วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทนาย 'แพท' เผย รอ สตช.กลั่นกรอง เพื่อรอ คำสั่งเด็ดขาดไม่ส่งฟ้อง (คลิป)

ทนาย 'แพท-ณปภา' เผยกระบวนการยังไม่สิ้นสุด ยังต้องรอสำนักงานอัยการส่งหนังสือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง เพื่อรอคำสั่งเด็ดขาดไม่ส่งฟ้อง ระบุพ้นข้อกล่าวหาฟอกเงิน เพราะ เงินที่โอนเป็นเงินจำนวนไม่มาก ถือเป็นพฤติการณ์ปกติ และเป็นเรื่องปกติที่สามี - ภรรยา ทำกัน

นายอาคม คมสวัสดิ์ ทนายความของแพท ณปภา ตันตระกูล ภรรยานายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง เปิดเผยผ่านรายการ ถามตรงๆ กับจอมขวัญ ทางไทยรัฐทีวี กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนที่โทรศัพท์มาบอก ว่า สำนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องแพท ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน หรือสมคบกันฟอกเงินกับผู้ต้องหารายอื่น

ทั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับแพทก่อนหน้านี้ว่า คำสั่งน่าจะออกวันที่ 7 ส.ค. 60 ซึ่งครบฝากขังผัดที่ 7 โดยในวันที่ 7 นี้จะต้องไปรายงานตัวที่ศาลอีกครั้ง และถอนหลักประกัน 500,000 บาทกลับคืน

นายอาคม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สำนักงานอัยการ มีความเห็นเป็น 3 ข้อใหญ่ดังนี้ 1. แพทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติด แม้แต่เลขาธิการ ป.ป.ส. ก็ไม่อนุมัติดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดสนับสนุนหรือสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้ความแต่เพียงว่าเป็นภรรยานายอัครกิตติ์

2. การโอนเงินระหว่างเบนซ์ และแพท ช่วงเมษายน-กุมภาพันธ์ จำนวน 18 ครั้ง และการทำธุรกรรมดังกล่าวก็เป็นการโอนเงินผ่านระบบบัญชีธนาคาร ยอดเงินหลักหมื่นและหลักแสนเท่านั้น ถือเป็นพฤติการณ์อุปการะเลี้ยงดูกันปกติที่สามีภรรยาพึงกระทำต่อกัน

3. การโอนเงินเป็นการโอนผ่านระบบโทรศัพท์ ที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย และบัญชีของแพท ก็มีการเปิดใช้ปกติมานาน และมีเงินส่วนตัวอยู่หลายล้านบาท เงินที่เบนซ์โอนเข้ามายังคงค้างบัญชี ไม่มีการเบิกถอนลักษณะหมุนเวียน

4. การโอนเงินบางรายการเป็นเงินค่าจ้างจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์จากผู้ว่าจ้างตามปกติ

"ก่อนหน้านี้ เรามีเอกสารมาสนับสนุน เราเอาผู้ว่าจ้าง เอาสัญญามายืนยัน โดยการโอนเงินของเบนซ์ และแพท ส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมแบบสามีภรรยาพึงกระทำต่อกัน ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ รายการโอนเงินก้อนใหญ่ก็แค่หลักแสน ซึ่งเราก็มีหลักฐานมาประกอบ 2-3 รายการ เช่น ซื้อจักรยานยนต์ ค่าซ่อมรถ ค่าจ้าง เป็นต้น"

อย่างไรก็ตาม กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งต้องรอสำนักงานอัยการ ส่งหนังสือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาอีกครั้ง เพื่อมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ส่งฟ้องต่อไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าจะมีดุลยพินิจอย่างไร