วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินเล่นใน "อัมสเตอร์ดัม"สัมผัสเสน่ห์แห่ง...ชาวดัตช์

คลองซิงเกล.


“ถ้าไทยมีนักท่องเที่ยวปีละ 33 ล้านคน แต่เงินไม่ถึง 10% ที่กลับคืนสู่หมู่บ้านและคนในชุมชน ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมสร้าง model ธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้กลับสู่หมู่บ้านและชุมชนอย่างแท้จริง”

ไผ หรือ สมศักดิ์ บุญคำ CEO ของบริษัท Local Alike บริษัทจัดการท่องเที่ยวของไทย ที่เชื่อมั่นในการสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงจากการท่องเที่ยวธรรมดาเป็นการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพของชุมชน กล่าวในระหว่างเข้าร่วมการแข่งขันชิงรางวัล Booking. com Booster หนึ่งในแผนกลยุทธ์ของ Booking. com ที่ต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการท่องเที่ยวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชิงรางวัล 500,000 ยูโร หรือประมาณ 19 ล้านบาท โดยทีมงาน...เที่ยวตามตะวัน เป็นหนึ่งเดียวของสื่อมวลชนไทยและเอเชียแปซิฟิก ที่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การแข่งขันในครั้งนี้ ร่วมกับสื่อมวลชนจากอีก 2 ประเทศ คือ บราซิล และสเปน


กล่าวสำหรับ Booking.com แล้ว โลกในยุคนี้น้อยคนที่จะไม่รู้จักเครือข่ายระดับโลก ที่ให้บริการจองโรงแรมและที่พักผ่านระบบออนไลน์ ถึง 43 ภาษา และมีที่พักให้เลือกถึงกว่า 1.2 ล้านแห่ง ใน 227 ประเทศทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเฉพาะในอัมสเตอร์ดัม Booking.com มีออฟฟิศอยู่ถึง 8 สาขา มี คุณกิลเลียน แทนส์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเธอบอกกับเราว่า โครงการ Booking.com Booster ที่จัดขึ้นครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความต้องการที่จะทำให้จุดหมายในการเดินทางของนักเดินทางทั่วโลกยังคงมีเสน่ห์ งดงาม และเติบโตอย่างยั่งยืน

การประกาศรางวัลมีขึ้นที่ Science Centre Nemo, Oosterdok 2 ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงในการให้แต่ละบริษัทนำเสนอแผนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของตนเอง ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ Local Alike บริษัทจัดการท่องเที่ยวของไทย ได้รับเงินรางวัล 3 แสนยูโร หรือประมาณ 11 ล้านบาท ในการนำมาจัดการพัฒนาธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


เสร็จงานแล้วก็ได้เวลาออกเที่ยวชมเมืองอัมสเตอร์ดัม...กันละ...

เสน่ห์ของอัมสเตอร์ดัมอยู่ตรงที่ความเป็นเมืองซึ่งมีแทบทุกอย่างในความอิสรเสรี ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม เซ็กซ์ ไปจนถึงยาเสพติด มีคลองล้อมรอบถึง 165 คลอง ซึ่งเป็นคลองเก่าโบราณที่ขุดขึ้นในศตวรรษที่ 17 ใช้เป็นเส้นทางสัญจร ขนส่งสินค้า และป้องกันข้าศึกศัตรู การล่องเรือชมทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยม แม้แต่ชาวดัตช์เองก็นิยมออกมาล่องเรือ จัดปาร์ตี้เล็กๆ บ้างก็ล่องออกไปตกปลาทางฝั่งแม่น้ำอัมสเทล ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมือง ซึ่งชื่อของแม่น้ำได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อเมือง คือ Amstel+dam เป็น Amsterdam

เราเริ่มต้นเดินเล่นในอัมสเตอร์ดัมที่ เซ็นทรัล สเตชั่น ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์กลางของเมือง แม้แต่คนที่มาเที่ยวเอง ส่วนใหญ่แล้วก็จะนั่งรถไฟจากสนามบินสคิปโฮลมาที่ Central Station ก่อนแล้วค่อยตะลุยเที่ยว ถ้าขึ้นไปทางฝั่งด้านเหนือของสถานี ก็จะเป็นโรงงานและโกดังเก่าดัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร ร้านขายของแบบฮิปๆ อีกด้านข้ามฝั่งคลองไป เป็น NEMO SCIENCE MUSEUM หรือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นที่จัดงานของ Booking.com นั่นเอง เดินลัดเลาะมาทางด้านใต้ เจออนุสาวรีย์เรมบรันดท์ ศิลปินชาวดัตช์ที่ได้รับการยกย่องในฐานะจิตรกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1606-1669 ได้รับยกย่องให้เป็นช่างทำภาพพิมพ์และวาดภาพ (Sketch) ฝีมือดีที่สุดคนหนึ่ง ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ในยุคอิมเพรสชั่นนิสม์


จะว่าไปดัตช์ หรือเนเธอร์แลนด์ มีศิลปินชื่อก้องโลกอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็นแวนโกะห์, เวอร์เมียร์, ฟรานซ์ และฮัลล์ จึงไม่แปลกที่ในอัมสเตอร์ดัมจะมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ไรค์ (Rijks museum) แหล่งรวมผลงานศิลปะเนเธอร์แลนด์ทุกแขนง หรือ พิพิธภัณฑ์แวนโกะห์ (Van Gogh Museum) สถานที่ที่รวบรวมผลงานของจิตรกรแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ระดับตำนานอย่างแวนโกะห์ไว้กว่า 700 ชิ้น

และเพราะช่วงที่เราไปตรงกับฤดูร้อนพอดี บริเวณวอนเดลปาร์ค ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในอัมสเตอร์ดัม จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเดินเล่น ขี่จักรยาน พูดถึงจักรยาน คนอัมสเตอร์ดัมส่วนใหญ่ใช้จักรยานมากกว่ารถยนต์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของจักรยานโลก เช่นเดียวกับรถรางที่ยังคงเป็นระบบขนส่งสาธารณะของเมือง อีกที่ที่ไม่ควรพลาดถ้ามาอัมสเตอร์ดัม นั่นก็คือ ตลาดดอกไม้ ที่อยู่เลียบคลองซิงเกล เป็นตลาดดอกไม้ดั้งเดิมของเมืองที่ผู้คนจะมาหาซื้อทั้งเมล็ดพันธุ์และหัวของดอกไม้เพื่อเอาไปปลูก


เดินจนเมื่อยก็ได้เวลาจิบเบียร์ขมๆ อย่าง ไฮเนเก้น เบียร์ที่ขายดีที่สุดในเนเธอร์แลนด์ และถือเป็นหนึ่งในแบรนด์สินค้าของชาวดัตช์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ยิ่งถ้าได้กินกับ Haring หรือปลาดิบที่เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวดัตช์ด้วยแล้ว บอกเลยว่าฟินสุดๆ แล้วตบท้ายด้วย Stroopwafel หรือวาฟเฟิลสอดไส้คาราเมล ขนมหวานประจำชาติของเนเธอร์แลนด์ ก็เป็นอันว่าได้มาถึงอัมสเตอร์ดัมแล้วแน่นอน

เสียดายที่ทริปนี้มีเวลาน้อย เลยอดไปเดินดูบรรยากาศย่าน เรด ไลท์ ดิสทริค ที่เขาบอกว่าเป็นย่านโคมแดงต้นตำรับของยุโรปแท้ๆ มีนางงามตู้กระจกนุ่งน้อยห่มน้อยอวดโฉมอยู่ในตู้ที่เปิดไฟสีแดง ว่ากันว่ามีถึง 500 กว่าตู้ทีเดียว และถ้าอยากรู้ว่าตู้ไหนไม่ว่างแล้วก็ให้ดูที่ผ้าม่าน ถ้าม่านปิดก็แสดงว่าเจ้าของตู้กำลังมีภารกิจอยู่

เวลาไม่กี่วันในเมืองสวยๆ ที่เต็มไปด้วยอารยธรรมตะวันตกที่เป็นเอกลักษณ์ บอกเลยว่า ดีต่อใจไม่น้อย ถ้ามีโอกาสและเวลามากกว่านี้ จะขอกลับมาตะลุยอัมสเตอร์ดัมอีกรอบ

รับรองว่าไม่นานเกินรอ......!!!