บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อยเอ็ดเร่งมือซ่อม นํ้าเซาะ ‘แก้มลิง’ พัง! สกลฯคลี่คลายแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วม จ.สกลนคร เริ่มคลี่คลายน้ำลดลง แต่บางจุดน้ำยังท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ต้องใช้ ฮ.ขนลำเลียงถุงยังชีพส่งไปช่วยเหลือ ที่ จ.กาฬสินธุ์ ผวจ.สั่งการให้ทุกอำเภอเร่งสำรวจพื้นที่น้ำท่วม เตรียมการอพยพชาวบ้านหนีน้ำไปอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะที่กรมชลฯส่งเครื่องจักรกลเร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำแก้มลิงหนองเลิงเปือย ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ถูกน้ำกัดเซาะพังทลาย

หลังจากหลายจังหวัดในภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่างประสบภัยพิบัติน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะ จ.สกลนคร น้ำทะลักท่วมจมน้ำกลายสภาพเป็นเมืองบาดาล ชาวบ้านระทมทุกข์ บ้านเรือน ทรัพย์สินตลอดจนไร่นาพืชผลการเกษตรเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตหลายราย ล่าสุดแม้ว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายน้ำลดลงในบางพื้นที่ แต่ยังมีหลายพื้นที่ยังถูกน้ำท่วมในสภาพติดเกาะ หมู่บ้านถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนระดมกำลังเข้าไปอพยพชาวบ้านหนีน้ำไปอยู่ในที่ปลอดภัย และเร่งเยียวยาหาทางช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพจิตใจ

สกลนครสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

ที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ผู้สื่อข่าวออกสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครสกลนคร พบว่าระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จุดที่ท่วมสูงสุดที่ตลาด ต.การค้า ระดับน้ำอยู่ที่ 30 ซม. ประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย และเก็บกวาดบ้านเรือนตลอดจนอาคารต่างๆ ถนนที่ยังมีน้ำท่วมขังประกอบด้วย ถนนรัฐพัฒนา ถนนสุขเกษม ถนนราษฎร์เจริญ ถนนยุวพัฒนา ถนนประชาราษฎร์ และถนน ต.พัฒนา สรุปความเสียหาย จ.สกลนคร มีน้ำท่วม 18 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 10 คน บ้านเรือนเสียหาย 1,049 หลัง วัด 13 แห่ง พื้นที่การเกษตร 890,646 ไร่ ปศุสัตว์รวม 704,284 ตัว สิ่งสาธารณประโยชน์ 175 แห่ง สะพาน 4 แห่ง ราษฎรได้รับผลกระทบ 135,044 ครัวเรือน จำนวน 426,037 คน ล่าสุดสนามบินเปิดใช้การได้แล้ว โรงพยาบาลศูนย์เปิดทำการปกติ ส่วนสถานศึกษาโรงเรียนที่ปิดจำนวน 107 โรงเรียน จะเปิดเรียนพร้อมกันในวันจันทร์ที่ 7 ส.ค.นี้

บางจุดน้ำยังท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร

ด้านนายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผบ.มทบ.29 ได้ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ โดยจะเร่งระบายน้ำออกจากเขตเทศบาลนครสกลนครซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ นอกจากนี้ ที่ชุมชนหนองสนมยังมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ส่วนชุมชนธาตุดูมน้ำสูงกว่า 1 เมตร จะเร่งสูบน้ำออกนอกจากนี้ให้เจ้าหน้าที่เร่งนำกระสอบทรายไปวางบล็อกน้ำ 3 จุด คือ ที่ปากห้วยโมง ถนนสกลนคร-อุดรธานี โรงสูบน้ำบ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลฯ ริมหนองหาร และหน้าห้างบิ๊กซี ถนนใจผาสุก จากนั้นจะสูบน้ำทั้งหมดออกไปลงสู่หนองหาร โดยใช้เครื่องสูบน้ำ 7 เครื่อง การสูบน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากน้ำในหนองหารมีปริมาณกักเก็บ 266 ล้าน ลบ.เมตร ขณะนี้มีน้ำ 377 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 144% เกินกว่าระดับเก็บกัก

จัดส่งถุงยังชีพช่วยเหลือ

พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผบ.มทบ.29 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด ในภาพรวมส่วนใหญ่น้ำยังท่วมขัง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย บางพื้นที่น้ำยังท่วมบ้านเรือน ได้จัดส่งเสบียงอาหาร และถุงยังชีพไปช่วยเหลือ โดยมีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก และของหน่วยบินตำรวจ อยู่ที่ค่าย ตชด.23 คอยสนับสนุนภารกิจ ส่วนถนนกรมทางหลวง ทางหลวงชนบท และหลายหน่วยงานกำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าสถานการณ์คงจะคลี่คลายในเร็วๆนี้ และทางราชการจะเข้าฟื้นฟู และเร่งเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ประกาศพื้นที่ประสบภัยเพิ่ม 2 อำเภอ

ที่ จ.นครพนม หลังจากทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.นาแก อ.วังยาง อ.เรณูนคร อ.ศรีสงคราม และ อ.นาหว้า ล่าสุด มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มอีก 2 อำเภอ คือ อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ เบื้องต้นมีชาวบ้านเดือดร้อนประมาณ 1 พันครัวเรือน พื้นที่ การเกษตรนาข้าวได้รับผลกระทบกว่า 5 แสนไร่ ด้านโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ ประตูระบายน้ำก่ำตอนล่าง อ.ธาตุพนม ได้ระดมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ที่ประตูระบายน้ำตลอดแนวรวม 26 เครื่อง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ บริเวณประตูระบายน้ำตอนล่าง ก่อนลงสู่น้ำโขงจำนวน 4 เครื่อง ทำให้การระบายน้ำดีขึ้น ในปริมาณวันละ 50 - 60 ล้านลูกบาศก์เมตร เชื่อว่าจะทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ ลดระดับเร็วภายใน 4-5 วัน

ส่งเรือท้องแบนช่วยเต็มที่

เช้าวันเดียวกัน นายวุฒิพงศ์ คำภูแสน ผอ.แขวงทางหลวงนครพนม พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ แพงวงศ์ หัวหน้าหมวดการทางนาแก ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ใช้เป็นสะพานชั่วคราวข้ามลำน้ำก่ำ ทางหลวงหมายเลข 2033 เชื่อมระหว่าง อ.นาแก-ต.พระซอง เขตเทศบาลตำบลนาแก เนื่องจากสะพานเดิมความยาว 170 เมตร กว้าง 25 เมตร ถูกมวลน้ำจากหนองหาร จ.สกลนคร ทะลักไหลบ่ากัดเซาะคอสะพานทรุดตัว น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรและถนนเสียหายหลายจุด ขณะที่ พล.ต.อรรถ สิงหัษฐิต ผบ.มทบ. 210 นครพนม ระดมกำลังทหารนำเรือท้องแบนเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนตามหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

หนองคายน้ำท่วมหนัก อ.เฝ้าไร่

ที่ จ.หนองคาย น้ำที่ระบายจากเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ที่ไหลลงลำห้วยคำมิด เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำสงคราม ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ใน ต.นาดี และ ต.อุดมพร อ.เฝ้าไร่ และถนนสายหลักจาก อ.เฝ้าไร่ ไป อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ บ้านเจริญสุข ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ระยะทางประมาณ 700 เมตร รถเล็กไม่สามารถแล่นผ่านได้ นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นอภ.เฝ้าไร่ ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย อปพร.นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้าน น.ส.วรางคณา ศิลปกิจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.หนองคาย กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินสถานการณ์มวลน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ไหลลงลำห้วยต่างๆ ส่วนหนึ่งไหลมายังลำห้วยคำมิด จนรับน้ำไม่ไหวล้นลำห้วยเข้าท่วมที่นาและบ้านเรือนประชาชน เฉลี่ยมีมวลน้ำไหลมา 11.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนแม่น้ำสงครามยังสามารถรองรับน้ำได้

น้ำสงครามท่วม 2 อำเภอ

ที่ จ.บึงกาฬ ช่วงสายวันเดียวกัน นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผวจ.บึงกาฬ พ.ท.วีระวัฒน์ ท้าวพิมพ์ เสนาธิการกองกำลัง รส. จ.บึงกาฬ นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสงคราม ที่เอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านห้วยทราย หมู่ 8 ต.โซ่ อ.โซ่พิสัย โดยเฉพาะบ้านของนายบุญช่วย ปะคำแหง อายุ 60 ปี ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และจุดที่ 2 ในพื้นที่บ้านสุขเจริญ หมู่ 12 ต.ท่าสะอาด อ.เซกา ที่ได้รับผลกระทบน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนกว่า 20 หลังคาเรือน พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือแก่ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน สั่งการให้ ปภ.จังหวัด เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสงครามอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย

กาฬสินธุ์เตรียมอพยพชาวบ้าน

ที่ จ.กาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ คำดี ผวจ. กาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กรม ชลประทานแจ้งว่า จะมีการระบายน้ำออกจากเขื่อนลำปาวต่อไปอีกในปริมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อลดระดับน้ำในเขื่อนลำปาวให้เหมาะสมกับน้ำที่ไหลเข้าอ่าง และมวลน้ำจาก จ.ขอนแก่น ไหลลงมาตามลำน้ำชี ทำให้น้ำชีหนุน และน้ำจากเขื่อนลำปาวไหลลงลำน้ำชีไม่ได้เหมือนที่คาดการณ์เอาไว้ ผลจากการระบายน้ำครั้งนี้ส่งผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ ได้สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอเตรียมการสำรวจและอพยพผู้คนไปอยู่ในที่สูงโดยด่วน เบื้องต้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ยางตลาด ที่ได้รับผลกระทบเพื่ออพยพประชาชนมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมแจกถุงยังชีพเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจต่อไป

ร.10 พระราชทานถุงยังชีพ

ช่วงสายวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.บัณฑิต มลายอริศูนย์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ประสบภัยจำนวน 1,164 ครอบ ครัว ที่หอประชุมอำเภอนาคู จ.กาฬสินธุ์ ที่มอบให้ราษฎรที่ประสบภัยจำนวน 259 ครอบครัว ที่หอประชุมอำเภอท่าคันโท สร้างความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ร้อยเอ็ดจัดตั้งศูนย์ฯช่วยเหลือ

ที่ จ.ร้อยเอ็ด นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ อ.เสลภูมิ เนื่องจากพนังกั้นลำน้ำยัง ช่วงบ้านท่าทางเกวียน ต.วังหลวง ได้ขาดหลายช่วง ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ได้เร่งอพยพประชาชนจำนวนหลายร้อยคนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว และขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค นมสำหรับเด็ก ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ทางจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภคที่ศูนย์ดํารงธรรมศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อส่งไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ติดต่อบริจาคได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4351-1711 และที่ว่าการอำเภอเสลภูมิ โทร. 0-4355-1223 และที่กลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 0-4351-3097

แจกกระสอบทรายรับมือน้ำท่วม

ที่ จ.อุบลราชธานี น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี นำกระสอบทรายไปแจกจ่ายให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขังรอระบาย อาทิ ซอยธรรมวิถี 10 ซอยชยางกูร 28 ซอยชยางกูร 36 และบริเวณชุมชนหาดวัดใต้ ที่น้ำในแม่น้ำมูลกำลังไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมสูงประมาณ 10-20 ซม. น.ส.สมปรารถนา กล่าวว่า เทศบาลฯ ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและวาตภัยที่หน้าอาคารฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครอุบลราชธานี เพื่อเตรียมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีราษฎรถูกน้ำท่วมอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวที่จัดไว้ ประกอบด้วยชาวชุมชนวังแดง 36 ครัวเรือน ชุมชนติ่งปลาเผา 9 ครัวเรือน บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสีย 6 ครัวเรือน และบริเวณสันเขื่อนถนนเลียบริมแม่น้ำมูล 2 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังจัดเรือท้องแบนจำนวน 30 ลำเพื่อไว้ช่วยเหลือประชาชน

บุรีรัมย์นาข้าวจมน้ำเริ่มเน่า

ที่ จ.บุรีรัมย์ มวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.นครราชสีมา สมทบกับน้ำในลำน้ำสะแทด ก่อนจะไหลลงลำน้ำมูล มีปริมาณสูงขึ้นได้เอ่อเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกร 3 หมู่บ้าน มี บ้านงิ้ว หมู่ 8 บ้านแคนทะเล หมู่ 6 และบ้านโนพะยอม หมู่ 9 ต.สระบัว อ.แคนดง ประมาณ 3 พันไร่ ระดับน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร บางพื้นที่ถูกน้ำท่วมนานเกือบสัปดาห์ยังไม่ลดระดับ ทำให้ต้นข้าวเริ่มมีสภาพเน่าเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก นอกจากนี้น้ำยังหลากเข้าท่วมบ่อปลาได้รับความเสียหายอีกกว่า 10 บ่อ และถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วม ล่าสุดปริมาณน้ำได้ไหลหลากมาอย่างต่อเนื่อง

โคราชประกาศพื้นที่ประสบภัย 12 อำเภอ

ที่ จ.นครราชสีมา นายสุเทพ รื่นถวิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 12 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เทพารักษ์ อ.ชุมพวง อ.สีดา อ.บัวลาย อ.แก้งสนามนาง อ.โนนแดง อ.ประทาย อ.บัวใหญ่ อ.ด่านขุนทด อ.เมืองยาง อ.ลำทะเมนชัย และ อ.พิมาย สำหรับราษฎรที่ประสบภัยมีจำนวน 23,142 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหาย 243 หลัง วัดและกุฏิสงฆ์ 5 หลัง สถานที่ราชการ 2 แห่ง ถนน 119 สาย สะพาน 5 แห่ง ยุ้งข้าว 1 หลัง ฝาย 15 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง โรงงาน 3 แห่ง บ่อปลา 147 บ่อ คันดิน 17 แห่ง เป็ด ไก่ 1,300 ตัว และพื้นที่เกษตรกรรม 104,651 ไร่ สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 9 อำเภอ คือ อ.เทพารักษ์ อ.ชุมพวง อ.สีดา อ.บัวลาย อ.บัวใหญ่ อ.แก้งสนามนาง อ.ด่านขุนทด อ.พิมาย และ อ.ลำทะเมนชัย ส่วนอำเภอที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วม 3 อำเภอ คือ อ.ประทาย อ.โนนแดงและ อ.เมืองยาง

พระราชทานถุงยังชีพช่วยชาวประทาย

วันเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มอบช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ประทาย ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอประทาย มีนายอำนวย ปองนาน นอภ.ประทาย เข้าร่วมพิธี โดยประชาชนที่เข้ารับมอบถุงยังชีพพระราชทาน ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้

บางระกำท่วมนาข้าว

ที่ จ.พิษณุโลก ประชาชนในพื้นที่ ต.คุยม่วง อ.บางระกำ ประสบปัญหาน้ำท่วมนาข้าว เนื่องจากน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลหลากมาจาก จ.สุโขทัย ผ่านประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ ต.กง อ.กงไกรลาศ ได้เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าบ่าท่วมนาข้าวที่กำลังเก็บเกี่ยวประมาณ 4,000 ไร่ ก่อนหลากเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกร บ้านหมู่ 3, 5, 6, 9 และหมู่ 11 ขณะที่ชาวนาบางรายขนทรายที่ อบต.ชุมสงคราม มอบให้นำไปอุดปิดกั้นทางน้ำที่ไหลเข้าที่นา นายจรัญ อ่อนหนู กำนัน ต.คุยม่วง กล่าวว่า จังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 6 เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยน้ำในแม่น้ำยมจาก อ.กงไกรลาศ มาเร็วมาก ทาง อบต. ชลประทาน ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันทำคันดินกั้นสูง 1-2 เมตร แต่สู้แรงไม่ได้และพังทลายทำให้น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวแล้วประมาณ 4 พันไร่ ทำให้ชาวนาต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวหนีน้ำ ขณะที่นายสมส่วน แร่เพชร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เปิดเผยว่า มีนาข้าวเสียหายโดยสิ้นเชิง 1,500 ไร่ และได้เก็บเกี่ยวข้าวที่ยังแก่ไม่เต็มที่ไปแล้ว 2,800 ไร่ ขายได้แค่ตันละ 2,000-4,000 บาท

เตือนชาวบ้าน 3 อำเภอเฝ้าระวังน้ำ

ที่ จ.นครสวรรค์ ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้ออกประกาศเตือนให้ชาวบ้าน 3 อำเภอ คือ อ.ชุมแสง อ.เก้าเลี้ยว และ อ.เมือง ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน จ.สุโขทัย มีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะไหลลงสู่ จ.นครสวรรค์ ภายในวันนี้ จนถึงวันที่ 7 ส.ค. โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่ริมแม่น้ำยม รวมถึงคลองรับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ ขนข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย รวมถึงให้ติดตามข่าวสารปริมาณน้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ได้แก่ อ.ชุมแสง พื้นที่ ต.ท่าไม้ ต.บางเคียน ต.เกย–ไชย ต.ฆะมัง ต.พิกุล ต.หนองกระเจา ต.ไผ่สิงห์ ต.ทับกฤช อ.เก้าเลี้ยว พื้นที่ ต.หนองเต่า และ อ.เมือง พื้นที่ ต.เกรียงไกร ต.บางพระหลวง และ ต.บึงเสนาท

กรมชลฯสั่งยกบานประตูระบายน้ำ

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จ.ศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำมูลเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในเขื่อนราษีไศล มีปริมาณน้ำในเขื่อน 55.46 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 74.49% ของความจุเก็บกักสูงสุด มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตรวจสอบพบว่า ระดับของแม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต่ำกว่าตลิ่ง 2.5 เมตร สั่งการให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง สำนักงานชลประทานที่ 8 แขวนบานระบายเขื่อนราษีไศล ทั้ง 7 บาน ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สามารถระบายน้ำได้ในอัตรา 667.43 ลบ.เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็น 58.53 ล้าน ลบ.เมตรต่อวัน เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และเพื่อเป็นการรองรับปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่จะไหลมาจาก จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เข้าสู่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 100,000 ไร่ ที่อยู่ติดสองฝั่งแม่น้ำมูลโดยเฉพาะนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย

เร่งซ่อมพนังกั้นน้ำแก้มลิงพัง

นายทองเปลวกล่าวต่อว่า ตามที่มีการแชร์ข้อความกันในสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ด่วน!! #เลิงเปือยขาดแล้ว บริเวณเลยวัดกู่ อุปถ์โมงไปประมาณ 400 เมตร จุดหลังคลองส่งน้ำขาดแล้วหน้ากว้างประมาณ 10 เมตร ตอนนี้มวลน้ำกำลังมุ่งหน้าสู่บ้านท่าโพธิ์ ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เวลา 13.30 น. สถานการณ์น้ำถึงท้ายบ้านท่าโพธิ์-ท่าไฮ” นั้น กรมชลฯโดยโครงการชลประทานร้อยเอ็ด สำนักงานชลประทานที่ 6 เข้าตรวจสอบพบว่า บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำกัดเซาะพนังกั้นน้ำแก้มลิงธรรมชาติหนองเลิงเปือย เป็นจุดที่อยู่ติดกับแม่น้ำชี ทำให้เกิดความเสียหายกับคันดินประมาณ 30 เมตร ส่งผลให้เกิดน้ำเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรบริเวณ ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 2,000 ไร่ ทั้งนี้ โครงการชลประทานร้อยเอ็ดได้ส่งเครื่องจักร เครื่องมือเข้าพื้นที่เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกับ อบต.โพธิ์ใหญ่ ในส่วนของสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี จ.ร้อยเอ็ด ยังคงมีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกทางตอนบนและปริมาณน้ำจากการระบายน้ำของเขื่อนลำปาวเดินทางมาถึงแล้ว ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชีติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป

คปภ.ลงพื้นที่สกลนครช่วยน้ำท่วม

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้บริหาร สำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์บูรณาการช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม จ.สกลนคร ในโอกาสนี้ได้ประชุมร่วมกับนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในพื้นที่ ได้ย้ำให้เตรียมมาตรการป้องกันภัยและการเยียวยาให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัย โดยเห็นควรให้นำแนวทาง “นครพนมโมเดลประกันภัย” มาใช้ จะเป็นมาตรการในการเตรียมการกรณีมีมรสุมลูกใหม่เข้ามา และช่วยเหลือประชาชนในการบริหารความเสี่ยงภัย รวมทั้งการเร่งรัดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่รวดเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านประกันภัยให้กับประชาชน