บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘แพท ณปภา’ โล่งอกอัยการ ไม่ฟ้องข้อหาร่วมกันฟอกเงิน-สมคบกันฟอกเงิน

อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง "แพท" ณปภา ตันตระกูล ในข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ด้าน "ผู้การจังโก้" ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นดุลพินิจของอัยการ พร้อมยืนยันที่ผ่านมาตำรวจทำงานเต็มที่

วันนี้ 3 ส.ค.60 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยว่า คดีที่สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 ได้รับสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 กล่าวหา น.ส.ณปภา ตันตระกูล หรือ แพท ณปภา ดาราสาว ภรรยานายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง คดีสมคบฟอกเงินยาเสพติด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฝากขังครั้งที่ 7 ซึ่งในชั้นพิจารณาของอัยการ น.ส.ณปภา ได้ร้องขอความเป็นธรรม และพนักงานอัยการได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติมตามที่ร้อง จนได้ผลสอบสวนครบถ้วนเเล้ว

ต่อมา พนักงานอัยการที่รับผิดชอบสำนวนคดีได้พิจารณาสำนวน และเสนอความเห็นตามลำดับชั้นมีคำสั่งไม่ฟ้อง น.ส.ณปภา ในข้อหาสมคบฟอกเงินยาเสพติด เนื่องจากพิจารณาหลักฐานในสำนวนว่า ไม่มีหลักฐานว่า น.ส.ณปภา ได้ร่วมกันฟอกเงิน หรือสมคบกันฟอกเงินกับผู้ต้องหารายอื่น คดีไม่ปรากฏหลักฐานว่าไปเกี่ยวข้องกระบวนการยาเสพติด เเม้เเต่เลขาธิการ ป.ป.ส. ก็ไม่อนุมัติดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดสนับสนุนหรือสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้ความเเต่เพียงว่าเป็นภรรยานายอัครกิตติ์ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นสามี โอนเงินมาให้ ช่วงเมษายน-กุมภาพันธ์ จำนวน 18 ครั้ง และการทำธุรกรรมดังกล่าวก็เป็นการโอนเงินผ่านระบบบัญชีธนาคาร ยอดเงินหลักหมื่นและหลักแสนเท่านั้น ถือเป็นพฤติการณ์อุปการะเลี้ยงดูกันปกติที่สามีภรรยาพึงกระทำต่อกัน และการโอนเงินยังเป็นการโอนผ่านระบบทางโทรศัพท์ที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย และบัญชีของ น.ส.ณปภา ก็มีการเปิดใช้ปกติมานาน และมีเงินส่วนตัวอยู่หลายล้านบาท เงินที่นายอัครกิตติ์โอนเข้ามายังคงค้างบัญชี ไม่มีการเบิกถอนลักษณะหมุนเวียน ทั้งยังปรากฏหลักฐานว่าการโอนเงินบางรายการเป็นเงินค่าจ้างจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์จากผู้ว่าจ้างตามปกติ พยานหลักฐานจึงฟังไม่ได้ว่า น.ส.ณปภา ได้กระทำผิด ร่วมกันหรือสมคบกันฟอกเงิน จึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง และขอให้ศาลมีหมายปล่อย น.ส.ณปภา เเล้ววันนี้

ส่วน นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ ผู้ต้องหาในคดีที่ยื่นร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา อัยการเห็นว่ามีพยานหลักฐานพอฟ้องให้ข้อหาร่วมกันสมคบกันฟอกเงิน และกระทำสองคนขึ้นไปร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ปราบปรามการฟอกเงิน 2542 มาตรา 3, 5, 7, 9, 60 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91

ขณะที่ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยภายหลังทราบว่าทางอัยการไม่สั่งฟ้องแพท ณปภา ในคดียาเสพติด ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นดุลพินิจของอัยการไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์หรือกล่าวถึงในเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ หากไม่สั่งฟ้องก็เป็นดุลพินิจของทางอัยการ ที่จะสามารถกระทำได้

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าการที่แพท ณปภา ไม่ถูกสั่งฟ้องจะมีผลไปถึงคดีของเบนซ์ เรซซิ่ง นั้น มองว่าเป็นคนละเรื่องกันเนื่องจากพยานหลักฐานในคดีและลักษณะพฤติการณ์มีความแตกต่างกัน เชื่อว่าการพิจารณาในชั้นศาลจะไม่มีผลต่อคดีเบนซ์ เรซซิ่ง.