วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“แม่ฟ้าหลวง” เร่งช่วย เด็กดอยอ่อนภาษาไทย

ผอ.เนียร เชื้อเจ็ดตน-คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา


เด็กนักเรียนไทยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แม้รัฐจะแก้ปัญหามายาวนาน แต่ปัญหายังไม่หมดไป ทั้งเด็กในพื้นที่ราบและดอยสูง

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์เล็งเห็นปัญหานี้ ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาจึงร่วมกับโรงเรียนที่ประสบปัญหา และสำนักงานเขตการศึกษาในพื้นที่ คัดนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มาพัฒนาการเขียนการอ่าน

“สกู๊ปหน้า 1” เข้าไปดูในห้องเรียน เด็กๆมองบนกระดานดำ เวลานั้นคุณครูชี้ให้อ่านออกเสียงสระ “เอือ” พร้อมๆกัน แล้วถามว่าประกอบด้วยสระอะไรบ้าง ให้เด็กๆตอบพร้อมกันและไล่รายบุคคล เพื่อตอกย้ำความรู้ที่เรียนมา จากนั้นให้เด็กนำบัตรตัวอักษรมาใส่ให้เข้ากับสระเอือ


ให้เพื่อนๆในชั้นอ่าน โดยสะกดเป็นคำๆไป เช่น “สอ เอือ เสือ, รอ เอือ เรือ, จอ เอือ เจือ” เป็นต้น หลังจากนั้นคุณครูให้เด็กร้องเพลงสนุกๆ ที่มีคำประกอบด้วยสระเอือ เท่ากับเป็นการตอกย้ำให้เด็กรู้จักสระ คำ และความหมายของถ้อยคำไปพร้อมๆกัน

การเรียนการสอนนี้ ครูเป็นผู้กำกับ เด็กเป็นผู้แสดงออกทางภาษาเอง นับเป็นวิธีการ “แก้ปัญหา” วิธีหนึ่งที่ โรงเรียนบ้านห้วยหยวกป่าโซ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย นำมาใช้

ครูนิภาพร ทองขันนาค ผู้สอน บอกวิธีการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหา “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” ว่า เริ่มให้เด็กๆรู้จักสระ พยัญชนะ แล้วค่อยนำเอาสระกับพยัญชนะมาประกอบคำ และบอกความหมายแต่ละคำ ส่วนที่เน้นคือ ให้เด็กนำเอาสระกับพยัญชนะมาประกอบเป็นคำให้ได้เป็นพื้นฐานก่อน

“เราจะเน้นที่ให้เด็กรู้จักสระและพยัญชนะทุกตัว ถ้าตัวไหนเด็กยังไม่ได้ ก็จะสอนให้เด็กรู้จักก่อน แล้วค่อยไปเรียนรู้อักษรตัวอื่นๆ” ครูนิภาพรบอก


ปัญหาอีกประการหนึ่งของเด็กคือ การอ่านคำที่มีตัวสะกดในแม่ “กน” เด็กๆมักจะออกเสียงเป็นแม่ “กง” เช่นคำว่า “กิน” เด็กจะอ่านออกเสียงเป็น “กิง” เป็นต้น มุมของ ผอ.สุกัญพล วันดี ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยหยวกป่าโซ มองว่าปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แต่ละโรงเรียนอาจมีปัญหาต่างกันไป สำหรับโรงเรียนบ้านห้วยหยวกป่าโซ ที่พบคือ 1.โรงเรียนอยู่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา เด็กชาวพม่าที่เข้ามาเรียนบางคนพูดไทยได้ แต่บางคนก็พูดไทยไม่ได้ เมื่อเข้ามาเรียนก็เกิดปัญหาตามมา

2.เด็กในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า พ่อแม่ไม่ได้พูดภาษาไทย เด็กมาโรงเรียนต้องมาฝึกพูดภาษาไทย เมื่อกลับไปบ้านก็ต้องพูดภาษาของตนเอง ลักษณะแบบนี้ทำให้เด็กส่วนหนึ่งเรียนรู้ช้า และบางคนก็มีปัญหาเรื่องการอ่านออกเขียนได้

3.การย้ายโรงเรียน เด็กชนเผ่าบางคน พ่อแม่มักย้ายถิ่นไปเรื่อย ทำให้การเรียนของเด็กไม่ต่อเนื่อง และสร้างปัญหาการปรับตัวให้กับเด็กในโรงเรียนใหม่ ด้านการเรียนรู้ก็ทำให้เกิดปัญหา บางคนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

โรงเรียนบ้านห้วยหยวกป่าโซ แม้ผู้ปกครองจะเป็นชนเผ่าและชาวต่างชาติที่ไม่มีเลข 13 หลัก หรือบัตรประจำตัวประชาชน แต่ทางโรงเรียนเปิดรับเด็กที่เข้ามาสมัครเรียนทุกคน ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาทุกคนในแผ่นดินไทย

อีก 1 โรงเรียนที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้าไปช่วยส่งเสริมการเรียนการสอนแก้ปัญหา “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” และ “สกู๊ปหน้า 1” ได้ไปสังเกตการสอนคือ โรงเรียนสามัคคีพัฒนา ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง


นายเนียร เชื้อเจ็ดตน ผอ.โรงเรียน บอกว่า ช่วงปิดเทอมได้เปิดให้เด็กที่ “อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” หรือมีปัญหาด้านการอ่านการเขียนภาษาไทยเข้ามาพัฒนาศักยภาพราว 60 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวดอย ทั้งม้ง ลีซอ มูเซอ และพม่า

ผอ.บอกว่า ต้องใช้หลักสูตรเร่งรัดให้เด็กอ่านออกเขียนได้ โดยใช้หลักสูตรการเรียนรู้ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ หลังจากให้ครูนำมาใช้ปรากฏว่าพัฒนาการอ่าน การเขียนของเด็กได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

“แรกๆเราคิดว่าผู้ปกครองจะไม่ยินยอม แต่กลับเป็นว่าแต่ละคนให้ความร่วมมือ และอยากให้จัดการเรียนรู้นี้เพื่อลูกหลาน”

เข้าไปดูการสอนของครู คุณครูนำสระ “อำ” ติดไว้บนกระดานหน้าชั้น ให้เด็กๆนำพยัญชนะไปติดประกอบคำคนละ 1 คำ เป็นต้นว่า ยำ รำ ขำ หลังเด็กแต่ละคนติดบัตรคำประกอบเสร็จ เด็กๆ ในห้องอ่านออกเสียงพร้อมๆกัน


ครูวิชุดา ยศโม่ง บอกว่า วิธีการสอนคือ ให้เด็กรู้จักสระ และพยัญชนะทุกตัวก่อน จากนั้นค่อยมาประกอบคำ วิธีการนี้จะทำให้เด็กๆสะกดคำอ่านได้ทุกคน แต่ความหมายนั้น บางคำเด็กอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของครูต้องอธิบายให้เข้าใจคำและความหมายไปพร้อมๆกัน

ผอ.โรงเรียนสามัคคีพัฒนา บอกว่า เพื่อให้เด็กนักเรียนอ่านออกเขียนได้คล่อง โรงเรียนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเรียกว่าโครงการ “ตีเกราะ อ่านหนังสือ” วิธีการคือ เมื่อเด็กอ่านหนังสือเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วให้ตีเกราะ เพื่อแสดงว่าอ่านหนังสือจบแล้ว

เมื่อถามว่า แล้วไม่กลัวเด็กแกล้งตีเกราะโดยไม่อ่านหนังสือหรือไร ผอ.ตอบว่า เวลากลางคืนครูจะเดินไปตามหมู่บ้าน เมื่อได้ยินเสียงเกราะก็จะเข้าไปพูดคุยกับผู้ปกครอง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ขณะเดียวกันก็คุยเรื่องการอ่านหนังสือของเด็กๆด้วย ผู้ปกครองจะไม่ปิดบังความจริงว่าเด็กอ่านหนังสือจริงหรือไม่

โครงการนี้ครูจะเข้าเยี่ยมบ้านเด็กตอนกลางคืน อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

เกี่ยวกับการแก้ไขเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อาจารย์นัฐนันท์ อุตมะธานี งานพัฒนาการศึกษามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ บอกว่า โครงการนี้มูลนิธิฯได้เข้ามาช่วยเรื่องค่าครูผู้สอน เพราะอยู่ในระหว่างปิดเทอม และยังร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ด้วยเห็นว่า “ถ้าเด็กไม่รู้ภาษาไทย ก็เท่ากับปิดโอกาสอื่นๆของเด็กไปด้วย”


คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่า การแก้ไขปัญหานั้น ในแต่ละโรงเรียนมีอิสระในการเลือกวิธีการเป็นของตนเอง

วิธีการที่ใช้กันอยู่นั้น อาทิ การจัดการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี และวิธีการของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ

คุณหญิงพวงร้อยบอกว่า การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ เดิมมีข้อจำกัดที่ครูไม่พอ มูลนิธิฯจึงจัดครูอัตราจ้างเข้าไปเสริม ขณะเดียวกันก็พัฒนาการสอนของครูโดยส่งไปอบรม และยังให้การดูแลด้านความปลอดภัย ความมั่นใจ และความมั่นคงทางวิชาชีพด้วย

ผลจากการส่งเสริม ทำให้ครูในพื้นที่บางแห่งได้มากำหนดบทเรียนร่วมกัน บางโรงเรียนเมื่อสอนจบแล้วครูจะมาร่วมกันวางแผนการสอนในวันต่อไป นำเอาปัญหาต่างๆมาร่วมกันคิด แก้ไข ส่งผลให้คุณภาพทางการศึกษาออกมาดี เห็นได้จากผลคะแนนโอเน็ต

เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ถ้าเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในวันนี้ วันหน้าของเด็กจะเป็นอย่างไร.