วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระโห้ช้างเหยียบเสียบโลงจำปา อย่างฮาส่องชื่อรุ่นรถแปลกในอดีต

สรรพนามที่ใช้เรียกแทนชื่อรุ่นรถมือสองเพื่อทำให้จดจำได้ง่ายนั้นเกิดจากไอเดียแจ่มๆ ของเหล่าบรรดาเถ้าแก่เต็นท์รถที่ขยันสรรหาชื่อแปลกๆมาเรียกแทนชื่อรุ่นของรถยนต์ซึ่งมีทั้งสัตว์ ตัวการ์ตูนหรือแม้แต่โลงผี! รถยนต์ทุกรุ่นที่ออกจากโรงงานจะถูกตั้งชื่อรุ่นเพื่อให้เป็นที่รู้จักป้องกันความสับสนจากจำนวนรุ่นที่มากมายมหาศาลจำกันไม่ไหว แต่สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักเลงรถรุ่นลายครามและเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ซึ่งเมื่อก่อนมีเฉพาะคนรุ่นเก่ามีอายุที่ไม่ค่อยจะเก่งเรื่องภาษาอังกฤษ​ การตั้งชื่อรถใหม่แทนชื่อรุ่นเดิมจากบริษัทก็เพื่อให้จำได้ง่ายขึ้น นักเลงรถรุ่นเก่าจำนวนมากในวงการธุรกิจรถยนต์มือสองรวมถึงช่างในอู่ที่มีชื่อเสียง จึงหาคำนำหน้ารุ่นรถที่แปลกแหวกแนว เพื่อใช้เรียกและจำได้ง่ายกว่าเดิมนั่นเอง 

1-โตโยต้า คราวน์ กระโห้ 1971-1974
โตโยต้า คราวน์ เจนเนอเรชั่นที่ 4 มีคนไทยหัวใสตั้งชื่อเรียกกันจนติดปากว่ารุ่นปลากระโห้ โตโยต้า คราวน์ กระโห้ 1971-1974 เป็นรถซีดานขนาดกลางที่หรูหราในยุค 70 ในประเทศไทยรถรุ่นนี้กลายเป็น taxi จำนวนมาก จากพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ใหญ่โตโอ่โถง อุปกรณ์ลูกล่อลูกเล่นครบ ตัวถังและช่วงล่างทนถึก เป็นขวัญใจของ taxi โดยเฉพาะในต่างจังหวัดถือว่าเป็นรถที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดา taxi ระดับลีมูซีนในสมัยนั้น เป็นที่บอกปากต่อปากของคนส่วนใหญ่ เพราะตัวรถมีความแข็งแรง ทนทาน นุ่มนวล และออปชั่นอุปกรณ์ที่ให้มาในสมัยนั้นถือว่าเยอะกว่ารถยุโรปคลาสเดียวกัน

2-ซีวิค เตารีด 1987-1991
โฉมซีดานและแฮตช์แบ็คคันเล็กกะทัดรัดของฮอนด้ารุ่นนี้เป็นหนึ่งในรถรุ่นที่เคยได้รับความนิยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งสำหรับรถตลาดยอดฮิตมือสองตระกูลซีวิค ชื่อรุ่นเตารีด เป็นคำที่เรียกรถซีวิคคอมแพ็ค 3 ประตูและรุ่นซีดาน 4  ประตูในปี 1987-1991 ที่มีชื่อรุ่นว่า Civic ED แต่มีเซียนรถบางคนแย้งว่าเป็นการเรียกแทนในรุ่น EF มากกว่า (1988-1991) เมื่อนักเลงรถโดนภรรยาที่บ้านใช้ให้รีดผ้าอยู่เป็นประจำ ยืนรีดผ้าที่บ้านมองไปที่รถซีวิค EF ของตัวเอง-แล้วมองเตารีดสลับกันไปมาก็เลยเกิดสรรพนามฮาๆ ตามมา จากรูปทรงของรถรุ่นนี้ที่มีลักษณะแบนๆ สั้นๆ คล้ายเตารีด!! ก็เลยเป็นที่มาของชื่อรุ่นซีวิคเตารีดนั่นเอง

3-โตโยต้า โดเรมอน 1987-1992
แม้แต่ชื่อของตัวการ์ตูนสุดฮิตก็ยังเอามาตั้งเป็นชื่อรุ่นรถที่ขายดี การ์ตูนของญี่ปุ่นกับแมวอนาคตจอมป่วนโดเรมอน เป็นสรรพนามที่ใช้เรียกแทนรถ Toyota Corolla โฉมปี 1988-1992 รหัสตัวถัง AE92 รถรุ่นนี้เมื่อออกขายก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีทุกอย่างที่คุณต้องการติดตั้งมาให้ใช้งานอยู่ในรถทั้งหมด จึงเป็นที่มาของชื่อรุ่นโดเรมอน ไม่ว่าจะขออะไรก็มีให้เสมอ ในสมัยนั้น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในรถยนต์ญี่ปุ่นยังคงมีไม่มากเหมือนทุกวันนี้ แต่โตโยต้าโคโรลล่าเออี 92 นั้นจัดให้อย่างเต็มสูบจึงกลายเป็นโดเรมอนไปโดยปริยาย คิดกันไปได้เน้อ!

4-เบนซ์ ตาถั่ว 2000-2007
Mercedes Benz C-Class W203 ไฟหน้าคล้ายเลข 8 แต่ถูกเซียนรถมือสองในไทยตั้งชื่อให้เสียใหม่กลายเป็นเบนซ์ตาถั่ว (มันเกี่ยวกันตรงไหนดูยังไงก็เป็นไฟแบบเลข 8) ส่วนสมรรถนะของรถเบนซ์ซีคลาสรุ่นตาถั่วคันนี้ เนื่องจากเป็นขับเคลื่อนล้อหลังจึงมีความแข็งแรงทนทาน เก็บเสียงได้ดีกว่า BMW นิดๆ ระบบแอร์พวกคอมเพรสเซอร์แอร์ ตู้แอร์ พัดลมไฟฟ้า ชอบมีปัญหาเมื่อใช้งานในเขตร้อน ส่วนระบบอัดอากาศ Kompressor ในรถไมล์เยอะเฉียดๆ 2 แสนกิโลเมตรมักต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนแต่ก็ซ่อมไม่ยากมีช่างเก่งๆ อยู่เพียบ ไฟหน้าตาถั่ว!! นานวันหลายปีก็ออกอาการหมอง มีคราบสีเหลือง อะไหล่หลายตัวแพงและไม่ค่อยจะทนเหมือน BMW Series-3 E46 M43, Benz W124 เนื่องจากเริ่มมีระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะขึ้น มองยังไงมันก็เป็นไฟเลข 8 ไม่ใช่ไฟตาถั่วแต่อย่างใดทั้งสิ้นนะครับ!

5-ดัทสัน ช้างเหยียบ 1972-1978
ดัทสัน ช้างเหยียบ หรือกระบะ Datsun 1500 ที่มาของชื่อช้างเหยียบเนื่องจากในอดีต รถกระบะรุ่นนี้มีการทำโฆษณาอย่างเต็มเหนี่ยว เล่นเอาช้างขึ้นไปเหยียบกระบะหลังเพื่อโฆษณาว่าแชสซีของรถมีความแข็งแรงรับน้ำหนักบรรทุกได้เยอะกว่าคู่แข่ง โดยใช้สโลแกน “หนักเอาเบาสู้” และก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในยุคนั้น ปัจจุบัน กระบะดัทสัน เวอร์ชั่นช้างกระทืบโรงหรือช้างเหยียบกลายเป็นกระบะคลาสสิกมีคนเอามาแต่งเล่นหรือพื้นฟูสภาพกันเยอะ ด้วยความที่รถกระบะรุ่นนี้มีพื้นฐานง่าย ทนทาน ไม่ซับซ้อน ปี 1972 ช้างเหยียบรุ่นแรกที่ออกมาจะเป็นกระบะหัวเดี่ยวโดยแยกเป็นสองรุ่น คือ ช่วงสั้นและช่วงยาว เน้นบรรทุกเยอะ ด้วยความยาวระดับ 5 เมตร มีขอผูกยึดข้างกระบะ 5 อันหรือ 5 ขอ แต่ความนิยมจะสู้รุ่นช่วงสั้นแบบ 4 ขอ ไม่ได้ รุ่นแรกๆ ใช้เกียร์ตรงคอพวงมาลัย ส่วนรุ่นท้ายๆ จะเป็นเกียร์กระปุก

6-เบนซ์ โลงจำปา 1985-1996
แค่ได้ยินชื่อก็ขนพองสยองสุด Mercedes Benz E-Class รุ่นที่เซียนรถในไทยเรียกว่ารุ่นโลงจำปาคือ E-Class รหัส W124 ที่มีตัวถังแข็งแกร่งสุดๆ ชนิดรถรุ่นใหม่มาชนนี่ย่นไปทั้งคัน! เจ้าโลงจำปาของเศรษฐีจีนคันนี้คือ E-class ยุคที่ 5 ผลิตในช่วงปี 1985 – 1995 โดยใช้รหัสตัวถังว่า W124 ที่รู้จักกันดีในชื่อของ BENZ โลงจำปา จุดเปลี่ยนแปลงของบอดี้นี้อยู่ช่วงปี 1993 ที่มีการเปลี่ยนเครื่องเปลี่ยนรหัสเอาตัว E มาอยู่นำหน้าเลข บ้านเรามีทั้ง 220E / 230E และ 280E ช่วงล่างออกแนวแข็งๆ กระชับ แต่ไม่กระด้างมาก ตัดปัญหาเรื่องโคลงหรือย้วย เป็นรถซีดานที่มีช่วงล่างดีขับ 120 แต่เหมือนขับแค่ 80 กม./ชม. เก็บเสียงดี ต้องดันรอบเครื่องแตะ 3,000 รอบก่อน จึงจะมีเสียงเครื่องคำรามของเครื่องยนต์ให้ได้ยิน เป็นรถตราดาวที่โคตรทนทายาดขนาดจมน้ำไปครึ่งคัน แค่ไล่น้ำออกยังสตาร์ตวิ่งต่อได้หน้าตาเฉย ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 25 ปียังมีวิ่งกันให้เกลื่อน ส่วนที่มาของโฉมโลงจำปา เกิดจากลักษณะของกระโปรงหลังของตัวรถ เมื่อดูโดยรวมแล้ว บั้นท้ายของรถ E-Class W124 จะคล้ายโลงศพของคนจีนทำด้วยไม้จำปา เมื่อถูกตั้งชื่อในประเทศไทยว่าโฉมโลงจำปา มีชาวจีนจำนวนหนึ่งได้ซื้อรถรุ่นนี้ ด้วยเหตุผลทางความเชื่อส่วนบุคคล ในเรื่องการแก้เคล็ด (ได้ซื้อและอยู่ใน "โลงศพ" ปลอมไปแล้ว ดังนั้นระยะเวลาที่จะอยู่ใน "โลงศพ" จริง จะถูกเลื่อนออกไป เป็นการต่ออายุทางหนึ่ง) E-Class W124 นับเป็นโฉมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเช่นกัน เพราะจากการสำรวจใน พ.ศ. 2552 เป็นเวลา 14 ปีหลังเลิกผลิต ยังสามารถพบ W124 ได้ในจำนวนมากบนท้องถนนทุกหนทุกแห่ง เพราะ W124 คือรถที่ถูกสร้างมาให้มีความแข็งแกร่งทนทานเป็นหลักนั่นเอง

7-แลนเซอร์ กล่องไม้ขีด 1979-1981
หลังคาทรงเหลี่ยมกับตัวถังแบบเหลี่ยมๆ ตามสมัยนิยมในยุค Disco ทำให้ Mitsubishi Lancer EX ได้รับฉายาจากผู้ใช้ในประเทศไทยว่า แลนเซอร์รุ่นกล่องไม้ขีด! แต่เมื่อพิจารณาตัวถังให้ดีๆ ก็จะพบว่าไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับไม้ขีดไฟตราพญานาคเลยแม้แต่น้อย แลนเซอร์รุ่นกล่องไม้ขีดได้รับการพัฒนาในเรื่องของประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ด้านการใช้น้ำมันให้คุ้มค่ามากขึ้น ลดปริมาณเสียงในห้องโดยสาร และการผสมผสานเทคโนโลยีรถสปอร์ตเข้าไปเพื่อให้ผู้ซื้อรถสามารถสัมผัสความเป็นรถสปอร์ตได้บ้างในราคาที่ไม่แพง เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ประเภท JET ซึ่งไม่เหมือนกับเครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์และหัวฉีดทั่วๆ ไป เริ่มจากรุ่นต่ำสุดกำลัง 70 แรงม้า ไปจนถึงรุ่นที่แรงสุดขั้ว นั่นก็คือ 1800 GSR เครื่องซิริอุส 4G62 เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 135 แรงม้า ในปี 2526 มีการเพิ่มอินเตอร์คูลเลอร์เพื่อลดอุณหภูมิของไอดี ทำให้แรงม้าสูงขึ้นเป็น 165 แรงม้า แรงสุดลิ่มทิ่มหัวโค้งในเวอร์ชันที่ผลิตมาเพื่อลงแข่งในรูปแบบแรลลี่ รุ่น 2000 EX เครื่องยนต์ 4G63 เทอร์โบ 170 แรงม้า และยังมีเวอร์ชันแรลลี่ที่โมดิฟายจนได้กำลังถึง 280 แรงม้า เพื่อลงแข่งรายการ 1000 Lakes Rally ความแปลกใหม่ของเครื่องยนต์ สมรรถนะที่ดี ทรงแบบกล่อง เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้แลนเซอร์โฉมนี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยชื่อรุ่นกล่องไม้ขีด

8-แอคคอร์ด งูเห่า 1998-2002
Honda Accord เจนเนอเรชั่นที่ 6 ถูกนักเลงรถสายฮาเอามาตั้งชื่อใหม่ว่า แอคคอร์ด งูเห่า เอาอีกแล้วครับท่าน!! ดูกันชัดๆ ว่ามีตรงไหนบ้างที่คล้ายงูเห่า มองเท่าไรก็ไม่เห็นว่ามีส่วนไหนของรถรุ่นนี้ที่คล้ายกับงูพิษชื่อก้องของไทย เจ้างูเห่ารุ่นนี้เป็นซีดานไซส์กลางในตระกูล Accord เครื่อง 2.3 VTEC แรงเหลือเฟือ เจ้าของบางคนทดลองเติมเชื้อเพลิงใหม่ๆ ไล่จาก e85 e20 โซฮอล์ 95 ก็สามารถใช้ได้หมด ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องเติม e20 อะไหล่ไม่แพงแข็งแรงทนทาน เป็นรถที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งนุ่มสบายแต่ไม่วายกลายเป็นงูเห่า (มันเกี่ยวกันตรงไหนครับช่วยบอกที?)

9-บีเอ็มดับเบิ้ลยู โฉมนกแก้ว 1992-1999
นี่ก็มีมึนอีกคันสำหรับ BMW Series-3 E36 ที่ถูกนักเลงรถเต็นท์รถและอู่รถพร้อมใจกันเรียกกว่ารุ่นนกแก้ว มองให้ดีๆ พิจารณากันให้ถี่ถ้วน นั่งเล็งกันทั้งวัน ก็จะพบว่าหน้าตาของเจ้า Series-3 E36 ไม่มีส่วนไหนที่คล้ายกับนกแก้วเลยแม้แต่นิดเดียว ออกไปทางหน้าหมูอู๊ดๆมากกว่าจากกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่กว่ารุ่น E30 และไฟหน้าที่เล็กๆ เรียวๆ ตามสไตล์ของ BMW เจ้านกแก้วแสนสวยเป็นรถซีดานและคูเป้ที่ขับได้ดีคันหนึ่งในวงการรถยุโรป ออกขายตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปี 1999 มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซิน 4 และ 6 กระบอกสูบ ส่วนระบบส่งกำลังก็มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์ออโต้สุดเหนียว 4-5 สปีด เป็น Series-3 ที่เริ่มมีระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาให้ใช้งานทั้งระบบเบรกแบบ ABS ถุงลมนิรภัย ระบบแอร์ดิจิตอลในรุ่นท้ายๆ ตัวถังมีให้เลือกหลากหลาย เริ่มจาก 4 ประตูซีดาน 2 ประตูคูเป้ 2 ประตูเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ 5 ประตูสเตชั่นแวกอน นอกจากปัญหาเรื่องแอร์โฟร์สกปรกเร็วสกปรกง่ายเมื่อเริ่มเก่า นอกนั้นก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่พังเร็วพังง่าย เป็นรถขับหลังที่ทนทายาด เอาไปแต่งก็หล่อ เอาไปวางเครื่องญี่ปุ่นก็วิ่งแหลกแต่ต้องหาร้านวางดีไม่งั้นแก้กันไม่รู้จักจบจักสิ้น 318i M43 ตอนป้ายแดงปี 1997 มีราคา 1.47 ล้านบาท ซื้อตอนนี้เหลือแค่แสนเดียวเพราะผ่านไป 20 กว่าปีแล้ว หารถสภาพดีๆ ยังพอมีแต่แพงชัวร์!

10-แลนเซอร์ท้ายเบนซ์ 1995-2000
Mitsubishi Lancer ท้ายเบนซ์ Generation ที่ 7 ได้ฉายามาจากบั้นท้ายที่มีไฟท้ายไปคล้ายกับ Mercedes Benz C-Class W202 เป็นซีดานเล็กยอดนิยมจากค่ายมิตซูฯ ซึ่งเป็น แลนเซอร์โฉมใหม่โผล่ออกมาขายหลังจากรุ่น E-Car ได้รับความนิยมอย่างสูง เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเป็นนวัตกรรม Invects II ระบบใหม่เครื่องยนต์แบ่งรุ่นย่อย เช่น 1.5 GLXi 1.6 GLXi หลังจากออกขายได้ไม่นาน แลนเซอร์ท้ายเบนซ์ก็แตกไลน์ออกมาเป็นรุ่น F-Style โดยมีเครื่องยนต์ปริมาตรความจุ 1.6 GLXi Limited กับ 1.8 SEi Limited ถือเป็นแลนเซอร์อีกรุ่นที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย มีการนำไปแต่งเป็นรถซิ่งหรือรถแรลลี่ และเป็นรุ่นรถที่มีชื่อเรียกตรงกับความเป็นจริงมากที่สุดแตกต่างจากกระโห้ งูเห่า นกแก้ว ตาถั่ว โดเรมอน ที่มองยังไงก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับชื่อที่ตั้งแม้แต่น้อย!

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/