

สมาชิกสหกรณ์คลองจั่นฯ ร้องดีเอสไอขอคืนทรัพย์สิน ชนะคดีแพ่ง มูลค่า 3,811 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ด้านรองโฆษกฯ เผย 17 ส.ค.นี้ นัดจำแนกทรัพย์กว่า 300 รายการ ส่ง ปปง.ใช้กฎหมายสั่งขายทอดตลาด นำเงินเยียวยาผู้เสียหาย

จากกรณีศาลแพ่ง พิพากษาคดีที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์ฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ให้สหกรณ์ฯ คลองจั่น ชนะคดี และให้นายศุภชัยกับพวกชดใช้ค่าเสียหายกว่า 3,811 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 59

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสังคม ถิ่นนาไห รองประธานกลุ่มส่งเสริมฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น อย่างยั่งยืน พร้อมสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กว่า 100 คน รวมเพื่อเรียกร้องให้ดีเอสไอคืนทรัพย์สินที่ศาลแพ่งตัดสินให้ นายศุภชัย ชดใช้ค่าเสียหาย 3,811 ล้านบาทให้สหกรณ์ฯ คลองจั่น จนถึงขณะนี้ทรัพย์สินทั้งหมดยังอยู่ในการอายัดของดีเอสไอ โดยมี พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ มารับหนังสือร้องเรียน

นายสังคม กล่าวว่า ตอนนี้มีสมาชิกสหกรณ์ 2,020 คน จาก 20,000 คน ได้แสดงเจตจำนงเรียกร้องขอรับทรัพย์สินคืนจากดีเอสไอ หลังศาลแพ่งตัดสินให้ชนะคดี จึงมาร้องขอให้ดีเอสไอรีบคืนทรัพย์สินที่อายัดจากนายศุภชัย เพื่อให้สหกรณ์ฯ นำกลับมาบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สมาชิก เนื่องจากตอนนี้หลายคนไม่มีจะกิน ไม่มีเงินใช้ ตอนนี้เวลาผ่านไป 1,580 วัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพ

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า เบื้องต้นระบุว่าต้องขอดูข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และต้องดูข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือร่วมกัน โดยมีตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯ 10 คน ร่วมประชุมหารือกับดีเอสไอ

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เบื้องต้นได้ข้อสรุป ว่าในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ดีเอสไอจะมีการประชุมหารือกันระหว่างพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ เพื่อตรวจทรัพย์สินที่ดีเอสไอยึดอายัดไว้จำนวนกว่า 300 รายการ มูลค่า 3,811 ล้านบาท ว่าทรัพย์สินส่วนใดเกี่ยวข้องกับคดีการฟอกเงิน ก่อนจะส่งเรื่องให้ ปปง.ดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ได้ทรัพย์สินคืนได้เร็วขึ้น แล้วทาง ปปง.ก็จะดำเนินการนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาด แล้วนำเงินคืนให้กับทางสหกรณ์ฯ ต่อไป และส่วนไหนที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ทางดีเอสไอก็จะดำเนินการถอนอายัด เพื่อส่งให้กับทางสหกรณ์

“คดีนี้พิจารณาจากเงินเป็นตัวตั้ง ว่าทรัพย์สินใดที่เป็นการเอาเงินจากสหกรณ์ฯ ไปฟอกเงินซื้อทรัพย์สิน ส่วนนอกเหนือจากนั้นก็นำคืนให้กับสหกรณ์ฯ เป็นไปตามขั้นตอนปกติ อย่างไรก็ตาม ปกติคดีนี้ถ้าเป็นคดีความทางอาญาต้องมีการยึดอายัดทรัพย์สินจนกว่าคดีความจะถึงที่สุดในชั้นศาลจึงจะคืนทรัพย์สินได้ แต่กรณีนี้เรานำกฎหมาย พ.ร.บ.การฟอกเงินมาใช้ จึงทำให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น” พ.ต.ต.วรณัน กล่าว.