วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำตามหน้าที่! ชื่นชมรปภ.สนามบินอุดรฯ ล็อกล้อรถ ตร.จอดแช่ที่ห้ามจอด

ชาวโลกออนไลน์ แห่ชื่นชม รปภ.สนามบินอุดรฯ ปฏิบัติตามหน้าที่ "ล็อคล้อรถตำรวจ” จอดแช่ในที่ห้ามจอด เหตุใช้มาตราการความปลอดภัยระดับ 3 จึงไม่อาจยกเว้นให้ไม่ว่าจะรถหน่วยงานราชการหรือของ ปชช.ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอน...

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ว่า มีประชาชนถ่ายภาพ รปภ.ของท่าอากาศนานาชาติอุดรธานี กำลังล็อคล้อรถตำรวจแห่งหนึ่ง บริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเป็นจุดจอดรับส่งผู้โดยสารชั่วคราวของท่าอากาศยาน โดยมีการโพสต์ภาพลงในเฟชบุ๊ก “อุดร มีด่านมีข่าว มีหมอลำ มีงานบุญ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ บอกด้วย” ทำให้มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น ต่างชื่นชมการทำงานของ รปภ.ที่กล้าล็อคล้อรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2560 นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เปิดเผยว่า (ทางโทรศัพท์) เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม โดยได้รับรายงานจาก รปภ.สนามบินว่า มีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งหนึ่ง มาจอดรถฝั่งอาคารผู้โดยสาร นานกว่า 30 นาที ซึ่งบริเวณดังกล่าว จอดรถชั่วคราวเพื่อบริการรับส่งผู้โดยสารขึ้นลงรถเท่านั้น และห้ามมีการจอดแช่โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นรถของทางราชการ หรือของประชาชนทั่วไป เนื่องจากทางสนามบินอุดรธานี ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย ในระดับ 3 อยู่ ไม่อนุญาตให้จอดรถแช่ เพื่อความปลอดภัย ในการรักษาความปลอดภัยสนามบิน

“ทางสนามบินมีมาตรการตรวจตรารถตั้งแต่ทางเข้าสนามบิน และกำชับทาง รปภ.ห้ามไม่ให้มีการจอดรถแช่ ทั้งรถของหน่วยงานราชการ และรถของประชาชน ซึ่งทางสนามบินเตรียมที่จอดรถสำหรับหน่วยงานราชการ ห่างจากตัวอาคารผู้โดยสารไม่มากนัก ที่สามารถนำรถไปจอดที่จุดดังกล่าวได้ เพราะหากปล่อยให้รถของหน่วยงานราชการจอดแช่ได้ ประชาชนที่นำรถมา ก็จะคิดว่าเป็นพวกที่มีอภิสิทธิ์ โดยก่อนจะล็อคล้อเราก็ดำเนินการตามขั้นตอน ประกาศเรียนเจ้าของรถมานำรถออก และเมื่อไม่มีผู้มาเลื่อนรถไป จึงต้องใช้มาตรการต่อไป คือ ล๊อคล้อ” ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี กล่าว

นายวิทวัส กล่าวด้วยว่า ทาง รภป.ของท่าอากาศ ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การล็อคล้อครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาก็เคยล็อคล้อรถของตำรวจมาแล้ว ซึ่งตอนนั้นไม่มีการถ่ายภาพออกสื่อ มีครั้งนี้ประชาชนเห็นจึงได้ถ่ายภาพนำลงเฟชบุ๊ก นับเป็นสิ่งที่ดีที่สังคมต้องช่วยกัน.