วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก "เนย์ (มาร์) ไป ใครจะมา"

โดย ป๋อง กพล

สะเทือนทั่วไปทั้งวงการ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่านักเตะคนเดียว ที่เพิ่งจะอายุแค่ 25 ปี จะมีค่าตัวที่หลายคนต้องร้อง บะโพ่ อ้าปากค้าง ว่าทำไมๆ มันถึงได้แพงมโหฬารขนาดนี้ 222 ล้านยูโร ที่เป็นค่าฉีกสัญญา ให้พ่อหนุ่มจอมห้าวคนนี้ หนีทีมที่ถือว่ายิ่งใหญ่ระดับโลก ไปเดินเฉิดฉายอยู่ในเมืองแห่งแฟชั่นได้อย่างง่ายดาย หลายคนพยายามวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะเม็ดเงินที่เค้าจะได้รับกลับมาอย่างมหาศาล พอๆ กับค่าตัวของเค้า ซึ่งสื่อวิเคราะห์กันว่า เค้าน่าจะได้ค่าเหนื่อยหลังหักภาษีแล้วที่ประมาณ 27 ล้านปอนด์ต่อปี และสัญญาที่สื่อคาดว่าน่าจะเซ็นกัน 5 ปี ก็คิดเป็นเงินรวมแล้วประมาณ 135 ล้านปอนด์ ซึ่งถ้ามองแบบนั้น ผมก็มองว่าไม่ผิดหรอกครับ เพราะอาชีพนักฟุตบอล มันไม่ยืนยาว แถมอายุของเค้าก็ 25 แล้ว เล่นได้แบบเต็มที่อีกก็แค่ 5-6 ปี ก็คงจะหมดสภาพไปเยอะ ถ้าช่วงนี้โกยได้ก็ต้องรีบโกย

แต่บางคนวิเคราะห์ว่า เค้าต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นไปกว่านี้ เพราะตราบใดที่เค้ายังอยู่ภายใต้ร่มเงาของเมสซี เค้าคงจะไม่ประสบความสำเร็จ ในการค้าแข้งไปกว่านี้แน่นอน เพราะเป้าหมายของเค้า คงอยากจะได้สัมผัสรางวัล บัลลงดอร์ สักครั้งในชีวิต ถ้าเกิดยังคงเล่นอยู่ที่นี่ ชาตินี้ก็คงไม่มีหวัง สู้ไปหาโอกาสกับทีมใหม่ น่าจะพอมีหวังกว่าแน่นอน เพราะการย้ายทีมของเค้านั้น เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก และน่าจะทำให้สื่อทั้งโลก หันมาสนใจเค้ามากขึ้น และถ้าเกิดฟลุกๆ ทำผลงานได้ดีในปีแรกที่ย้ายมา แถมปีหน้า พาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์โลก รางวัลที่เค้าวาดฝัน มันจะหนีไปไหนได้ล่ะทีนี้ ซึ่งเราก็ต้องดูกันต่อไปว่า มันจะเป็นประเด็นไหนกันแน่

แต่ทว่าที่แน่ๆ การย้ายทีมของเค้านั้น นำมาซึ่งความเดือดร้อนไปทุกย่อมหญ้า เหมือนโดมิโน ที่มันกระทบไปถึงทีมนู้นทีมนี้มากมาย เพราะเมื่อทีมอย่างบาร์เซโลนา เสียผู้เล่นตัวหลักระดับโลกไปแบบนี้ การที่จะหาผู้เล่นเข้ามาทดแทน มันก็ต้องดูสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย และทีมแรกที่จะได้รับผลกระทบนี้ก็หนีไม่พ้น สโมสรขวัญใจคนไทย อย่างหงส์แดงลิเวอร์พูล เพราะนักเตะเป้าหมายที่ทางบาร์ซาอยากได้นั้น มีข่าวโยงมานานพอสมควรว่า จะซื้อผู้เล่นคนนี้เพื่อมามัดใจไม่ให้เนย์มาร์ย้ายทีมไปไหน เพราะนี่คือเพื่อนสนิท ที่คลุกคลีเล่นบอลมาด้วยกันตั้งแต่หัวนมยังไม่แตกพาน และเนย์มาร์ก็เคยขอร้องสโมสรแล้วว่า ช่วยซื้อเค้าคนนี้มาร่วมทีมให้หน่อย แต่สโมสรก็ยังเฉยๆ แต่คราวนี้ละครับ เมื่อไม่มีเนย์มาร์ มันก็ต้องหันกลับมาเล็งเป้าหมายเดิมกันอีกหนึ่งรอบ คูตินโญ นักเตะทีมชาติบราซิล ที่หงส์แดงออกมาบอกหลายครั้งแล้วว่า กูไม่ขายโว้ย ให้เท่าไรก็ไม่ขาย ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วละ ถ้าขาย คูต้องออกไป เท่ากับว่า หงส์แดง จะต้องพังพินาศกันเลยทีเดียว เพราะเค้าคือหัวใจหลักของทีมอย่างแท้จริง และกุนซือย่างคล็อปป์ ก็บอกสโมสรไปแล้วว่า อย่าขายนะ ถ้าไม่ได้ราคาที่ดีพอ ผ่าม!!! ไม่ขายซิวะ จะบ้าหรือไง แต่ทว่า ข้อเสนอในตอนนั้นมันอาจจะไม่ล่อตาล่อใจบอร์ดบริหารมากนัก เพราะการยื่นประมาณ 89 ล้านปอนด์ มันดูจิ๊บจ๊อยเกินไป สำหรับนักเตะเทวดา ขวัญใจเดอะค็อปผู้นี้ แต่ทว่า เชื่อมั้ยครับ ถ้าทางบาร์ซาบ้าๆ ยื่นสัก 100 ล้านปอนด์ คุณคิดมั้ยว่า หงส์แดงจะไม่ปล่อย เผลอๆ อาจจะโก่งได้มากกว่านี้อีก เพราะนักเตะเพิ่งต่อสัญญาไปเมื่อไม่นานมานี้ น่าจะดันไปได้ถึง 110-120 ล้านปอนด์กันเลยทีเดียว และซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมเป็นบาร์ซานะ บอกเลยว่า เอาเงินไปซื้อนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง เปาโล ดิบาล่า ดีกว่า เพราะอย่างน้อย ลูกพี่ใหญ่ของเค้าก็อยู่ในทีม แถมเมสซีก็เคยบอกว่าอยากให้สโมสรซื้อมาร่วมทีมด้วย เพราะนักเตะคนนี้ คือของจริง และสามารถทดแทนตัวเค้าได้ในอนาคต

แถมอย่างน้อย ค่าตัวก็ไม่เท่ากับ คูตินโญแน่นอน แถมได้ของดีกว่าอีกต่างหาก 5555 ซึ่งแฟนหงส์อ่านมาถึงตรงนี้คงไม่โกรธเค้านะ เพราะผมพูดตรงๆ เลยว่า ถ้าให้ผมเลือกนะ ผมเลือก ดิบาล่าดีกว่า ส่วนในรายอื่นๆ ที่ตกเป็นข่าวโยงกับบาร์ซาในตอนนี้ นอกจากสองคนที่เพิ่งว่าไป ก็ยังมี เอเด็น อาซาร์ ของเชลซี และ เมซุต โอซิล ของอาร์เซนอล ซึ่งผมบอกเลยว่า สองรายหลังนี้ ไม่น่าสนเท่าสองรายแรกแน่นอน ซึ่งถ้าบาร์ซาเอาไปจริงๆ ผมบอกเลยว่า ทีมจะดูด้อยลงมาทันที ไม่ใช่ว่าสองคนนี้ไม่เก่งนะครับ แต่ดูจากระบบของทีมแล้ว สองคนนี้ น่าจะต้องปรับตัวกันอีกเยอะเลยละ

เพราะฉะนั้น 1 เดือนต่อจากนี้ไป แฟนหงส์คงนอนไม่หลับแน่นอน ได้แต่ภาวนาให้ตลาดปิดลงโดยเร็ว เพราะกลัวเม็ดเงินมันจะทำให้บอร์ดบริหารเปลี่ยนใจขึ้นมา และตัดสินใจขายคูตินโญออกไป ผมบอกเลยนะว่า ถ้าขายคูตินโญออกไป นอกจากจะเสียผู้เล่นแล้ว อาจจะเสียกุนซือตามไปด้วยแน่นอน เพราะคล็อปป์ คงไม่มีกะจิตกะใจทำทีม แต่แน่นอน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็อยากให้ขายๆ ไปซะ อาทิตย์หน้าเลยก็ได้นะ ผมชอบ 5555 เอาเป็นว่าวันนี้ ก็คงจะพอแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ไว้อีกสองสัปดาห์ เราจะกลับมาเจอกันใหม่ บนไทยรัฐออนไลน์แห่งนี้ ขอบคุณทุกท่านในการติดตาม ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล