บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชำแหละชีวิตเนย์มาร์ จากเด็กดัดฟันตัวกะจ้อย สู่ยอดแข้งค่าตัวแพงสุดในโลก

ใครจะไปคิดว่าจากเด็กดัดฟันจอมซนที่ชื่นชอบในการเตะบอลกลางถนนจะกลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงสุดในโลกไปแล้ว ใช่เลยเขาคนนั้นคือ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซานโตส จูเนียร์ ดาวยิงป้ายแดงของปารีสแซงต์แชร์กแมงนั่นเอง...

เนย์มาร์ หรือชื่อเต็มๆว่า เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซานโตส จูเนียร์ กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงสุดในโลกคนปัจจุบันหลังทางปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่มีเจ้าของเป็กลุ่มทุนกาตาร์ ส่งเงินมูลค่า 222 ล้านยูโร หรือประมาณ​ 8,764 ล้านบาทให้กับ ทีมกฎหมายซึ่งเป็นตัวแทนของเนย์มาร์มาฉีกสัญญาบาร์เซโลนาลงในวันนี้

จากนั้นไม่กี่อึดใจ ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหลวงฝรั่งเศสก็ประกาศเปิดตัวคว้าซุปเปอร์สตาร์รายนี้มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการพร้อมกับสัญญา 5 ปี ส่วนค่าเหนื่อยจะไม่พูดถึงก็ไม่ได้พุ่งขึ้นไปเป็นเบอร์ 3 ของโลกรับทรัพย์เหนาะๆ 515,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์หรือประมาณ 22.5 ล้านบาทไปนอนกอด หรือคิดง่ายๆหายใจทิ้งไปวันๆก็เฉลี่ย 73,560 ปอนด์ก็ตกประมาณ 3.2 ล้านบาท หรือตีเป็นชั่วโมงก็เฉลี่ย 3,065 ปอนด์ก็ประมาณ 134,000 บาท

ซึ่งเรื่องนี้ก็อาจเป็นปัจจัยหลักทำให้ เนย์มาร์ ตัดสินใจย้ายทีมก็เป็นได้แม้คำสัมภาษณ์เบื้องต้นจะอ้างว่าที่ย้ายทีมเป็นเพราะว่าต้องการหาความท้าทายใหม่ ก็นั่นแหละเรื่องเงินเรื่องทองไม่เข้าใครออกใคร เห็นมีข่าวแว่วๆมาว่าคุณพ่อของเขาซึ่งเป็นเอเย่นต์ได้รับทรัพย์ก้อนโต 100 ล้านยูโรจากดีลนี้อีกด้วย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นค่าเหนื่อยล่าสุดของ เนย์มาร์ พุ่งปรี๊ดขึ้นไปเป็นเบอร์ 3 ของโลกแล้วเหนือกว่า ลีโอเนล เมสซี อดีตเพื่อนร่วมทีม และคริสเตียโน โรนัลโด สตาร์จากเรอัล มาดริด ซึ่งทั้งคู่ถูกยกให้เป็นสองโคตรลูกหนังแห่งยุคเสียอีก เป็นรองก็แค่สองดาวดังวัยดึกที่ย้ายไปจีนอย่าง เอสเซเควล ลาเวซซี จากเหอเป่ย ไชน่า ฟอร์จูนที่รับค่าเหนื่อย 798,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และอันดับสอง คาร์ลอส เตเบซ จากเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 634,615 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น

มาดูกันที่ประวัติของสตาร์ดังวัย 25 ปีรายนี้บ้าง เนย์มาร์ เบิกตาดูโลกในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1992 ที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล สโมสรแรกของเขาคือปอร์ตูเกซา ซานติสตา ทีมระดับท้องถิ่นในวัย 9 ขวบ ก่อนจะย้ายไปอคาเดมีของซานโตสในอีก 4 ปีต่อมา

จากนั้นในปี 2009 เนย์มาร์ในวัย 17 ปีลงเล่นให้กับซานโตสชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ไม่นานนักตัวเขาก็เริ่มเป็นที่รู้จักของพวกคอเกม FM หรือพวกที่ชอบดูฝีเท้านักเตะแปลกๆผ่านทาง Youtube พร้อมกับขนานนามว่า เทพFM หรือ เทพYoutube แต่ใครจะไปคิดว่าฝีเท้าของเขาจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนบาร์เซโลนายักษ์ใหญ่จากลาลีกาสเปนดึงตัวมาร่วมทีมในปี 2013 พร้อมกับฝากผลงานลงเล่นให้กับซานโตส 103 นัดยิงไป 54 ประตู

การย้ายทีมเกิดขึ้นแต่ทางบาร์ซาถูกทางฟีฟ่าเล่นงานในข้อหาซื้อตัว เนย์มาร์ ผิดกฎซะอย่างงั้น ทำให้พวกที่เกี่ยวข้องรวมถึงตัวเนย์มาร์ต้องขึ้นศาลขี้แจงคดีกันยก ใหญ่แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่สามารถมาลดความพัฒนาฝีเท้าของเจ้าหนูรายนี้ได้

เนย์มาร์ขัดเกลาฝีเท้าจนแข็งกล้าขึ้นทั้งสเต็ปท่าทางลีลาหลอกล่อคู่แข่งในสนาม รวมถึงการระเบิดตาข่ายและแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู กลายเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสทั้งที่อายุยัง 20 ต้นๆเป็นส่วนสำคัญกับการพา บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ลาลีกา 2 สมัย, แชมป์โกปาเดลเรย์ 3 สมัย, คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1 สมัย ส่วนในนามทีมชาติบราซิลแม้ว่าชุดใหญ่จะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่เขาก็พาทีมทัพเซเลเซาน้อยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในปี 2016 แก้ตัวหลังจาก อกหักในรอบชิงเมื่อสี่ปีก่อนหน้านี้

ห้าฤดูกาลในถิ่นคัมป์นูอาจทำให้ เนย์มาร์ มองว่ามันถึงจุดอิ่มตัวแล้วประสบความสำเร็จทุกแชมป์แล้ว ทำให้เขายอมทิ้งผลงาน 123 นัด 68 ประตูเอาไว้เป็นเบื้องหลังเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีมอื่นเพื่อหาความท้าทายใหม่ และต้องการรางวัลส่วนตัวนั่นคือบัลลงดอร์เพราะอย่างที่ทราบหากอยู่บาร์ซาต่อก็ยังคงเป็นเงาตามตัวของลิโอเนล เมสซี รุ่นพี่ในทีมซึ่งแทบจะจองรางวัลหากบาร์ซาทำผลงานไฉไล

แน่นอน เนย์มาร์ ตัดสินใจที่จะแยกทางกับบาร์ซาและ ปารีส แซงต์แชร์กแมง คือทีมใหม่ที่เขาเลือก ซึ่งปารีสก็บ้าไม่น้อยกับการทุ่มค่าฉีกสัญญา 222 ล้านยูโรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังของโลก

อย่างไรก็ตามการย้ายทีมครั้งนี้อาจตอบโจทย์ในใจที่จะทำให้เขาพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปเทียบชั้นกับ ลีโอเนล เมสซี หรือ คริสเตียโน โรนัลโด ก่อนจะแซงหน้าขึ้นไปเป็นเบอร์ 1 ของโลกตามที่ฝันเอาไว้ในอนาคต