บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าให้ตายเป็นรายต่อไป! กฟน. แนะ วิกฤติน้ำท่วมใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัย

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายจังหวัดประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เปิดเผยเมื่อ 3 ส.ค. 2560 ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้นั้น

นอกจากข่าวเกี่ยวกับปริมาณน้ำในแม่น้ำเพิ่มมากขึ้นๆ ที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีอีกสถานการณ์ที่มักมาคู่กับภาวะน้ำท่วม คือ คนถูกไฟดูดจนเสียชีวิต ซึ่งนับว่าเป็นภัยซ่อนเร้นที่หลายคนอาจมองข้าม พื่อความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าทั้งก่อนและหลังน้ำท่วม ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงมีคำแนะนำจาก "นายชาญ ปัทมะวิภาค" ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มาบอกเตือนด้วยความห่วงใย

ข้อควรปฏิบัติก่อนน้ำท่วม หรือน้ำท่วมขังต้องทำอย่างไร... นายชาญชี้แนะว่าหากระดับน้ำบริเวณบ้านเริ่มท่วมสูงจนใกล้ถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้รีบย้ายปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึงเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด

ในกรณีที่เป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังจะท่วมชั้นล่างให้ปลดสวิตช์ (เบรกเกอร์เมน) ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง และปลดเบรกเกอร์ย่อยลงให้หมด หรือหากเป็นบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาดและงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย ขณะตัวเปียก หรือยืนแช่น้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้อาจอยู่เหนือระดับน้ำก็ตาม

อีกทั้งแนะนำให้สำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้าน โดยให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่ระสายไฟฟ้า เพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดับ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วมาตามกิ่งไม้ที่เปียกน้ำจากฝนฟ้าคะนองได้ ด้านห้างร้านที่ติดตั้งป้ายโฆษณาต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง ปลอดภัย พร้อมทั้งควรติดตามข่าวสาร สถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับข้อปฏิบัติหลังน้ำท่วมต้องระวังอย่างไรบ้าง... นายชาญแนะนำว่า
1. ก่อนเข้าบ้านควรสวมรองเท้าบูตยาง ถุงมือยางชนิดหนาและเตรียมไฟฉายให้พร้อม 2. ปลดเมนสวิตช์เพื่อป้องกันไฟรั่ว 3. ห้ามสัมผัสวัสดุเป็นโลหะทุกชนิด 4. สำรวจและตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยแยกเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกน้ำท่วมออก 5. หากพบเต้ารับ สวิตช์ และสายไฟฟ้าที่เปียกน้ำควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว

อย่างไรก็ตาม นายชาญกล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใยว่า หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาด เสาไฟฟ้าล้ม หรือสายไฟฟ้าขาดแช่น้ำ อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าดำเนินการแก้ไขได้ 24 ชั่วโมง ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 74 จังหวัด แจ้ง call center กฟภ. โทร.1129 และพื้นที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 3 จังหวัด กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ แจ้ง MEA CALL CENTER โทร. 1130 และแจ้งผ่าน MEA Smart Life ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ของ กฟน.