วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้องชายหลุดคดี บิ๊กป้อมปัด ไม่ได้ช่วยวิ่งเต้น

ขู่พธม.อย่าปลุกม็อบป่วน แกนนําถกวันนี้บี้อุทธรณ์ ป.ป.ช.ยื้อ-ขอศึกษาก่อน

“บิ๊กป้อม” ปัดวิ่งช่วยศาลยกฟ้อง “พัชรวาท” คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ โต้ไม่เคยคุยกับน้องชายเรื่องคำตัดสินศาล เปิดช่องม็อบ พธม.ชุมนุมได้ แต่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะก่อน เตือนอย่าแตกแถวก่อความวุ่นวาย “สุริยะใส” งัด 3 ข้อเห็นแย้งเหตุผลศาลฎีกาฯ ยกคำวินิจฉัยศาลปกครอง-ศาลรัฐธรรมนูญเคยการันตีวิธีสลายชุมนุมรุนแรงเกินเหตุ ไม่เป็นไปตามหลักสากล เตรียมนัดหารือแนวทางต่อสู้คดี 4 ส.ค.นี้ ขณะที่ ป.ป.ช.สั่งประมวลคำพิพากษากลางและคำพิพากษาส่วนตัวองค์คณะละเอียดยิบเป็นข้อมูลชี้ขาดจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ สนช.โหวตท่วมท้น 205 ต่อ 0 เสียงผ่านร่าง พ.ร.บ. พรรคการเมือง เพิ่มบทลงโทษทุจริตไพรมารีโหวต คาดโทษกรรมการบริหารพรรคปล่อยให้คนนอกล้วงลูกเลือกผู้สมัคร เจอคุก 6 เดือน เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี แต่ไม่มีโทษยุบพรรค

หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายกฟ้อง 4 จำเลยได้แก่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ล่าสุดกลุ่มพันธมิตรฯเรียกร้องให้ ป.ป.ช.พิจารณายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาฯ และเตรียมนัดหารือท่าทีต่อคำตัดสินดังกล่าวในวันที่ 4 ส.ค.นี้

“บิ๊กป้อม” เตือน พธม.อย่าป่วน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปี 2551 จะเป็นบรรทัดฐานการชุมนุมในอนาคตหรือไม่ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ต่อไปการชุมนุมต้องดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะที่มีผลบังคับใช้แล้ว เจ้าหน้าที่ต้องดูแลมากขึ้น เชื่อว่า การชุมนุมจะทำเหมือนเดิมไม่ได้ ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯไม่พอใจคำพิพากษาจนอาจรวมตัวกันนั้น ทุกอย่างทำตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องดูแลไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ต้องทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย การจะดำเนินการอะไรขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ส่วนผลการตัดสินจะสร้างความร้าวลึกทางจิตใจให้กลุ่มพันธมิตรฯนั้น ถือเป็นเรื่องของศาล ต้องไปถามศาล เมื่อถามว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะชุมนุมคัดค้านคำตัดสินศาลได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า กฎหมายว่าอย่างไรต้องว่าตามนั้น จะทำอย่างไรก็ได้ แต่อย่าให้เกิดความวุ่นวาย ไม่จำเป็นต้องไปตั้งรับความเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบอยู่แล้ว

ปัดวิ่งเต้นช่วยยกฟ้อง

เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรฯถูกมองเป็นแนวร่วมสนับสนุน คสช. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีผลอะไร ทุกอย่างว่าไปตามกฎหมาย ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯจะรวมตัวชุมนุมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อนตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2559 เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย เมื่อถามว่าส่วนตัวได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.พัชรวาทเรื่องผลคำตัดสินศาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้คุย ต่างคนต่างทำงาน เมื่อถามว่า เหตุที่ศาลยกฟ้องคดีนี้ เป็นเพราะจำเลยมีนามสกุลวงษ์สุวรรณหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะไปเกี่ยวอะไร ในคดีมีอดีตนายกฯ 2 คน แต่ พล.ต.อ.พัชรวาทเป็นอดีต ผบ.ตร.เท่านั้น

“ที่บอกว่างานนี้เพราะลุงป้อมนั้น ลุงป้อมยังไม่ได้ทำอะไร เพราะยังไม่ได้เจอน้องชายเลย และก็ไม่ได้โทรศัพท์คุยให้กำลังใจกัน และไม่ได้ทำอะไรให้ด้วย ผมดูแลเฉพาะเรื่องส่วนตัว” พล.อ.ประวิตรกล่าว

เชื่อไม่มีวุ่นวายวันชี้ชะตา “ปู”

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่เดือน ส.ค.จะมีการตัดสินคดีทางการเมืองหลายคดี จนอาจกระทบต่อการสร้างความปรองดองนั้น คงไม่เกี่ยวกัน เรื่องการปรองดองกับเรื่องการกระทำความผิดเป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกัน ส่วนตัวไม่ห่วงเรื่องการดูแล ความสงบเรียบร้อยวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลฎีกาฯจะตัดสิน 2 คดีใหญ่ คิดว่าทุกอย่างคงจะเรียบร้อย ถ้าเกิดความไม่เรียบร้อย ผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ระบุว่า มีการขนมวลชนคนเสื้อแดง โดยรถตู้มาให้กำลังใจในวันตัดสินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นหน้าที่ ตำรวจต้องตรวจสอบรถตู้เหล่านั้น วิ่งผิดเส้นทาง และใช้รถผิดประเภทโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

2 กูรู ก.ม.ประสานเสียงอุทธรณ์ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี ป.ป.ช.เตรียมพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2551 ว่า ยังไม่ทราบว่า ป.ป.ช.จะอุทธรณ์หรือไม่ และไม่ควรตอบ เพราะเป็นเรื่องของ ป.ป.ช. แต่ตามรัฐธรรมนูญปี 60 สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน เมื่อถามว่าสิ่งที่ชัดเจนหลังศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาคือ การชุมนุมรูปแบบที่กลุ่มพันธมิตรฯใช้ไม่สามารถทำได้อีกต่อไปใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ

ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า คำพิพากษาของศาล ฎีกาฯ ที่ให้ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯนั้น ฝ่ายโจทก์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะยังไม่ออกมาก็ตาม เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 195 ตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องอุทธรณ์ด้วยตัวเองหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้พูดไว้ แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องอุทธรณ์ไม่ได้อยู่แล้ว

พธม.ยก 3 ข้อแย้งคำตัดสินศาล

วันเดียวกัน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ว่าด้วยคดีสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 7 ตุลาคม 2551” ว่า มีความเห็นแย้งเหตุผลการตัดสินยกฟ้อง 3 ข้อ เพื่อหวังว่า ป.ป.ช.จะนำไปพิจารณาเพื่อขออุทธรณ์ในฐานะโจทก์ให้สาธารณชนหายความแคลงใจคือ 1.ที่ระบุการสลายการชุมนุมครั้งนี้เป็นไปตามหลักสากลนั้น ขอโต้แย้งว่าก่อนหน้านี้มีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ระบุการสลายชุมนุมไม่เป็นไปตามหลักสากล รุนแรงเกินกว่าเหตุ มีพยานหลักฐานนำแก๊สน้ำตาหมดอายุมาใช้ วิถีการยิงเป็นการยิงวิถีตรงใส่ผู้ชุมนุมแทนการวิถีโค้งตามหลักสากล ทำผู้ชุมนุมหลายคนบาดเจ็บ และเสียชีวิตทันที 2.ที่ระบุเป็นการชุมนุมไม่สงบ มีการพกพาอาวุธ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้น การชุมนุม 193 วันของพันธมิตรฯ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ คำพิพากษาศาลอาญาหลายคดีระบุไว้เป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ทำประชาชนรับรู้ความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลในขณะนั้น

นัดหารือท่าทีดำเนินการ 4 ส.ค.

นายสุริยะใสระบุว่า ข้อ 3.ที่ระบุว่าจำเลยทั้งสี่ไม่มีเจตนานั้น มีพยานหลักฐานเป็นคลิปวีดิโอในเหตุการณ์พบพฤติการณ์เจ้าหน้าที่บางคน ทั้งช่วงยิงแก๊สน้ำตาและช่วงใช้กระบองทุบตีผู้ชุมนุม กระทำด้วยความสะใจ การจัดขบวนของเจ้าหน้าที่ตอนเช้าตรู่วันที่ 7 ต.ค.51 พบชัดเจนว่าเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสลายและปฏิเสธเจรจากับแกนนำอย่างที่เคยทำ สุดท้ายนี้หวังว่า ป.ป.ช.จะนำพาข้อสังเกตและข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งไปพิจารณาลงมติใช้สิทธิอุทธรณ์คดีให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งนี้ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯจะนัดหารือเกี่ยวกับคดีนี้ในวันที่ 4 ส.ค.เวลา 09.00 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ และจะเปิดแถลงข่าวในเวลา 11.00 น.

ยุ ป.ป.ช.รื้อคดีสลายเสื้อแดงใหม่

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวทีมทนายความที่รับมอบอำนาจจาก ป.ป.ช. เตรียมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องถาม ป.ป.ช.ยุคปัจจุบัน เพราะเมื่อนำมาเทียบเคียงกับการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. วันที่ 10 เม.ย.53 ที่ศาลมีคำสั่งการตายของผู้เสียชีวิตคนแรกที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการว่ามาจากกระสุนของฝ่ายทหาร เหตุการณ์ครั้งนี้แม้มีการตายเกิดขึ้น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังสั่งใช้กระสุนจริงต่อไป แต่เหตุใด ป.ป.ช.ชุดเก่าจึงยกคำร้อง จึงอยากให้ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันหยิบคดีมาทบทวนใหม่ มิเช่นนั้น ความยุติธรรมในสังคมไทยจะเสียหาย ประชาชนที่เสียชีวิตจากกระสุนสงครามปี 53 จะตายฟรี ที่สำคัญจากการตรวจสอบของกรรมาธิการฝ่ายความมั่นคง สภาผู้แทนราษฎร สมัยนั้นพบว่ามีการใช้กระสุนจริงกว่าสองแสนนัด และกระสุนสไนเปอร์กว่าสองพันนัด ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันจะว่าอย่างไร

ปรามพวกอยากนั่ง หน.หยุดออกตัว

นายพรศักดิ์ ศรีละมุล แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกระแสข่าวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการจับตามองเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ภายหลังจากที่ศาลฎีกาฯ ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 51 ว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาเช่นนี้ คนที่ออกตัวอยากเป็นหัวหน้าพรรคก่อนหน้านี้ก็ควรถอยๆลงบ้าง หรือเพลาๆลงหน่อยเพราะยังไม่ถึงเวลา คนที่จะเป็นหัวหน้าพรรคต้องได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรค เวลาที่กองเชียร์พรรคเดือดร้อนกัน ไปอยู่ที่ไหน แล้ววันดีคืนดีจะออกมาแสดงตนว่ามีความสามารถมันไม่ใช่ คนจะเป็นผู้นำต้องมีวุฒิภาวะ แค่นี้ทุกคนมองออกว่าสิ่งที่แสดงอยู่สมควรหรือไม่ ไม่ว่าจะสร้างพระประธานไว้ในโบสถ์อย่างไร ก็เป็นเจ้าอาวาสไม่ได้ เพราะพรรษาไม่ถึง ขอฟังธงนับจากนี้ประเทศไทยจะไม่มีนายกฯหญิงอีกหลายปี

“อภิสิทธิ์” ให้หยุดเทียบเคียงคำตัดสิน

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯที่อาจนำไปสู่บรรทัดฐานการพิจารณาคดีการชุมนุมอื่นๆว่า การชุมนุมแต่ละกรณีมีข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน คำพิพากษาเป็นธรรมดาที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ขอให้เคารพกระบวนการยุติธรรม หากโจทก์อุทธรณ์คดีต้องดูว่าจะมีผลอย่างไร แต่ละเหตุการณ์มีข้อเท็จจริงกับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน เช่นปี 2553 สิ่งที่ชัดคือ รัฐบาลไปยื่นต่อศาลให้วินิจฉัยว่า เป็นการชุมนุม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการใช้อาวุธกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งการปฏิบัติในปี 2553 รัฐบาลทำตามขั้นตอน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้น การจะนำส่วนใดของคำพิพากษาไปเทียบเคียงต้องดูข้อเท็จจริงตรงกันหรือไม่ ขอให้ทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน การตัดสินคดีเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งฝ่ายพอใจและไม่พอใจ ส่วนตัวเห็นใจผู้ชุมนุม ส่วนการพิจารณาคดีวันที่ 25 ส.ค.เชื่อว่าจะมีลักษณะเดียวกันคือมีทั้งผู้พอใจและไม่พอใจ แต่ศาลตัดสินบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หากเห็นว่าไม่ถูกต้องสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ อย่าเอามวลชน การเมือง ความรุนแรงมาเกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.สั่งประมวลคำพิพากษา

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการประชุม ป.ป.ช. เพื่อหารือกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายกฟ้องคดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 4 คน ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 โดยที่ประชุมมอบให้สำนักคดีของ ป.ป.ช.ไปดำเนินการคัดลอกคำพิพากษา ทั้งคำพิพากษากลาง และคำพิพากษาส่วนตัวขององค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วนำมาประมวลสรุปเป็นรายงานเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันไม่ใช่ชุดที่ทำสำนวนคดีดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น จึงต้องใช้เวลาศึกษาโดยละเอียด เพื่อพิจารณาและตัดสินว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีนี้หรือไม่ โดยเชื่อว่าจะพิจารณาเสร็จทันกรอบเวลา 30 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดไว้

ศาล ปค.แจงคดีม็อบเรียกค่าเสียหาย

ด้านนายสมชาย งามวงศ์ชน โฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯว่า คดีดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับการพิจารณาคดีของศาลปกครอง ซึ่งเป็นคำร้องเรื่องการให้ชดใช้ค่าเสียหายที่มีประเด็นค้างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดอยู่ ในกรณีผู้ชุมนุมยื่นขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักนายกรัฐมนตรีจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ร้อง โดยปกติแม้จะไม่มีความผิดอาญา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องรับโทษทางแพ่ง ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาฯจะมีผลต่อการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับองค์คณะพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ฟ้อง สตช.และสำนักนายกรัฐมนตรีที่ออกคำสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ลงวันที่ 5 ต.ค.55 ให้ สตช.และสำนักนายกรัฐมนตรีจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ร้อง 32 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าการสลายการชุมนุมมีการใช้อาวุธปืนยิงและขว้างแก๊สน้ำตาไปยังผู้ชุมนุมโดยตรง ไม่ปฏิบัติตามหลักสากลที่ต้องเริ่มจากมาตรการเบาไปหาหนัก แสดงให้เห็นว่าแผนกรกฎ/48 ที่นำมาใช้เป็นเพียงการอ้างหลักการตามมาตรฐานสากล แต่การปฏิบัติจริงหาได้เป็นไปตามหลักการให้ความเมตตาต่อผู้มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง

สนช.ส่ง ก.ม.แก้เผ็ดหนีคดีให้นายกฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนายสุรชัยแจ้งต่อที่ประชุมว่า จากกรณีที่ สนช.ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ สนช.ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ไปยังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาว่า มีบทบัญญัติใดไม่ตรงกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 ปรากฏว่า กรธ.ไม่ได้มีความเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้ขัดหรือไม่ตรงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ สนช.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ส่งไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ดำเนินการตามมาตาม 81 นำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลง พระปรมาภิไธย และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

โหวตฉลุยผ่าน ก.ม.พรรคการเมือง

ต่อมาเวลา 12.00 น. เข้าสู่วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตามที่ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาข้อโต้แย้งประเด็นขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.ในฐานะประธาน กมธ.ร่วม ชี้แจงต่อที่ประชุม สนช.ว่า กมธ.ร่วมฯพิจารณาข้อโต้แย้ง 4 ประเด็นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้ว เห็นว่า มี 2 ประเด็นที่ไม่ตรงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จึงมีมติแก้ไขข้อโต้แย้งทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวได้แก่ 1. การเพิ่มบทลงโทษ หากมีการทุจริตในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครขั้นตอนไพรมารีโหวต จากเดิมที่ไม่มีบทลงโทษ ทั้งนี้ อัตราโทษจะเริ่มที่จำคุก 6 เดือนถึง 1 ปี หรือจำคุก 1 ปีถึง 10 ปี แต่จะไม่มีบทลงโทษการยุบพรรคในเรื่องไพรมารีโหวต 2. การให้หัวหน้าพรรค การเมืองสามารถลงสมัครได้ทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 และ ส.ส.เขต จากเดิมที่ให้ลงสมัครได้เฉพาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 เท่านั้น จากนั้นที่ประชุมเปิดให้สมาชิกแสดงความเห็น แต่ไม่มี สนช.อภิปราย จึงลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 205 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ปล่อยคนนอกล้วงลูกถูกตัดสิทธิ ลต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนบทลงโทษกรณีการกระทำผิดในขั้นตอนไพรมารีโหวต ได้แบ่งฐานความผิดอาทิ กรณีการเรียกรับผลประโยชน์ สัญญาว่าจะให้ จูงใจให้ลงหรือไม่ลงสมัครรับการสรรหามีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และหากมีกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าสาขาพรรค เข้าไปรู้เห็นเกี่ยวข้องจะมีโทษเช่นเดียวกับผู้ทุจริต ส่วนกรณีตัวแทนประจำจังหวัด หัวหน้าสาขาพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค ยินยอมให้บุคคลใดที่มิได้เป็นสมาชิกพรรคยุ่งเกี่ยวกับการประชุมออกเสียงคะแนน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาทและถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

กรธ.เก็บตัวระยองร่าง 3 ก.ม.ลูก

ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิฟ บีช จ.ระยอง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการประชุมนอกสถานที่ของ กรธ.ว่า ตั้งแต่วันที่ 3-6 ส.ค. กรธ.จะประชุมเพื่อยกร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับได้แก่ 1.ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2.ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. 3.ร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ถือเป็นกฎหมาย 3 ฉบับสุดท้าย กรธ.ต้องอ่านร่างกฎหมายทุกมาตราที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 60 คาดว่าการประชุมตลอด 4 วัน จะได้ข้อสรุปหลักการที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทั้งสามฉบับ ในส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.นั้นจะต้องหารือเรื่องใครจะตรวจสอบ ป.ป.ช.ด้วย และความจำเป็นว่าจะมี ป.ป.ช.จังหวัดหรือไม่ ส่วน พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.ต้องคุยเรื่องการเลือก ส.ว.แบบไขว้ให้เสร็จเรียบร้อย

“ศุภชัย” น้อมรับมติศาล รธน.

ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องที่ กกต.ขอให้วินิจฉัย 2 ประเด็นของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ไว้พิจารณาว่า น้อมรับมติศาลรัฐธรรมนูญ หากร่างดังกล่าวประกาศใช้แล้ว กกต.คงพิจารณาอีกครั้งว่าจะใช้สิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ ส่วนตัวไม่ติดใจ แต่ถ้าที่ประชุม กกต.มีมติเสียงข้างมากว่าควรจะยื่นอีก ในฐานะประธานต้องทำตามมติยื่นเรื่องต่อไป อย่าไปคิดว่าเป็นการแพ้หรือชนะ ว่ากันตามเหตุผลตามเสียงข้างมาก ไม่เช่นนั้นจะหาข้อยุติไม่ได้ แม้จะถูกเซ็ตซีโร่อย่าเอามาปะปนกัน ส่วนกรณีมีแนวโน้มว่า กกต.จะเป็นองค์กรอิสระเดียวที่ถูกเซ็ตซีโร่นั้น อยู่ที่คนอื่นจะพิจารณา ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ ตนมาถึงจุดนี้ถือเป็นกำไรชีวิตแล้ว ไม่ยึดติด เป็นเสือแล้วอย่าไปร้อง รู้อยู่ว่าเวลานี้บ้านเมืองไม่ปกติ นายกฯก็เครียด มีภาระหน้าที่ต้องแก้ไขมาก อย่าไปสร้างปัญหาให้ท่านลำบากใจ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัยได้เริ่มเก็บของใช้ในห้องทำงานบ้างแล้ว

บลัฟ ก.ม.ยุทธศาสตร์ชาติสำเร็จยาก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมตั้งคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ตาม พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติว่า สิ่งที่สำคัญคือการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้กว้างขวางที่สุด แต่สิ่งที่เป็นห่วงในแผนยุทธศาสตร์ชาติ คือการมีส่วนร่วมของประชาชน การปฏิรูปจะสำเร็จยาก ถ้าสังคมไม่รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ที่เขียนล่วงหน้าถึง 20 ปี มองว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำในสิ่งที่ผูกมัด และไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขณะนั้น รวมถึงความต้องการของประชาชน น่าจะสำเร็จได้ยาก เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ มีการเลือกตั้ง อาจปรับเปลี่ยนโดยมีความเห็นประชาชนเข้ามาเพิ่มเติมได้หรือไม่ ส่วนการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอแนะ แต่การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่ที่รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะผลักดันกฎหมายออกมาหรือไม่ แต่ที่น่าเสียดายคือ สปท.ทำงานปฏิรูปแบบแยกส่วน ไม่มีวิสัยทัศน์ว่า การปฏิรูปจะยืนอยู่บนหลักอะไร

“บิ๊กตู่” ปลุกเอเชียรวมพลังสู้ ศก.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานอาเซียนอินเดีย เอ็กซ์โป แอนด์ ฟอรั่ม ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ตอนหนึ่งว่า วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงทั้งราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตร ที่ผันผวนตลอดเวลา เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีผลกระทบ การเมืองระหว่างประเทศที่ยังไม่แน่นอน การปรับเปลี่ยนนโยบายประเทศมหาอำนาจ ความไม่สงบในหลายประเทศ ดังนั้นเอเชียต้องผนึกกำลังเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในวาระสำคัญนี้อาเซียน-อินเดียควรเร่งรัดผลักดันเศรษฐกิจให้มากขึ้น สร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจ ทั้งการคมนาคมทางบก อากาศ และทางทะเล เสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานผ่านการพัฒนาภาครัฐดิจิทัล นวัตกรรมและเทคโนโลยี เร่งลงทุนด้านการวิจัย การเกษตร และพัฒนาคนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

ปลื้มทูตชมเปาะทำงานแข็งขัน

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเคซุส มิเกล ซันส์ เอสโกรีอวยลา เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯประสงค์จะยกระดับความสัมพันธ์ระดับสูงกับสหภาพยุโรป พร้อมหารือถึงพัฒนาการด้านการเมืองของไทยด้านต่างๆให้มีปฏิสัมพันธ์ทางการเมืองระดับสูงระหว่างกันได้ พร้อมแสดงความยินดีที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับยุโรปยังมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง หวังว่าสหภาพยุโรปจะขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ยืนยันไทยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะปัญหาไอยูยู ขณะที่เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯระบุรับรู้ถึงความพยายามของรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และชื่นชมการทำงานของนายกฯที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนชาวไทยด้วยความแข็งขัน

“มาร์ค” พบพระสังฆราชทำบุญวันเกิด

เมื่อเวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิดครบ 53 ปี ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อถวายเครื่องสักการะ และรับพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด โดยนายอภิสิทธิ์ถวายดอกไม้สักการะสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งให้พรและมอบหนังสือธรรมเทศนา เหรียญที่ระลึกแก่นายอภิสิทธิ์ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จพระสังฆราชประทานพรให้รักษาตัว อายุ 53 ปี ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง เป็นหัวหน้าพรรคไปนานๆ เพื่อจะได้ทำงานให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ส่วนตัวเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดปีนี้ อยากเห็นประเทศก้าวหน้า ทุกวันนี้ปัญหาประเทศมีมาก เช่น ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเศรษฐกิจ สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลง ปัญหาคอร์รัปชัน การใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ถ้าสามารถแก้ปัญหานี้ได้ประชาชนทุกคนจะมีความสุข นี่คือสิ่งที่อยากเห็น