บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มอบต่อเนื่องปีที่ 8 ทุน 'วิจิตรพงศ์พันธุ์' หนุนศาสนา ศึกษา สังคม

เดินหน้าส่งเสริมศาสนา การศึกษา และสังคมต่อเนื่อง "ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์" เจ้าสัวอสังหาฯ พฤกษา ควักเงินส่วนตัวผ่านกองทุน "วิจิตรพงศ์พันธุ์" มอบเงินให้แก่วัด มหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ...  

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะผู้ก่อตั้งทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ กล่าวว่า ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์สานเจตนารมณ์ต่อเนื่องปีที่ 8 โดยส่งเสริมศาสนา มอบขุมทรัพย์ทางปัญญา ปันสุขสู่สังคมสู่ปีที่ 8 ของการให้ ด้วยเจตนารมณ์ต้องการช่วยเหลือสังคม และด้วยความเชื่อที่ว่าศาสนาคือ พื้นฐานแรกของการมีชีวิตที่ขัดเกลาจิตใจให้คนมีสติและสำนึกที่ดี การศึกษาคือที่มาของความรู้ ความคิดที่จะช่วยพัฒนาและสร้างสรรค์คนที่มีคุณภาพ และสังคมคือ เพื่อนมนุษย์ สังคม ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขจึงเป็นที่มาของทุนนี้

ทั้งนี้ ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ เพื่อส่งเสริมศาสนา การศึกษา และสังคม ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2553 โดยนายทองมาใช้เงินทุนส่วนตัวสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา การศึกษา และสังคม ผ่านมูลนิธิ สถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ ในประเทศที่ขาดแคลนและต้องการความช่วยเหลือ ตลอด 7 ปีที่ผ่านมามอบเงินไปแล้วรวม 68 องค์กร รวมเงินสนับสนุนกว่า 144 ล้านบาท ปีนี้นับเป็นปีที่ 8 โดยได้มีการมอบเงินให้กับวัดและองค์กรที่เผยแพร่และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา 8 แห่ง รวม 5.4 ล้านบาท สถาบันการศึกษา 16 แห่ง รวม 16.7 ล้านบาท และช่วยเหลือด้านสังคมผ่านมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ โรงพยาบาลอีก 36 แห่ง รวม 24.3 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 46.4 ล้านบาท

"ผมต้องการช่วยเหลือสังคม และเล็งเห็นว่ายังมีหน่วยงานการกุศลจำนวนมากที่ต้องการการสนับสนุนจึงบริจาคเงินทุนส่วนตัวในนาม ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ โดยแยกออกมาจากการตอบแทนสังคมในนามของบริษัทพฤกษาฯ  จึงทำให้ผมสามารถพิจารณาเลือกบริจาคเงินให้กับมูลนิธิหรือองค์กรต่างๆ ได้ด้วยตัวเองตามที่ต้องการ" นายทองมา กล่าว

สำหรับขั้นตอนการคัดเลือกองค์กรที่จะบริจาคนั้น จะมีคณะทำงานจิตอาสาที่จะออกไปสำรวจตามองค์กรและมูลนิธิต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ก็มีทั้งองค์กรและมูลนิธิต่างๆ ติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามาด้วย ซึ่งจะนำข้อมูลมาพิจารณาถึงความต้องการของแต่ละองค์กรก่อนที่จะให้เงินสนับสนุนตามความจำเป็นและความเหมาะสมต่อไป อย่างไรก็ตาม หากถามว่าได้อะไรจากการบริจาคเงินปีละหลายสิบล้านแบบนี้ คำตอบคือ ความสุข เป็นความสุขที่เกิดจากการที่ได้แบ่งปันและทำประโยชน์ให้แก่สังคม

พระมหาประสิทธิ์ สิริปญริศ ผู้อำนวยการแผนกธรรมมหาธาตุวิทยาลัย วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุนส่งเสริมด้านศาสนา กล่าวว่า วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ ได้รับทุนวิจิตรพงศ์พันธ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 วัดมีวัตถุประสงค์นำเงินที่ได้ไปใช้ในกิจกรรมของแผนกธรรม ใช้เป็นค่าจัดการเรียนการสอนธรรมะให้กับพระ เณร และฆราวาส ซึ่งมีทั้งการจัดการเรียนการสอนที่วัด และออกไปจัดในโรงเรียนต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และพัทยา นอกจากนี้ เงินนี้จะใช้เป็นทุนในการจัดสอบนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก และธรรมศึกษา จึงกล่าวได้ว่าเงินทุนนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้ธรรมะสามารถเข้าถึงพุทธศาสนิกชนได้มากขึ้น เพราะการเรียนและการสอบแต่ละครั้งมีจะผู้เข้าร่วมโครงการหลายร้อยจนถึงหลักพัน การจัดสรรทุนมาเป็นค่าใช้จ่ายทุกครั้ง วัดคำนึงถึงความประหยัดและความคุ้มค่า เพื่อให้ทุนนี้ก่อให้เกิดประโยชน์กับศาสนามากที่สุดดังเจตนารมณ์ของผู้มอบทุน

รศ.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การได้รับทุนนี้นั้น ในมหาวิทยาลัยไม่ได้มีเฉพาะคนที่มีเงินเรียนเท่านั้น แต่ยังมีนิสิตอีกมากที่ขาดแคลน ไม่อยากเห็นนิสิตคนไหนต้องถูกรีไทร์ด้วยเหตุ เพราะไม่มีเงินเรียน มหาวิทยาลัยจึงได้จัดสรรทุนปีละประมาณ 2,000 ทุน ซึ่งต้องใช้เงินหลายร้อยล้าน การที่นายทองมามีจิตกุศลด้วยการมอบทุนให้นิสิตจุฬาฯ นับว่าเป็นการแบ่งเบาภาระของมหาวิทยาลัยได้มาก มหาวิทยาลัยได้รับทุนนี้มาเป็นปีที่ 8 แล้ว ปีนี้ได้รับเพิ่มเป็น 2 ล้าน ซึ่งจะทำให้มีนิสิตได้รับทุนประมาณ 20 คน จะเปิดโอกาสให้นิสิตจากทุกคณะมีสิทธิ์ขอรับทุน โดยพิจารณาความเดือดร้อนและผลการเรียน ไม่ใช่คนเรียนเก่งที่จะได้ทุนนี้แต่ต้องเป็นคนที่มีจิตอาสา ทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยด้วย ทุนนี้จะไปเป็นค่าเทอม เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนให้นิสิตยังชีพอยู่ได้ ถือว่าเป็นการมอบโอกาสทางการศึกษาให้นิสิตได้เรียนต่อ ปัจจุบันมีนิสิตที่เรียนจบด้วยทุนนี้และออกไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศแล้วหลายคน

ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า ในแต่ละวันมูลนิธิฯ ต้องรับเรื่องร้องทุกข์มากถึง 30-80 กรณี จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งเข้ามาขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิฯ และแจ้งเบาะแสให้ออกไปช่วย ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงเฉลี่ยเดือนละ 3.5-4 แสนบาท ทั้งค่าเช่าที่ดิน ค่าผ่อนรถตู้ ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงาน และอื่นๆ แม้จะช่วยกันประหยัดอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ คณะกรรมการจึงต้องช่วยกันหาทุนและตั้งกล่องรับบริจาคตามจุดต่างๆ ปีนี้เป็นปีแรกที่มูลนิธิฯ ได้รับทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ พวกเรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก เงิน 1 ล้านบาทที่ได้มาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของมูลนิธิฯ ได้มาก รู้สึกชื่นชมคุณทองมาที่มีแนวคิดที่ให้ทุนที่ส่งเสริมทั้งทางด้านศาสนา การศึกษา และสังคม โดยส่วนตัวเชื่อว่าถ้าคนเราดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาและมีการศึกษาเป็นพื้นฐาน ปัญหาสังคมก็จะลดน้อยลง.