วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียงของ อิมเมจ The Voice ประเทศไทยไม่ดีจริงหรือ และอีกหลายเรื่องที่อยากบอก!

อิมเมจ The Voice หรือ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ สาวน้อยวัย 19 กำลังถูกมรสุมโซเชียลพัดใส่อย่างหนักในช่วงสองวันที่ผ่านมา ประโยคสั้นๆ ประกอบไปด้วยคำไม่กี่คำที่เธอโพสต์ลงบนทวิตเตอร์ ได้สร้างผลกระทบกลับไปยังตัวเธออย่างมหาศาล 

แต่ละคนที่ได้เห็นโพสต์นั้น ตีความข้อความของเธอไปต่างๆ นานา และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก ตอนนี้เธอพร้อมจะบอกเล่าความจริงกับเราว่า เธอรู้สึกอย่างไร และสิ่งที่เธอโพสต์ไปนั้นเธอคิดอะไรอยู่  

เมื่อวานคุณบอกแล้วว่าเครียดเลยโพสต์ไปแบบนั้น แต่อยากให้ช่วยขยายความอีกครั้งว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ 
ตอนนั้นหนูเพิ่งสอบเสร็จ ออกจากมหาวิทยาลัยจะกลับบ้าน นั่งรถตู้จากมหาวิทยาลัย (ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) มาลงที่ราชเทวี หลังจากนั้นนั่งบีทีเอสไปลงหมอชิต เพื่อไปต่อรถเมล์กลับบ้านที่หลักสี่ ซึ่งมีสายเดียวคือสาย 26 ปกติสายนี้รถน้อยอยู่แล้ว ชั่วโมงนึงจะมาสักคัน แต่วันนั้นรอนานกว่าปกติมาก เราก็งงทำไมถึงมีปัญหากับสายนี้นัก หรือว่าเราผิดที่ซื้อบ้านตรงนั้น จริงๆ เคยทวีตเรื่องนี้ไปหลายรอบแล้ว แต่ครั้งนี้คงเป็นเพราะเราใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม อันนี้รู้ตัว แต่ตอนนั้นมันหัวเสียมาก ทำข้อสอบก็ไม่ค่อยได้ สภาพอารมณ์เราก็ไม่ค่อยปกตินัก"

รู้ตัวตอนไหนว่ากลายเป็นกระแสในสังคม
ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะหลังจากโพสต์เสร็จก็กลับบ้านนอน ไม่ได้คิดอะไร เพราะปกติทวิตเตอร์จะเงียบๆ ไม่มีใครมาสนใจ พิมพ์อะไรลงไปแล้วก็ผ่านไป ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาที่พูดเล่นกับเพื่อน เพราะส่วนใหญ่ในนั้นก็เป็นเพื่อน เลยไม่ได้คิดก่อนโพสต์ แต่พอตื่นขึ้นมาพบว่าหลายที่เอาไปลงกันหมดแล้ว

หลังจากรู้ตัวว่าตนเองกำลังถูกพูดถึง รู้สึกอย่างไรบ้าง
ตกใจมากที่เกิดเป็นกระแส รู้ได้เลยว่าต้องมีคนด่าแน่นอน ช่วงนั้นงงๆ และรู้สึกแย่มาก วันนั้นไลน์เด้งรัวมาก ทั้งเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง จนตอนนี้ก็ยังเด้งอยู่  

คุณอยากจะบอกอะไรคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์คุณไหม
ขอโทษที่ทำให้เป็นเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นประเด็น ไม่ทันไตร่ตรองจริงๆ ครั้งนี้หนักอยู่ ทำให้รู้ว่าการใช้ถ้อยคำที่หยาบคายไม่ได้ช่วยอะไร การใช้คำพูดไม่ดีมันแย่จริงๆ แต่หนูยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ชั่ววูบแล้วพูด เพราะรถเมล์มันแย่จริง เรากลับบ้านไม่ได้บ่อยมาก และอย่าไล่เราไปใช้แท็กซี่เลย เราจ่ายไม่ไหว

ที่คุณบอกว่าอีก 50 ปี หรืออีก 1000 ปีก็ไม่เจริญขึ้น คุณคิดอย่างนั้นจริงไหม 
ที่เราพูดไม่ใช่แง่การเมือง แต่เข้าใจว่ามันเป็นแค่ตัวอักษร อาจจะตีความกันไปต่างๆ นานา ใครๆ มีสิทธิ์ที่จะคิดได้ แต่ส่วนตัวเราเพียงแค่รู้สึกว่า ในเวลานั้น สังคมเราหรือประเทศเรายังอยู่ที่จุดเดิมมาตลอด เรายังไม่ไปไหน หนูมองว่าเราในฐานะที่เป็นคนทำงาน หาเงิน จ่ายภาษี แต่สวัสดิการของประเทศยังดีแค่นี้ ที่บอกว่าไม่เจริญ เพราะผ่านมา 50 ปี เทียบๆ กันแล้ว รถเมล์ก็ยังเป็นแค่นี้อยู่ ตอนนี้มันดีขึ้นก็จริง แต่มันควรจะดีได้กว่านี้ หนูไม่มีความรู้เรื่องบริหารบ้านเมือง แต่ความรู้สึกของประชาชนคนหนึ่งคิดว่ามันควรจะดีได้มากกว่านี้

นี่คือปัญหาหลักที่คุณอยากบอก
หนูคิดว่าเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัดที่สุด เป็นปัญหาที่เป็นลูกโซ่ ถ้าหากเราแก้ปัญหาเรื่องขนส่งสาธารณะได้ ทั้งเรื่องรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อถึงกัน รถเมล์ดีขึ้น คนใช้รถส่วนตัวกันน้อยลง รถตู้มีเพียงพอ คุณภาพชีวิตของคนก็จะดีขึ้น หนูก็ชอบนั่งรถตู้ เพราะสะดวก เร็ว แต่ก็ไม่ค่อยมี บางคนบอกให้ขึ้นแท็กซี่ เอาจริงมันก็แพงนะ จากหมอชิตไปหลักสี่ 180 บาท ถ้ารถติดมากก็สองร้อยกว่าบาท เราแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว

อิมเมจไม่ได้ขับรถเอง
ไม่ได้ขับ เพราะที่มหาวิทยาลัยไม่ค่อยมีที่จอด เรามองว่ารถเป็นภาระให้เรา กว่าจะหาที่จอดได้ไม่ต้องเข้าเรียนกันพอดี เลยใช้บริการขนส่งมวลชนตลอด นอกจากต้องเรียนเช้า ก็รบกวนให้พ่อไปส่งบ้าง

ประเทศไทยเป็นอย่างไรในความคิดอิมเมจ
หนูว่าตอนนี้มันก็มีปัญหา อาจจะเป็นเพราะมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น ซึ่งมันก็คงกำลังจะดีขึ้น แต่อย่างหนึ่งเลยคือหนูว่าการท่องเที่ยวประเทศไทยดีมาก ภูมิประเทศของเราสวย ทะเลสวย เกาะล้านดีมาก ทะเลใสมาก เกาะเต่าก็ดีมาก ถ้าไม่มีข่าวฆาตกรรมบ่อยๆ ซึ่งเรื่องนี้เรารู้สึกว่ามันเป็นความไม่เจริญของประเทศ มันป่าเถื่อนมาก หรือกาญจนบุรีก็สวย สถานที่ท่องเที่ยวดีไปหมด เราชอบมาก หลายอย่างเราว่าดี

มีจำนวนไม่น้อยที่ติดแฮชแท็กทีมอิมเมจ
รู้สึกชื่นใจที่ไม่ได้มีแต่คนด่า หนูไม่ได้บอกว่าหนูถูกหรือผิด ต่างคนต่างคิดได้ ไม่แปลกที่คนเราจะคิดไม่เหมือนกัน หนูยอมรับในการคิดต่าง

แล้วฝั่งที่ด่าเราล่ะ
เราก็ยอมรับ เพราะเขาสามารถคิดแบบนั้นได้ คิดต่างได้

แต่บางคนก็ใช้คำพูดที่รุนแรง
หนักสุดมีไล่ให้ไปฆ่าตัวตาย อ่านแล้วเรารู้สึกแย่นะ ถ้าเขาจะว่าทำไมพูดจาไม่ได้เรื่อง ไม่มีการศึกษา เรายังโอเค แต่เราคิดว่าไปฆ่าตัวตายมันแรง เราค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องนี้ คุณพิมพ์แค่ปลายนิ้ว แต่ถ้าเกิดเขาไปตายจริงๆ ล่ะ การไล่คนไปตายไม่ใช่เรื่องตลก มันมีเคสแบบนี้เกิดขึ้นทั่วโลก คนรอบตัวหนูเป็นโรคซึมเศร้าเยอะมาก หนูเลยรู้สึกว่าเขาใจร้าย แต่ไม่ได้โกรธนะ 

คอมเมนต์ที่เกิดขึ้นเราอ่านเกือบทั้งหมด แต่ไม่อ่านที่คนชมนะ อ่านแต่ที่คนด่าเรา เหมือนเราอยากประมวลความเสียหาย ไม่โกรธนะ แต่เราดาวน์ เราเป็นคนดิ่งง่าย เพื่อนๆ ก็เป็นห่วง บอกให้เราเลิกอ่าน ล่าสุดเพื่อนยึดโทรศัพท์ไปเลย บอกเราว่าพอเถอะ อย่าอ่านเลย

โค้ชแสตมป์ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง
ปกติเราคุยกันตลอดอยู่แล้ว แซวแกบ้าง หรือโหลดเพลงแกมาก็ส่งไปแซวแก ส่วนเรื่องนี้ พี่แสตมป์ แนะนำว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่เป็นไร เป็นการให้กำลังใจมากกว่า