วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สรศักดิ์' ตั้งเป้าสภาใหม่ เสร็จทันปี 62 ลั่นยุค คสช.ไม่มีใครกล้าโกง

“บริษัทซิโนไทย” ท้า ปชป. แน่จริงแจ้งจับเลย ปมก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ชี้ต้นตอทุจริตเริ่มจากตั้งกรอบงบฯรัฐ ย้อนเริ่มสร้างสภาใหม่ยุค ปชป. ด้าน “สรศักดิ์” ตั้งเป้าสภาใหม่เสร็จ ธ.ค. 62 ลั่น ยุค คสช.ไม่มีใครกล้าโกง

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 60 ที่รัฐสภาแห่งใหม่ ถ.เกียกกาย นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำสื่อมวลชนตรวจสอบความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมกล่าวบรรยายว่า ขณะนี้ภาพรวมความคืบหน้าของโครงการอยู่ที่ 38 เปอร์เซ็นต์ ตั้งเป้าจะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 และตั้งใจจะนำข้าราชการพร้อมสมาชิกรัฐสภาเข้าใช้ในปี 2563 ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองกล่าวหามาตลอดว่า มีปัญหาการทุจริต ต้องชี้แจงว่า ตนเข้ามานับเป็นเลขาสภาฯ คนที่ 4 แล้วในโครงการนี้ ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเกิดอะไร แต่ในยุคนี้มีคำสั่ง คสช.ที่ 69 การทุจริตจะต้องไม่มี บางคนไม่เข้าใจ อะไรนิดหน่อยก็บอกว่าทุจริต ในยุค คสช.ไม่มีใครกล้าทุจริตแน่นอน ส่วนในยุคอื่นตอบไม่ได้จริงๆ

ด้าน นายพีระ นาควิมล ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด มหาชน กล่าวว่า นักการเมืองที่บอกว่ามีทุจริตต้องพูดให้ชัดทุจริตส่วนไหน อย่าตีขลุมผ่านสื่อ แน่จริงแจ้งจับเลย ตอนนี้งานก่อสร้างดังกล่าวมีงบประมาณขาดทุนอยู่ จะไปโกงได้อย่างไร ขอย้ำว่าโครงการรัฐจะโกงกันได้ ต้องเริ่มจากการตั้งกรอบงบประมาณตั้งแต่ขั้นตอนของรัฐ ซึ่งครั้งที่เริ่มสร้างรัฐสภาใหม่ อยู่ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นี่คือคำถามที่ขอตั้งไปยังฝ่ายการเมือง ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าแผนการก่อสร้างรัฐสภาได้มีการเปลี่ยนแบบ เพื่อให้บริษัทซิโนไทยฯ ได้เปรียบนั้น ไม่มีแน่นอน หากสงสัยมาขอเอกสารได้ ยืนยันว่าโครงการสร้างรัฐสภาเป็นโครงการสะอาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในปลายปี 2562 รัฐสภาจะสร้างเสร็จแน่นอน แต่ถามว่าจะอยู่ได้หรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับตน เพราะแรกเริ่มโครงการมีงบประมาณ 12,000 ล้านบาท สำหรับพื้นที่ 307,500 ตารางเมตร แต่เมื่อก่อสร้างจริงกลับพบว่า ใช้พื้นที่มากกว่าที่ตั้งไว้เดิม ดังนั้น งบประมาณ 12,000 ล้านบาท บางส่วน จึงต้องนำออกไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง

ขณะที่ นายโชติจุฑา อาจสอน ที่ปรึกษาบริษัทซิโนไทยฯ กล่าวว่ามี 2 ส่วน ที่หากไม่เสร็จจะได้รับผลกระทบ คือ 1. งานเทคโนโลยีโสตทัศนูปกรณ์ และงานสาธารณูปโภค จำนวน 3,570 ล้านบาท และ 2. งบประมาณที่อยู่ระหว่างการออกแบบ แต่ยังไม่รับการอนุมัติงบประมาณดังกล่าว จำนวน 4,700 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท โดยประมาณ ซึ่งต้องได้รับอนุมัติในปีงบประมาณปี 2561 และ 2562