วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ทอ.เต้น จ่าชักปืนจ่อ ปู-พงษ์สิทธิ์ (คลิป)

ฟันอาญา-วินัยหลังเมาแล้วซ่าฉุนไม่ให้จับมือหน้าคอนเสิร์ตในผับเพื่อชีวิต

ระทึกกลางคอนเสิร์ตเพลงเพื่อชีวิต พันจ่าอากาศเอกเมาชักปืนขู่ “ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” หน้าเวทีในผับดังเมืองอำนาจเจริญ เป็นแฟนพันธุ์แท้มานาน รู้ข่าวร้านจ้างมาแสดงหาเงินซับน้ำตาน้ำท่วม เลยชวนเพื่อนไปดู ขณะบรรเลงเพลง “รักเดียว” เดินเข้าไปขอจับมือ แต่ศิลปินในดวงใจไม่ยอมจับเพราะกำลังร้องและเล่นกีตาร์ เลยชักปืนจ่อหน้าอย่างหวาดเสียว ขณะที่ “ปู-พงษ์สิทธิ์” ใจถึงโดดแย่งปืนจนเกิดเหตุวุ่นวาย สุดท้ายถูกการ์ดล็อกตัวส่งตำรวจดำเนินคดี 2 ข้อหา กระทั่งมีคนโพสต์คลิปวิจารณ์ถึงระบบ รปภ. ด้านผู้จัดการร้านแจงเหตุที่ไม่ยึดปืน เพราะลูกค้าแสดงตัวเป็นทหารชัดเจน

เหตุระทึกพันจ่าเอกลูกทัพฟ้าเมาชักปืนขู่ “ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” ขณะเล่นคอนเสิร์ตในผับดังเมืองอำนาจเจริญ ก่อนที่ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตใจเด็ดโดดเข้าแย่งปืนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย โดยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. มีการโพสต์คลิปเหตุการณ์และข้อความผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ต้องดูให้จบถึงกับชักปืนด้วยเหรอเรื่องแค่นี้” คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวไลฟ์สดขณะตัวเองเข้าไปเที่ยวดูคอนเสิร์ต “ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” นักร้องแนวเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังที่แสดงอยู่ในร้านตะวันแดงอำนาจเจริญ ระหว่างเล่นเพลง “รักเดียว” มีนักเที่ยวชายสวมเสื้อคลุมสีดำท่าทางเหมือนคนเมาเดินเข้ามาขอจับมือกับ “ปู” พงษ์สิทธิ์ ที่กำลังร้องเพลงเล่นกีตาร์อยู่บนเวที

หลังจากยืนรออยู่สักพักและไม่ทันได้จับมือ เนื่องจาก “ปู-พงษ์สิทธิ์” ยังคงร้องเพลงและเล่นกีตาร์อยู่ ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวชักปืนออกมาจ่อหน้าขู่ “ปู-พงษ์สิทธิ์” ที่ยืนอยู่บนเวทีห่างกันไม่ถึง 1 เมตร อย่างน่าหวาดเสียว ท่ามกลางความตกตะลึงของนักท่องเที่ยว ขณะที่นักร้องเพื่อชีวิตไม่ได้มีท่าทีตกใจตรงเข้าไปหาชายลึกลับและกระโดดไปแย่งปืนจนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่จะมีนักท่องเที่ยวและการ์ดล็อกตัวชายคนดังกล่าวออกไป ส่วน “ปู-พงษ์สิทธิ์” ตะโกนบอกให้ถ่ายรูปเอาไว้ และมีเสียงโห่ร้องของบรรดานักท่องราตรีที่ไม่พอใจนักเที่ยวรายนี้ หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่มีผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ไม่มีการตรวจอาวุธก่อนเข้าผับ แบบนี้ถ้ายิงคนตายขึ้นมาจะทำอย่างไร

ต่อมาผู้สื่อข่าวเข้าพบ ร.ต.อ.เจน วิเศษรัมย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอำนาจเจริญ เจ้าของคดีดังกล่าวได้รับการเปิดเผยว่า ตำรวจรับแจ้งเวลา 01.30 น. วันที่ 3 ส.ค.ว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทที่ห้องอาหารตะวันแดงอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ถนนบายพาส ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนเรื่องราวที่เกิดเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์สงบลงแล้วและผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวไว้ได้ทราบชื่อ พ.อ.อ.ภพไตร นาคสุวรรณ อายุ 48 ปี ทหารอากาศ สังกัดกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี มาช่วยราชการที่หน่วยรักษาพื้นที่ภูสิงห์ ต.เหล่าพรวน อ.เมืองอำนาจเจริญ

สอบสวนนายหยุด สระทองกลัด อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 239 หมู่ 8 ต.ห้วยขมิ้น อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ผู้จัดการร้านเล่าเหตุการณ์ว่า คืนดังกล่าวทางร้านจัดคอนเสิร์ตเพื่อหาเงินไปช่วยน้ำท่วม จ.อำนาจเจริญ โดยมีการจ้าง “ปู-พงษ์สิทธิ์” มาร้องด้วย ทำให้มีแขกเข้ามาเที่ยวกันมากกว่าทุกคืน การเล่นดนตรีดำเนินไปตามปกติ กระทั่งถึงเวลาประมาณ 01.30 น. ขณะปูร้องเพลงไปได้ราว 1 ชั่วโมง มีหนุ่มใหญ่รายหนึ่งมีอาการเมาสุราเดินไปหน้าเวทีและขอจับมือกับ “ปู-พงษ์สิทธิ์” แต่ปูไม่จับมือด้วย เนื่องจากไม่สะดวก กำลังร้องเพลงและเล่นดนตรีอยู่

กระทั่งผ่านไปสักพักชายคนดังกล่าวชักปืนสั้นขึ้นมาแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะเผอิญการ์ดรักษาความปลอดภัยของร้านอาหารเข้าล็อกตัวเอาไว้แล้วรีบโทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจเพื่อมาระงับเหตุ สอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า พ.อ.อ.ภพไตร เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่นิยมชมชอบ “ปู-พงษ์สิทธ์” มาตลอด เมื่อทราบว่ามาเล่นที่อำนาจเจริญ จึงชักชวนเพื่อนๆมาดู ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุเป็นเพราะความเมา ปืนที่ก่อเหตุเป็นปืนกล็อก 9 มม. เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว พกพาอาวุธปืนไปยังสถานที่เริงรมย์โดยไม่มีเหตุอันควร มีนาวาอากาศตรีอาจิณ พันธ์ธรรม หัวหน้าฝ่ายแรงงานภูสิงห์ ใช้ตำแหน่งประกันตัวไปในคืนเดียวกัน

ต่อมานายหยุด สระทองกลัด ผู้จัดการร้านดังกล่าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงที่ “ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์” มาแสดงที่ผับมีคนเข้าไปขอจับมือตอนนั้นปูไม่พร้อมจะจับมือ ลูกค้าคนดังกล่าวไม่พอใจและโวยวายพร้อมกับชักปืนขึ้นมาข่มขู่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของร้านเห็นรีบเข้าไปควบคุมตัวเอาไว้ ขณะนั้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมารู้ตอนหลังว่าลูกค้าที่ก่อเหตุเป็นทหารอากาศ ส่วนสาเหตุที่มีการพกพาอาวุธปืนเข้าไป เนื่องจากตอนที่พนักงานของร้านขอตรวจค้น ตัวลูกค้าคนดังกล่าวเดินเข้ามาพร้อมเพื่อน 3 คน และแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร พนักงานเลยไม่ได้ยึดอาวุธปืนไว้

“ยืนยันว่าร้านตรวจตราอาวุธตามปกติเหมือนลูกค้าทั่วไป แต่เนื่องด้วยบุคคลดังกล่าวเป็นทหาร ทำให้ร้านไม่สามารถยึดอาวุธที่พกพามาได้ ทางร้านไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น แต่นับจากนี้ไปจะเน้นย้ำในการตรวจตราอาวุธให้เข้มงวดขึ้นมากกว่าเดิมเป็น 2 เท่า” ผู้จัดการร้านตะวันแดงอำนาจเจริญกล่าว

พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกลางดึกที่ผ่านมา “ปู-พงษ์สิทธิ์” มาแสดงคอนเสิร์ตในสถานบันเทิง จังหวะร้องเพลงอยู่มีแฟนเพลงอยู่ในอาการมึนเมาเดินมาหน้าเวที และขอจับมือ แต่ “ปู-พงษ์สิทธิ์” ปฏิเสธ เนื่องจากกำลังร้องเพลงและดีดกีตาร์อยู่ ทำให้ทหารคนดังกล่าวที่เป็นแฟนพันธุ์แท้และอยู่ในอาการเมาสุราไม่พอใจ ชักปืนออกมาข่มขู่และจ่อไปที่นักร้อง ตำรวจดำเนินคดีกับทหารคนดังกล่าว 2 ข้อหา คือพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะและข่มขู่ ส่วนข้อหาพยายามฆ่าไม่ได้แจ้ง เพราะปืนยังไม่ได้ขึ้นลำ และผู้บังคับบัญชามาประกันตัวไปแล้ว จะสอบสวนเพิ่มเติมถึงเหตุที่ปล่อยให้การพกอาวุธในที่สาธารณะ

ขณะที่นายวิชยันต์ บูรณะกิจภิญโญ รอง ผวจ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า จังหวัดในฐานะฝ่ายปกครองทราบเรื่องแล้วและสั่งการให้ อ.เมืองอำนาจเจริญ เจ้าของพื้นที่ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้ชุดเฉพาะกิจของจังหวัดคุมเข้มตรวจตราสถานบริการให้มากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า กรณีนี้หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วพบว่ามีการพกพาและแสดงอาวุธปืนไปที่ใดก็ตาม แล้วนำไปใช้โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในราชการถือว่าผิดกฎหมาย กรณีดังกล่าวต้องดูว่าผู้ก่อเหตุมีเจตนาใช้อาวุธปืนเพื่อข่มขู่หรือไม่ ดังนั้นเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่ การลงโทษทางวินัยทหาร ผู้บังคับหน่วยในกองทัพอากาศจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนกำลังพลของตนเอง เพื่อลงโทษทางวินัยต่อไป

ส่วน พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วหน่วยต้นสังกัดของพันจ่าอากาศเอกคนดังกล่าวรายงานเรื่องเข้ามา ในส่วนของการดำเนินคดีอาญาเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนโทษทางวินัย ผบ.ทอ.สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าว เพราะการพกพาอาวุธไปในพื้นที่สาธารณะในขณะที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมายและผิดวินัยชัดเจน ดังนั้นจะต้องรอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามบทลงโทษทางวินัย