วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิกสัน 2515 = ทรัมป์ 2560

ถนนทุกสายมุ่งประสงค์ร้ายจะให้ทรัมป์ ลูกชายคนโตของทรัมป์ ลูกเขยของทรัมป์ ได้รับโทษกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

ตอนนี้ ความมุ่งร้ายก็ลามปามไปถึงเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอดีตของทรัมป์ การเสียภาษีเงินได้ การขอคืนภาษี พฤติกรรมการฟอกเงิน การเบิกความเท็จ การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และอาชญากรรมประเภทอื่น

ใครที่ชอบดูมวย ผมก็อยากจะบอกว่า ตอนนี้ ทรัมป์โดนทั้งหมัดตรง หมัดสวิง หมัดฮุค หมัดอัปเปอร์คัต โดนทั้งศอกอัด ศอกสกัด ศอกงัด ศอกตัด จนทรัมป์ยืนโงเงโซเซ บ่ายของวันที่ผมกำลังนั่งเขียนเปิดฟ้าส่องโลกรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพอยู่นี้ ทรัมป์โดนคู่ต่อสู้สปริงกระโดดตัวลอย เพื่อเหวี่ยงท่อนขาขวาและสะบัดท่อนขาช่วงล่างดีดขึ้นไปถีบที่หน้าทรัปม์ได้พอดี พอถึงตอนนี้ ผมก็ว่าทรัมป์มีโอกาสตกเป็นจำเลยในคดีอาญาในอนาคตอันใกล้นี้ได้แล้ว

เรื่องที่เกิดขึ้นขณะนี้ เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เมื่อ พ.ศ.2515 มีผู้ชาย 5 คนพร้อมกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์ติดตั้งเครื่องดักฟังอิเล็กทรอนิกส์ แอบบุกเข้าไปในสำนักงานศูนย์กลางการจัดการเลือกตั้งระดับชาติของพรรคเด็มโมแครตในอาคารวอเตอร์เกต ซึ่งเป็นทั้งอาคารร้านค้า โรงแรม สำนักงานและที่อยู่-อาศัยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

คนทั้งห้าที่ถูกจับก็ใช้ชื่อปลอม ในตัวคนร้ายมีธนบัตรใบละร้อยดอลลาร์มากกว่าหนึ่งพันดอลล์ ซึ่งเมื่อสืบไปที่ธนาคารก็พบว่า เงินจำนวนนี้มาจากนายมอริซ แสตนส์ จนท.การเงินของคณะหาเสียงเลือกตั้งให้ประธานาธิบดีนิกสัน ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน

หนึ่งในห้าของคนที่โดนจับคือ นายเจมส์ แมคคอร์ด หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของคณะหาเสียงเลือกตั้งให้ประธานาธิบดีนิกสันและเป็นอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ชายอีก 4 คนที่โดนจับได้ เป็นคนคิวบาที่มาจากเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา

ตอนที่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก รมว.กระทรวงยุติธรรมของนิกสันคือนายจอห์น มิทเชล พอมีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมัยที่ 2 นายมิทเชลก็ลาออกและมาเป็นประธานคณะจัดการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งให้นิกสัน พอตำรวจจับไอ้ปื๊ดทั้ง 5 คนได้ นายมิทเชลก็ปฏิเสธว่า พวกนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวดองหนองยุ่งกับคณะจัดการการรณรงค์หาเสียง

ประชาชนคนอเมริกันทั้งประเทศอ่านข่าวแล้วก็ไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นการทำลายกันระหว่างพรรคเด็มโมแครตและพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการหาเสียงเลือกตั้ง ในกรุงวอชิงตันในตอนนั้น มีผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มากถึง 2,200 คน แต่มีเพียง 14 คน เท่านั้นที่คิดว่า การเข้าไปโจรกรรมในอาคารวอเตอร์เกตน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกว่าการโจมตีกันธรรมดา ผู้สื่อข่าว 14 คนนี้ก็เริ่มลงมือสืบเสาะเจาะหาข่าวคดีวอเตอร์เกตด้วยตนเองอย่างจริงจัง

การสืบเสาะเจาะหาข่าวของนักข่าวหัวเห็ดทั้ง 14 คน ได้พบความสัมพันธ์ระหว่างคนร้ายทั้งห้ากับคณะจัดการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งให้นิกสัน

จากนั้น ก็มีการตามจับกุมผู้สมรู้ร่วมคิดได้อีก 2 คน คือนายอี. โฮเวิร์ด ฮันท์ อดีตสายลับซีไอเอซึ่งเป็นที่ปรึกษาทำเนียบขาว นายฮันท์เป็นคนจัดหาเครื่องมือให้คนร้ายไปโจรกรรมอาคาร วอเตอร์เกต อีกคนที่โดนจับคือนายจี. กอร์ดอน ลิดดี้ คนนี้มาจากหน่วยสืบสวนหาข่าวของฝ่ายตรงข้ามที่ประธานาธิบดีนิกสันแต่งตั้งขึ้น และก็นายลิดดี้นี่แหละครับ ที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายของแผนการเงินของคณะจัดการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งให้นิกสัน

การจับกุมชายทั้งเจ็ดทำให้ทำเนียบประธานาธิบดีต้องรีบทำลายเอกสารของคนที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับคดี ชื่อของนายฮันท์ถูกตัดออกจากสมุดโทรศัพท์ของทำเนียบขาว เงินจากตู้เซฟเป็นหมื่นดอลล์ ถูกเอาออกมาแจกให้เป็นค่าปิดปากจำเลย

ประธานาธิบดีนิกสันบอกให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสั่งการไปยังเอฟบีไอให้หยุดการสืบสวนคดี โดยอ้างความมั่นคงของชาติ ประธานาธิบดีนิกสันจ่ายเงิน 4.6 แสนดอลลาร์ปิดปากนายฮันท์และจำเลยคนอื่นๆ ไม่ให้พาดพิงมาถึงทำเนียบขาว
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป 45 ปี คราวนี้มาเรื่องของทรัมป์ ซึ่งมีลักษณะการกระทำความผิดอะไรคล้ายกันมาก

คล้ายกันอย่างไร ผมขออนุญาตกลับมารับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพต่อในวันจันทร์หน้าครับ.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com