บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จี้นายจ้างขึ้นทะเบียนต่างด้าว

อย่าชะล่าใจมีคนงานแค่คนเดียวก็ต้องแจ้ง

หอการค้าไทยห่วงนายจ้างภาคบริการ ขึ้นทะเบียนลูกจ้างต่างด้าวน้อยเกินความเป็นจริงมาก โดยเฉพาะแม่บ้าน ก่อสร้าง ภาคเกษตร จี้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการ แต่มีการจ้างแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะในภาคบริการตามบ้านเรือนให้มาขึ้นทะเบียนด่วน ก่อนครบกำหนด 7 ส.ค.นี้ ไม่เช่นนั้นโดนโทษหนัก ยันครั้งนี้ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ แต่เป็นการให้แรงงานเดิมมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้พบกลุ่มนายจ้างและลูกจ้างในหมวดการให้บริการต่างๆ อาทิ แม่บ้าน ก่อสร้าง เกษตรกร และปศุสัตว์ มาขึ้นทะเบียนลูกจ้างตาม พ.ร.บ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 น้อยมาก ซึ่งเป็นห่วงว่าหากครบกำหนดที่กฎหมายระบุไว้ให้ต้องมาขึ้นทะเบียนภายในวันที่ 7 ส.ค.60 นี้ แล้วยังไม่มาขึ้นทะเบียนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งหอการค้าไทยคงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เพราะก่อนหน้านี้ได้เรียกร้องให้รัฐบาลขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวออกไปก่อน เพื่อให้นายจ้างมีเวลาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

“ตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้นายจ้างมาขึ้นทะเบียนลูกจ้างต่างด้าวตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-7 ส.ค.60 ที่ศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวที่มีถึง 100 ศูนย์ทั่วประเทศ อยู่ในกรุงเทพฯ 17 ศูนย์ โดยแต่ละศูนย์สามารถรองรับการจดทะเบียนได้ถึงวันละ 2,000 คน ปรากฏว่ามีการจดทะเบียนเพียงวันละ 700-800 คนเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก เป็นห่วงว่า เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนดตามที่กฎหมายระบุไว้ ซึ่งไม่สามารถขยายเวลาออกไปได้อีก อาจต้องเสียค่าปรับตามกฎหมายทันที ขอเตือนให้ผู้ที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ที่ไม่มีเอกสารแสดงตน และเอกสารอนุญาตการทำงานอยู่ในปัจจุบันให้รีบมาขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ครั้งนี้ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ แต่เป็นการให้แรงงานเดิมมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง เพราะรัฐไม่มีนโยบายเปิดให้จดทะเบียนรอบใหม่”

ทั้งนี้ ดูจากตัวเลขการขึ้นทะเบียนแล้ว ใน 3 หมวด แม่บ้าน ก่อสร้าง ภาคเกษตร มีน้อยเกินความเป็นจริงมากซึ่งอาจเป็นเพราะประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการ แต่มีการจ้างงานแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะในภาคบริการตามบ้านเรือนไม่เข้าใจว่าต้องมาขึ้นทะเบียนด้วย จึงขอให้ใครก็ตามที่ใช้แรงงานต่างด้าวตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ให้รีบมาจดทะเบียนให้ถูกต้องโดยด่วน

ด้านนายสมบัติ นิเวศรัตน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-3 ส.ค.ที่ผ่านมา มีนายจ้างมายื่นคำขอขึ้นทะเบียนที่ศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว 113,374 ราย โดยยื่นที่ศูนย์ 104,415 ราย ลงทะเบียนออนไลน์ 8,959 ราย ส่วนลูกจ้างคนต่างด้าว 396,390 ราย มายื่นที่ศูนย์เอง 376,121 ราย ลงทะเบียนออนไลน์ 20,269 ราย เป็นสัญชาติกัมพูชา 107,504 ราย ลาว 54,144 ราย และเมียนมา 234,742 ราย

สำหรับประเภทกิจการที่มีการยื่นขอจดทะเบียนมากที่สุด คือหมวดเกษตรและปศุสัตว์ 91,570 คน รองลงมาคือ กิจการก่อสร้าง 77,917 คน จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 36,667 คน การให้บริการต่างๆ (แม่บ้าน) 28,983 คน กิจการต่อเนื่องเกษตรกร 25,268 คน ค้าส่งค้าปลีก แผงลอย 20,867 คน ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้า 12,407 คน จำหน่ายผลิตภัณฑ์โลหะ 9,613 คน กิจการรีไซเคิล 8,407 คน ผลิตและจำหน่ายพลาสติก 7,991 คน

โดยจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ 84,957 คน รองลงมาคือ สมุทรปราการ 22,974 คน ระยอง 19,821 คน ปทุมธานี 19,571 คน เชียงใหม่ 16,325 คน นนทบุรี 16,061 คน สุราษฎร์ธานี 15,937 คน ชลบุรี 15,680 คน นครปฐม 14,454 คน และตาก 13,527 คน

ทั้งนี้ หลังครบกำหนดขึ้นทะเบียนวันที่ 7 ส.ค.แล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.เป็นต้นไป จะเริ่มตรวจสอบคัดกรองรายละเอียดที่จัดส่งเข้ามา

จากนั้นจะออกเอกสารประจำตัวผู้ใช้แรงงานให้ โดยใช้เวลาภายใน 30 วัน แต่ลูกจ้างแต่ละสัญชาติมีข้อปฏิบัติเพื่อออกหนังสือรับรองต่างกัน โดยสัญชาติกัมพูชา ให้เข้ามาตรวจสอบสัญชาติที่ จ.ระยอง สงขลา และกรุงเทพฯ สัญชาติเมียนมา ตรวจสอบสัญชาติได้ 6 ศูนย์ใน 5 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรปราการ เชียงราย ตาก และระนอง ซึ่งจะมีบริการวันสต๊อป เซอร์วิส

ส่วนสัญชาติลาว แรงงานต้องไปสถานทูตลาว หรือกงสุลลาวประจำประเทศไทยเท่านั้น เพื่อขอเอกสารกลับประเทศไปทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) แล้วกลับเข้ามาทำงาน ซึ่งแรงงานทั้งหมดจะสามารถทำงานได้ถึงวันที่ 31 มี.ค. 61.